มะเดี่ยว บีบมือแน่น นก สินจัย เชื่อทุกคนมีจุดเปลี่ยน เล่าเหตุการณ์คืนหนังกลางแปลง
มะเดี่ยว บีบมือแน่น นก สินจัย เชื่อทุกคนมีจุดเปลี่ยน เล่าเหตุการณ์คืนหนังกลางแปลง
นับเป็นกระแส ที่ถูกพูดถึงไม่น้อย สำหรับงานกรุงเทพกลางแปลง ที่กำลังจัดฉายภาพยนตร์เป็นสัปดาห์สุดท้าย ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” ที่ สยามสแควร์ ได้ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, มาริโอ้ เมาเร่อ, พิช- วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล และนก- สินจัย เปล่งพานิช ผู้กำกับและนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ‘รักแห่งสยาม’ มาร่วมพูดคุย
- ฟ้า พรหมศร ควงแฟน ปูธงสีรุ้งรอชม ‘รักแห่งสยาม’ ดันสมรสเท่าเทียม ในกรุงเทพกลางแปลง
- นก สินจัย เปิดใจ ‘ยังไงก็ต้องเล่น’ รักแห่งสยาม ชอบทำงานกับคนใหม่ๆ มาริโอ้-มะเดี่ยว เผยจุดปลี่ยนและครั้งแรกของชีวิต
โดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ได้โพสต์ถึงเรื่องราวในงานเทศกาลหนังกลางแปลง กับการปรากฏตัวของ นก สินจัย ไว้ผ่านเฟซบุ๊กว่า
“ก่อนจะจัดเสวนาคุยกันว่าควรชวนกันมาทั้งหมดไหม
เอาจริงๆไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการปรากฏตัวของสินจัย
ซึ่งเธอมีสิทธิ์จะได้รับเกียรติมาร่วมระลึกถึงผลงานที่เธอทุ่มเทชิ้นนี้
และเมื่อพี่นกแสดงความจำนงว่าจะมาร่วมงาน เรายินดีจะโอบกอดไมตรีจิตในครั้งนี้
มันเปนงานที่ประหลาดมาก ด้านซ้ายเราคือน้องๆกลุ่มไปม็อบ บางคนมาด้วยกำไล EM ที่ข้อเท้า ขวามือเราคือนักแสดงหญิงผู้ยึดมั่นในความเชื่อของตน และไม่รู้ว่าเธอต้องรวบรวมความกล้าแค่ไหนที่จะเดินเข้ามาในวงของผู้เห็นต่าง ที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ขณะที่พูดคุยมองไปข้างๆก็จะประสานสายตากับพี่หัวเกรียนที่เหมือนจะซึมซับทุกประโยคที่เราพูดเก็บไว้ในใจ จนวูบหนึ่งอยากได้พี่เขาเปนแฟนเพราะอยากมีคนใส่ใจทุกคำพูดอย่างนี้มานานแล้ว ถึงแม้จะรู้ว่าถ้าเกิดปลุกระดมอะไรขึ้นมาก็น่าจะถูกชาร์จก็ตาม
ไม่ว่าใครจะมาด้วยวิถีใดก็ตามแต่ ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เราเองกลับรู้สึกผิดด้วยซ้ำที่ประเมินวุฒิภาวะของน้องๆคลาดเคลื่อนไป กลัวเขาจะโห่ใส่พี่เขา ระแวงว่าสันติบาลจะรวบคนจัดงานไปกรณีไปพูดอะไรไม่ถูกใจ ละนี่ก็ถึงขั้นเตรียมเพลงของขวัญเอย ต้นไม้เอย เผื่อมีใครขอขึ้นมา เอาจริงๆเหมือนประสาทแดกเพราะไม่ได้สัมผัสการอยู่ท่ามกลางมนุษย์มากมายขนาดนี้มานานแล้ว
เราว่ามันผ่านไปด้วยดีเพราะในพื้นที่นั้นมันมีพลังบวกเต็มไปหมด มันมาจากพื้นที่ ผู้คนที่มาร่วมสร้างบรรยากาศเหล่านั้นขึ้น บางคนไม่ได้จะดูหนังหรอกแค่มาแสดงความรักต่อภาพยนตร์ที่เขารัก มาเจอเพื่อนเก่า มาฟังเพลง มาอะไรก็ตามแต่ พลังที่ทุกคนส่งมามันส่งถึงใจกันจริงๆนะ เราอาจจะเปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้ตอนนี้ แต่อย่างน้อยเรามาอยู่ในภาวะของความอิ่มเอม มันอาจจะเปิดใจเราให้รับความแตกต่างมากขึ้น และการยอมรับในความแตกต่างความเข้าใจชีวิตอื่น ก็คือหัวใจหนึ่งของ #รักแห่งสยาม
ก่อนกลับบีบมือพี่นกแน่นอย่างที่ไม่เคยมาก่อน เรามองตากันอยู่เนิ่นนาน โดยไม่พูดอะไร เรารู้ว่าพี่นกเห็นว่าเราเคยผ่านอะไรมา เช่นเดียวกับเราที่เข้าใจว่าแกต้องเจอกับอะไรอยู่ตอนนี้ เราไม่คาดหวังว่าจะเปลี่ยนแกได้ เพราะแกก็เหมือนผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพหลายคน ที่เราคิดจะอยู่ร่วมกันให้ได้มากกว่าจะทำลายล้างกัน
สุดท้ายแล้ว เราเชื่อว่าทุกคนจะมีจุดเปลี่ยน เมื่อเวลาและประสบการณ์พาเราไปเจอจุดที่เหมาะที่ควร อย่าเชื่อว่าคนเราจะไม่มีวันเปลี่ยนได้ แม้กระทั่งตัวของเราเอง ถึงวันที่คุณไม่เหมือนเดิม คุณต้องการให้โลกนี้ปฏิบัติยังไงกับคุณ น่าคิดไหมครับ?
ยังรักทุกคนเหมือนเดิมครับ”