โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บสย. ประกาศลดดอกเบี้ย Prime Rate ครั้งที่ 2 ของปี เหลือ 5.85% ต่อปีหนุน SMEs ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ – เริ่มแล้ววันนี้

VoiceTV

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 14.28 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 2.00% เหลือ 1.75% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และสถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากการปรับลดดังกล่าว

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ลงอีก 0.05% ต่อปี เหลือ 5.85% ต่อปี ซึ่งนับเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในปัจจุบัน เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ระหว่างกระบวนการชำระหนี้จากการจ่ายเคลม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ บสย. ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ไปแล้ว 0.15% ต่อปี เหลือ 5.90% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2568 โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 2.00% เหลือ 1.75% ต่อปี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน บสย. ได้ดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ภายใต้แนวทาง “บสย. พร้อมช่วย” หรือมาตรการ 3 สี ได้แก่ สีม่วง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระ ฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน

จุดเด่นของมาตรการนี้ คือ การขยายระยะเวลาชำระหนี้สูงสุดถึง 7 ปี การผ่อนชำระแบบเบาแรง “ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย” รวมถึงข้อเสนอพิเศษ เช่น ดอกเบี้ย 0% สำหรับบางกรณี เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถกลับมาอยู่ในระบบปกติได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีแนวทางการ “ปลดหนี้” โดย บสย. พร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การลดเงินต้นสูงสุดถึง 30% และการยกเว้นดอกเบี้ยบางส่วน เพื่อเป็นการต่อลมหายใจและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นคง

“การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้สามารถประคองธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน

รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าในการสนับสนุนและฟื้นฟูผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจไทยที่เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว” นางสาว ศศิกานต์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...