โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พีรพันธ์ เดินหน้านโยบายเกษตรยั่งยืนรับวันผึ้งหลวง แมลงศก.แห่งยุค

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 03.23 น.

พีรพันธ์ เดินหน้านโยบายเกษตรยั่งยืนรับวันผึ้งหลวง แมลงศก.แห่งยุค

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามนโยบายกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรทางการเกษตรสู่ความยั่งยืน กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ขับเคลื่อนนโยบาย ดังกล่าวและมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนในระบบเกษตรกรรมและอาหาร และความสมดุลของระบบนิเวศของโลก มุ่งเน้นการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ โดยเฉพาะแมลงเศรษฐกิจ อาทิ ผึ้งและแมลงผสมเกสรอื่นๆ ซึ่งจากงานวิจัยหลายสถาบันยืนยันว่า กว่า 75% ของพืชที่มนุษย์ใช้เป็นอาหารจำเป็นต้องอาศัยผึ้งและแมลงผสมเกสรอื่นในกระบวนการผสมเกสร เพื่อให้พืชออกดอก ติดผล และสามารถขยายพันธุ์ได้ โดยเฉพาะพืชที่มีดอกแยกเพศ หรือพืชที่ต้องการการถ่ายเกสรระหว่างต้น อาทิ สละ ต้องการผึ้งช่วยผสมเกสรระหว่างดอกเพศผู้และเพศเมีย ลำไย ช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตและคุณภาพของผล

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า รวมถึงกาแฟ ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพได้ถึง 40% หากไม่มีผึ้ง การผลิตอาหารจะลดลงอย่างมาก รวมถึงบทบาทในการช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิต เช่น ทำให้ผลไม้มีรูปทรงสวย น้ำหนักมากขึ้น และสม่ำเสมอมากกว่าการผสมเกสรด้วยลมเพียงอย่างเดียว รวมถึงสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ ผึ้งช่วยให้พืชป่า และพืชที่ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจสามารถแพร่พันธุ์ได้ ทำให้สัตว์อื่นๆ ที่อาศัยพืชเหล่านั้นเพื่อเป็นอาหารหรือที่อยู่อาศัยยังคงอยู่ในระบบนิเวศ

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สำหรับกรมส่งเสริมการเกษตรมีการส่งเสริมการเลี้ยง แมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด และครั่ง รวมถึงอาชีพการเลี้ยงผึ้งยังช่วยสร้างรายได้เสริม ให้แก่เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้ หรือพืชอื่นๆ เนื่องจากผึ้งช่วยผสมเกสร ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร ให้ความรู้เกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อาทิ ใช้แมลงช่วยผสมเกสร ชีววิทยาของ ผึ้งพันธุ์ อุปกรณ์ในการเลี้ยงผึ้งพันธุ์ การจัดการการเลี้ยงผึ้งพันธุ์ การจัดการสุขอนามัยและการป้องกันกำจัดศัตรูผึ้ง การจัดการผลผลิตและการตลาด การสร้างมูลค่า การเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐาน GAP รวมถึงศึกษาการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ ผลกระทบและการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพภูมิอากาศ ผ่านโครงการต่างๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เช่น โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อปรับเพิ่มผลผลิตภาพการผลิต เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 6,380 ราย ในพื้นที่ 44 จังหวัด และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแมลงเศรษฐกิจ ในพื้นที่ 35 จังหวัด เกษตรกรเข้าร่วมโครงการกว่า 700 ราย และเตรียมพร้อมเข้าสู่การยกระดับเกษตรสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอีกด้วย

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมน้ำผึ้งเกี่ยวข้องกับการผลิตและการขายน้ำผึ้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากผึ้งอื่นๆ อาทิ ขี้ผึ้ง โพรโพลิส และนมผึ้ง อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากความต้องการสารให้ความหวานจากธรรมชาติ ที่เพิ่มขึ้นและประโยชน์ต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำผึ้ง จากรายงานของกรมศุลกากร ปี 2567 ประเทศไทยมีการส่งออกน้ำผึ้ง จำนวน 11,779.96 ตัน คิดเป็นมูลค่า 914.74 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการส่งออก ไขผึ้งและไขที่ได้จากแมลงอื่นๆ จำนวน 110.84 ตัน คิดเป็นมูลค่า 25.09 ล้านบาท

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตน้ำผึ้งที่มีศักยภาพอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจาก มีสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงผึ้ง และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ จากผึ้งได้ตลอดปี โดยไทยได้ถูกจัดลำดับให้เป็นแหล่งผลิตน้ำผึ้งที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และมี ศักยภาพมากพอในการผลิต เพื่อจำหน่ายในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ น้ำผึ้งจึงถือเป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตร เป็นสินค้าสำคัญในการส่งออกและนำเข้า และสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยมีการผลิตน้ำผึ้งหลัก ๆ ได้แก่ น้ำผึ้งดอกลำไย มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ มีรสที่หวานกำลังพอดี ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของประเทศคู่ค้าและเป็นสินค้าที่มีราคาสูง ซึ่งไทยก็ยังเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตน้ำผึ้งดอกลำไยเพียงไม่กี่แห่งในโลกอีกด้วย น้ำผึ้งป่า ได้มาจากการเลี้ยงด้วยดอกสะเดา และดอกสาบเสือ มีรสชาติหวานต้นขมปลาย มีกลิ่นหอม แต่สีจะไม่เข้มเท่าน้ำผึ้งดอกลำไย และ น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่และดอกทานตะวัน มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีสีน้ำตาลเหลืองและ มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า แหล่งเลี้ยงผึ้งสำคัญของไทยจะอยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศ อาทิ เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของประเทศและใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้คุณค่าทางโภชนาการของ น้ำผึ้ง 100 กรัม ให้พลังงาน 303 แคลอรี และสารประกอบหลักสำคัญคือ กลูโคส และฟรุกโตส เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ที่ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์และเผาผลาญได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น สารฟลาโวนอยด์ ที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการอักเสบทั้งแบบปกติและเรื้อรัง เป็นต้น

“อุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งก็เผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น การขยายตัวของเมือง การใช้สารเคมีทางการเกษตร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากรผึ้งและผลผลิตน้ำผึ้งได้ การสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รวมถึงการผลักดันอุตสาหกรรมน้ำผึ้งเข้าสู่การผลิตตามมาตรฐานสากล และการทำให้น้ำผึ้งเป็น น้ำผึ้งเอกลักษณ์ specialty ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศอีกด้วย การปกป้องผึ้งจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องแมลงชนิดหนึ่ง แต่คือการปกป้องโลกทั้งใบ” นายพีรพันธ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พีรพันธ์ เดินหน้านโยบายเกษตรยั่งยืนรับวันผึ้งหลวง แมลงศก.แห่งยุค

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...