3 “ผู้ชนะ” ปี25 “หุ้นละตินอเมริกา-หุ้นยุโรป-REIT (นอกสหรัฐ)”… โชว์ผลตอบแทน 14 – 22% Outperform “หุ้นสหรัฐ” ขาดลอย !!!
Fun of Funds: “ไม่มีสินทรัพย์ใด ที่จะให้ผลตอบแทนยืนหนึ่งได้ตลอดเวลา”
“หุ้นสหรัฐ” ก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่ม “หุ้นเติบโต” (Growth) ที่เคยสร้างผลตอบแทนในปี 2023 และ 2024 สูงเกินกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตอย่างมาก
การขาดทุนในปี 2025 จึงอาจถูกมองว่าเป็น “การกลับสู่ค่าเฉลี่ย” หรือการปรับคืนสู่ “ระดับปกติ” ในระยะยาว
สำหรับ “ผู้ชนะ” ในปี2025 ได้เปลี่ยนหน้าไป ในขณะที่ “หุ้นสหรัฐ” ปีนี้ปรับตัวลดลง -3.39%“หุ้นละตินอเมริกา-หุ้นยุโรป-REIT (นอกสหรัฐ)” กลับสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น +22.16%, +16.74% และ +14.11% ตามลำดับ (ที่มา: Morningstar Direct, ข้อมูล ณ วันที่ 9 พ.ค. 25)
และถือเป็น 3 “ผู้ชนะ” ที่ผลงานทิ้งห่าง “หุ้นสหรัฐ” อย่างขาดลอยในปีนี้
จนหลายคนอาจจะประหลาดใจกัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจากทาง “Morningstar” มาฝากกัน
“หุ้นยุโรป” กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โชว์ผลตอบแทนปีนี้ +16.74%…แนะมีติดพอร์ต “มูลค่าน่าสนใจ” สุดในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)”ระบุผ่านรายงานว่า “ดัชนีหุ้นยุโรป” ของ Morningstar พุ่งสูงในปีนี้จาก สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคในยุโรปกำลังปรับตัวดีขึ้น โดย “ไมเคิล ฟีลด์” หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดยุโรปของ Morningstar บอกว่า การประกาศเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทำให้เกิดการเทขายหุ้นอย่างรุนแรงในยุโรปเช่นเดียวกับในตลาดทั่วโลก แต่การฟื้นตัวของยุโรปกลับเป็นรูปตัว V อย่างรวดเร็ว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงยิ่งช่วยขยายผลกำไรจากหุ้นยุโรปสำหรับนักลงทุนชาวอเมริกันที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน นอกจากนี้ ‘ธนาคารกลางยุโรป’(ECB) และ ‘ธนาคารกลางอังกฤษ’(BoE) ได้เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว ตรงกันข้ามกับ ‘ธนาคารกลางสหรัฐ’(Fed) ที่ยังไม่ลดดอกเบี้ย”
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เรายกให้ยุโรปเป็น “ภูมิภาคตลาดพัฒนาที่น่าดึงดูดที่สุดในโลก” ยุคของ “Magnificent Seven” ซึ่งเป็นยุคที่หุ้นสหรัฐโดดเด่นอย่างมาก ทำให้หุ้นยุโรปถูกมองข้าม เนื่องจากมีการเติบโตช้ากว่าและมีภาพลักษณ์แบบ “เศรษฐกิจเก่า” (แม้จะมีข้อยกเว้นสำคัญ เช่น บริษัทเทคโนโลยี ASML ผู้สนับสนุนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และ Novo Nordisk ผู้ผลิตยาลดน้ำหนัก)
“การที่ ‘หุ้นยุโรป’ มีผลตอบแทนต่ำกว่ามาหลายปี ได้เปิดโอกาสให้เกิดความน่าสนใจด้านมูลค่า ยุโรปยังเป็นที่ตั้งของบริษัทระดับโลกคุณภาพสูงมากมาย แต่ราคาหุ้นของพวกเขากลับถูกลดค่าเพียงเพราะถิ่นฐานของบริษัทเหล่านี้ ไม่ว่าจะมองในแง่มูลค่าหรือไม่ หุ้นยุโรปก็สมควรถูกจัดรวมไว้ในพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม”
“ละตินอเมริกา” ปีนี้น้อนแรงบวกไปแล้ว +22.16%…แม้ “ความผันผวน” สูง แต่มาพร้อมโอกาสเติบโตที่มากกว่า
ส่วน “ดัชนีหุ้นละตินอเมริกา” ของ Morningstar เพิ่มขึ้นมากกว่า 22% แล้วในปี 2025 โดยได้แรงหนุนจากบราซิล เม็กซิโก และตลาดขนาดเล็กอย่างโคลอมเบียและชิลี เช่นเดียวกับยุโรป ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากหุ้นให้กับนักลงทุนชาวอเมริกันที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ละตินอเมริกายังถูกมองว่าเป็นผู้ชนะในเชิงเปรียบเทียบจากนโยบาย “ภาษี Trump” ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทในภูมิภาคก็แข็งแกร่งเช่นกัน
นี่ถือเป็นการพลิกสถานการณ์ครั้งใหญ่ ดัชนี “Morningstar Brazil” และดัชนี “Morningstar Mexico” ต่างก็ขาดทุนมากกว่า 25% (ในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2024 สำหรับ “บราซิล” เอง ยังคงเผชิญกับปัญหาทางการคลังอย่างรุนแรง ส่วนใน “เม็กซิโก” ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้รับผลกระทบจากผลการเลือกตั้งทั้งในประเทศและในสหรัฐ โดยทั้งประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย เชนเบาม์ และประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่างถูกมองว่าเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นเม็กซิโก
“เช่นเดียวกับหุ้นยุโรป ‘หุ้นละตินอเมริกา’ ก็ดูเหมือนจะเป็นสินทรัพย์ราคาถูกที่น่าจับตาเมื่อต้นปีนี้ ในรายงานแนวโน้มปี 2025 ของ Morningstar เขียนไว้ว่า ‘ความกังวลเกี่ยวกับเม็กซิโกและบราซิลดูเหมือนจะถูกขยายเกินจริง’ บราซิลเป็นตลาดหุ้นที่มีศักยภาพสูงที่สุดในระดับโลกสำหรับช่วงเวลา 10 ปีข้างหน้า แม้ว่าหุ้นละตินอเมริกาจะมีความผันผวนสูง แต่ก็อาจมีโอกาสในการเติบโตมากกว่าที่คาดไว้”
“REIT-นอกสหรัฐ” ทำผลตอบแทนโดดเด่นปีนี้ +14.11%…แรงหนุนจาก “ดอกเบี้ยต่ำ-แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง”
ปิดท้ายกันด้วย “กองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” (REITs) ทั่วโลกนอกสหรัฐ ที่ปีนี้ทำผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น +14.11% ความแข็งแกร่งนี้เกิดขึ้นในตลาดพัฒนาต่างๆ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย รวมถึงตลาดเกิดใหม่อย่างเม็กซิโก อินเดีย และแอฟริกาใต้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ในหลายภูมิภาคมีความคึกคัก โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำหรือมีแนวโน้มลดลง
“ส่วน ดัชนี ‘Morningstar US REIT’ ยังตามหลังดัชนี ‘Morningstar Global Markets ex-US REIT’ ในปี 2025 แต่ก็ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก และดีกว่าตลาดหุ้นสหรัฐโดยรวม อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไป ถูกมองว่าเป็นปัจจัยลบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม REITs ยังคงให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าดึงดูด และอสังหาริมทรัพย์ยังถือเป็น ‘สินทรัพย์จริง’ที่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี”
สำหรับสินทรัพย์ 3 “ผู้ชนะ” ที่น่าประหลาดใจในปี 2025 สะท้อนว่า ผลการลงทุนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ “ดาวเด่น” ของเมื่อวานอาจร่วงลง ส่วนสินทรัพย์ที่เคยถูกมองข้ามอาจกลายเป็น “Hero” การลงทุนแบบสวนกระแสสามารถสร้างกำไรได้ แม้อาจต้องใช้เวลา นักลงทุนที่ “กระจายการลงทุน” ตามภูมิศาสตร์ รูปแบบ และขนาดตลาด จะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผู้นำในตลาดได้ดีที่สุดนั่นเอง