โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา TikTok คุมค้าออนไลน์ ใช้ขนส่งเจ้าเดียว หวั่นผูกตลาด

อีจัน

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • อีจัน

วันนี้ (15 ก.ค.68) ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปอย่างมาก ทุกๆ อย่างแทบจะทำผ่าน “สมาร์ทโฟน” ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยทะลุ 1 ล้านล้าน แต่รายย่อยยังน่าเป็นห่วง เผยส่วนใหญ่ขายผ่าน TikTok ส่งโดย J&T แต่เจอเงื่อนไขเพียบ นักวิชาการร้องควบคุมแข่งขันเป็นธรรม หวั่นผู้ประกอบการไทยถูกกีดกันทางการค้า

ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ข้อมูลจาก priceza.com คาดว่ามีมูลค่าแตะ 1.1 ล้านล้านบาท เติบโตจากปี 2566 ถึง 14% ซึ่งมีมูลค่า 9.8 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มพุ่งถึง 1.6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570 ผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นชินกับการซื้อขายออนไลน์ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและแบรนด์สินค้าต่างๆ

TikTok โตหมื่นล้าน เงื่อนไขเพียบ บีบรายย่อย

อย่างไรก็ตาม แม้ Shopee และ Lazada ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคไทยเลือกใช้สูงสุด 75% รองลงมา คือ Lazada 67% และ TikTok ที่ 51% ก็ตาม แต่ TikTok ก็กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด S-Commerce ที่ผนวกความบันเทิงและการค้าผ่านคอนเทนต์วิดีโอ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีจากคอนเทนต์ที่รับชม

ส่งผลให้ ปี 2567 ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุ ว่า TikTok มีรายได้ทะลุ 12,000 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเริ่มจดตั้งบริษัทในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566 และมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โดยมีนางสาวชวัลรัตน์ ภู่ชัยวัฒนานนท์ เป็นกรรมการและนั่งในตำแหน่ง Head of Fashion E-Commerce TikTok Shop ประเทศไทย

การเติบโตที่รวดเร็วของ TikTok Shop กลับสร้างคำถามด้านการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวหาว่า แพลตฟอร์มใช้วิธีลดการมองเห็นลิงก์ไปยังเว็บไซต์คู่แข่ง และบังคับร้านค้าใช้ระบบขายของ TikTok เท่านั้น เพื่อให้ยังสามารถเข้าถึงผู้ชมได้ หรือไม่ รวมถึงประเด็นการจัดส่งสินค้าล่าช้า ซึ่ง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ได้เคยส่งหนังสือแจ้งเตือนในฐานะที่ TikTok คือแพลตฟอร์มที่ต้องจดแจ้งตามกฎหมาย DPS หรือ พระราชกฤษฎีกา การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 มาแล้ว

โลจิสติกส์ถูกผูกขาด แม่ค้าออนไลน์ ขาดตัวเลือก

นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้ไปรษณีย์ไทยจะเริ่มให้บริการจัดส่งสินค้าบน TikTok มาตั้งแต่กลางปี 2567 แต่ก็ยังถือว่ามีส่วนแบ่งการตลาดต่ำมาก เพียง 1-2% เท่านั้น เนื่องจาก TikTok เลือกใช้บริการจากบริษัทขนส่งรายใหญ่ เช่น J&T Express เป็นหลัก

“เราไม่รู้ตัวเลขจริง เพราะ TikTok ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด สิ่งที่พอจะอ้างอิงได้คือการประมาณจากรายได้ของบริษัทขนส่งรายอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอีคอมเมิร์ซทั้งนั้น” นายดนันท์กล่าว

รายย่อยโอด แนะวางกติกาเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ผู้ค้ารายย่อยหลายราย เริ่มสะท้อนความอึดอัดต่อบทบาทของ TikTok โดยแม้จะเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น แต่ต้องยอมรับค่าคอมมิชชันที่สูง รวมถึงไม่สามารถเลือกขนส่งเองได้ และหากไม่ซื้อโฆษณาหรือเข้าร่วมแคมเปญของ TikTok ก็จะถูกลดการมองเห็นอย่างชัดเจน

“ยอดขายดีขึ้นจริง แต่เราต้องจ่ายค่าคอมมิชชันสูงขึ้น และต้องพึ่งขนส่งที่แพลตฟอร์มเลือกให้” ผู้ค้ารายหนึ่งเผย

ดังนั้น ไม่ใช่แค่รายเล็กจะอยู่ไม่ได้ รายใหญ่ในตลาดก็จะอยู่ไม่รอดเช่นกัน หากแพลตฟอร์ม อย่าง TikTok ยังกีดกัน และผูกขาดการเลือกขนส่งเพียงรายเดียว คือ J&T อยู่แบบนี้

ด้านนายพรเทพ เบญญาอภิกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า การเติบโตของ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์ม S-Commerce ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตา เพราะเป็นการผนวกธุรกิจโซเชียลมีเดียเข้ากับอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็เปิดช่องให้เกิดพฤติกรรมผูกขาดหรือกีดกันการแข่งขันได้ง่ายขึ้น

“การที่แพลตฟอร์มควบคุมทั้งเนื้อหา การโฆษณา ระบบการชำระเงิน และขนส่ง อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกับผู้เล่นรายเล็กที่ไม่สามารถต่อรองอะไรได้มาก และสุดท้ายอาจต้องออกจากตลาด” นายพรเทพกล่าว

เขาเสนอว่า ประเทศไทยควรมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน เช่น การแยกบทบาทระหว่างโซเชียลมีเดียกับอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลอัลกอริธึมและค่าธรรมเนียมให้โปร่งใสมากขึ้น พร้อมยกตัวอย่างจากประเทศอินโดนีเซียที่เคยสั่งแบน TikTok Shop ชั่วคราวเพราะพบพฤติกรรมกีดกันคู่แข่งและตั้งราคาต่ำกว่าทุน

ขณะที่สหภาพยุโรปเริ่มกำหนดให้ TikTok เป็น Gatekeeper ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) เพื่อจำกัดพฤติกรรมผูกขาดและเปิดตลาดให้แข่งขันอย่างเท่าเทียม คำถามสำคัญคือ ไทยจะเดินทางไหน จะปล่อยให้ตลาด S-Commerce ขยายตัวโดยไร้กติกา หรือจะเริ่มวางกรอบกำกับเพื่อปกป้องผู้บริโภคและผู้ค้าอย่างสมดุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...