โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไทยฟ้องยูเอ็น กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา วางกับระเบิดช่องบก

PostToday

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 09.41 น.

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เตรียมนัดประชุม ศบ.ทก. ในวันที่ 20 ก.ค. เวลา 14.00 น. โดยมีตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางดำเนินการทางการทูตและกฎหมาย หลังเกิดเหตุทหารไทยจากหน่วย ร้อย ร.6021 เหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 นาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กับระเบิดดังกล่าวเป็นของใหม่ ไม่ใช่ระเบิดที่ตกค้างจากอดีต ซึ่งอาจเข้าข่ายการละเมิด อนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามการใช้ การกักเก็บ และการส่งต่อทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีร่วมลงนาม

พล.อ.ณัฐพล ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บข้อมูลหลักฐาน พร้อมรายงานผลอย่างเป็นทางการ และแถลงข่าวชี้แจงต่อสาธารณชน โดยย้ำว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและรัดกุม

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า ไทยเตรียมนำหลักฐานที่ได้ไปยื่นต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อดำเนินคดีระหว่างประเทศ หากกัมพูชาปฏิเสธ ก็ต้องแสดงหลักฐานหักล้าง ส่วนฝ่ายไทยจะส่งหน่วยทหารช่างเข้าพื้นที่เพื่อเก็บกู้วัตถุระเบิดทั้งหมดในเขตแดนไทยบริเวณช่องบก

การประชุมในวันที่ 20 ก.ค. จะเป็นการวางแนวทางก่อนการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในที่ประชุม ศบ.ทก. วันที่ 21 ก.ค. นี้ เพื่อแสดงจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อการรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...