โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” ถูกกว่า “หุ้นโลก” กว่า 30% โอกาสลงทุนที่โดดเด่น “ศก.โตแกร่ง-ราคาไม่แพง”... ส่วน “หุ้นปันผล” (SETHD) จุดแข็งตลาดหุ้นไทย “Yield” สูง !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 10.14 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Fun of Funds: สำหรับ “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” (Emerging Market ex China) เป็นตลาดที่ “ราคาไม่แพง” และมีศักยภาพในการเติบโตในระยะปานกลาง-ยาว ซึ่งก้าวเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา
โดยตลาดหุ้นที่มีน้ำหนักในดัชนี “MSCI Emerging Markets ex China” 4 อันดับแรกนั้น ประกอบด้วย 1) “อินเดีย” 26.33%, 2) “ไต้หวัน”26.07%, 3) “เกาหลีใต้”13.64% และ 4) “บราซิล” 6.16% ตามลำดับ (ที่มา: msci.com, วันที่ 30 พ.ค. 25)
ล้วนเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และมีหุ้นชั้นนำระดับโลกให้เลือกลงทุน ที่สำคัญราคายัง “ไม่แพง” มี Forward P/E 12.69 เท่าต่ำกว่า “หุ้นโลก” ที่ 18.08 เท่า หรือถูกกว่าประมาณ 30% เลยทีเดียว
ส่วน“หุ้นไทย” ปีนี้ดิ่งมาแล้วกว่า -22.70% จน P/BV เหลือ 1.02 เท่า เข้าโซน “ถูก” ในขณะที่ “อัตราเงินปันผล” ก็ดี 4.42% (ที่มา: set.or.th, วันที่ 27 มิ.ย. 25) โดยเฉพาะในกลุ่ม “ดัชนีหุ้นปันผล” (SETHD) นั้น อัตราเงินปันผลจะสูงกว่าอยู่ที่ 6.46% นั่นทำให้ “หุ้นปันผล” เป็นอีกหนึ่งธีมที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน
ทำไม “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” และ “หุ้นปันผล” จึงเป็น 2 ธีมที่มีความน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)”…เศรษฐกิจโตแกร่ง-มูลค่าน่าสนใจ

โดย “สาห์รัช ชัฎสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ บอกว่า “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” (Emerging Markets ex China) ในระยะกลางถึงระยะยาวถือเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นขุมพลังของเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ เนื่องจากมีจำนวนประชากรวัยทำงานที่มากเป็นอันดับ 1 ของโลกส่งผลให้มีกำลังการบริโภคสูง อีกทั้งเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นผู้ผลิตชิปซึ่งเป็นเบื้องหลังของธุรกิจ AI ที่เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของโลก เป็นกลุ่มประเทศส่งออกทรัพยากรธรรมชาติและเป็นฐานการผลิตใหม่ของโลกอีกด้วย
ที่สำคัญหลายประเทศที่มีน้ำหนักในดัชนีก็มีความโดดเด่นมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา “เกาหลีใต้” การเมืองมีเสถียรภาพขึ้น หลัง “อี แจ-มยอง” ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และรัฐบาลมีนโยบายที่เน้นการเติบโตผ่านงบประมาณ 1.3-1.35% ของ GDP เน้น AI และไบโอเทคโนโลยี พร้อมปฏิรูปตลาดการเงินและธรรมาภิบาล อีกทั้งมีโอกาสเข้าซื้อขายในดัชนี MSCI Developed Market”

(สาห์รัช ชัฎสุวรรณ)

ขณะที่ “ไต้หวัน” เศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้นจากปัจจัยหนุนด้านการค้า และความเชื่อมั่นใจธุรกิจ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยนักเศรษฐศาสตร์หลายแห่งได้ปรับคาดการณ์ GDP ปี25 เป็น 3.5% จากเดิม 3.3% ขณะที่ P/E ของ “MSCI Taiwan” อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยในอดีต
“หุ้นกลุ่ม ‘ประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ไม่รวมจีน’ถือเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นขุมพลังของเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่เศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่ง ปัจจุบันราคาหุ้นที่อยู่ในระดับน่าสนใจแล้ว โดยมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า 12 เดือน (Forward P/E) อยู่ที่ 13.0 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปี เป็นอีกตลาดที่น่าสนใจลงทุน

ชี้จังหวะเก็บหุ้นไทย…“SETHD” ปันผลสูง

ในขณะที่ วิน พรหมแพทย์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย มองว่า “ตลาดหุ้นไทย” ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,100 จุด สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านขาลงมีจำกัด เนื่องจากปัจจัยลบส่วนใหญ่ได้ถูกสะท้อนในราคาตลาดแล้ว ตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร (12-month forward P/E) ที่ 11.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าช่วงวิกฤตการณ์ COVID-19 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.2 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (forward P/B) อยู่ที่ 1.0 เท่า ซึ่งต่ำกว่าช่วง COVID-19 ที่ 1.1 เท่า ในขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ของตลาดไทย 1 ปีข้างหน้า คาดการณ์ไว้ที่ 8.6% ซึ่งฟื้นตัวจากระดับ 5.9% หลังช่วง COVID-19 ที่สำคัญคือ หุ้นในกลุ่ม “SETHD” มีคาดการณ์เงินปันผลสูงถึง 5.9% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 4.33% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดรวมที่ 4.6% จึงนับเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่มองหามูลค่าและผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอ

(วิน พรหมแพทย์)

“หุ้นในดัชนี ‘SETHD’ ยังมีการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจกว่าดัชนี ‘SET’ อย่างมีนัยสำคัญ คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ของดัชนี ‘SETHD’ ในปีนี้และอีก 2 ปีข้างหน้าไว้ที่ประมาณ 5-6% ต่อปีซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ เป็นจังหวะลงทุน และกว่า 90% ของหุ้นเหล่านี้ได้รับการจัดอันดับ ‘SET ESG Rating’ ในระดับสูง ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและการคำนึงถึงความยั่งยืนของกิจการได้เป็นอย่างดี”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนเพื่อร่วมเติบโตไปกับตลาดที่มีศักยภาพในระยะกลาง-ยาว มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งและราคาไม่แพง เชื่อว่า “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี อีกตลาดที่ “ถูก” ก็คือ “หุ้นไทย” โดยเฉพาะในกลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” (SETHD) ถือเป็นจุดเด่นของตลาดที่เป็นจังหวะในการลงทุนเช่นเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...