เวียดนาม ไม่เครียดโดน ภาษีสหรัฐ 20% จ่อใช้ FTA 16 ฉบับหาตลาดส่งออกใหม่
รัฐมนตรีช่วยอุตสาหกรรมและการค้า เวียดนาม ประกาศพลิกวิกฤตภาษี 20% จากสหรัฐฯ เป็นโอกาส ยกระดับคุณภาพสินค้าพร้อมใช้ข้อตกลง FTA 16 ฉบับ ขยายตลาดส่งออกใหม่ทั่วโลกแม้ GDP ไตรมาส 2 โต 7.96% แต่ยังเผชิญความท้าทายในการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทั้งปี
ในวันนี้ (9 กรกฎาคม 2568) ฟาน ถิ ทั้ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ได้ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกของประเทศเพื่อรับมือกับมาตรการกำแพงภาษีจากสหรัฐอเมริกา โดยเธอกล่าวว่า เวียดนามจะพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสในการยกระดับคุณภาพสินค้า และเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เวียดนามต้องเผชิญกับข้อตกลงที่ทำไว้กับรัฐบาลสหรัฐฯ ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำหนดให้มีการเรียกเก็บภาษี 20% สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากเวียดนาม และจะเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 40% หากเป็นสินค้าที่ถูกส่งผ่านจากประเทศที่สาม
"ปัจจุบันเวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ถึง 16 ฉบับ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถขยายตลาดส่งออกและลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ลงได้" นางฟาน ถิ ทั้ง กล่าวในงานประชุมด้านการลงทุนที่กรุงฮานอย พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนเพื่อดำเนินมาตรการดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ในด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเวียดนามในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ขยายตัวถึง 7.96% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 6.93% ในไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าเป้าหมายการเติบโตตลอดทั้งปีที่รัฐบาลตั้งไว้ที่อย่างน้อย 8%
ซึ่งนายกรัฐมนตรีฝั่ม มิญ จิ๊ญ ได้ออกมายอมรับว่า การบรรลุเป้าหมายนี้ถือเป็น "ความท้าทายอย่างยิ่ง" การประกาศเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการผลักดันเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอก