โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เลิกใช้เงินสด ชี้ธุรกรรมดิจิทัลตรวจสอบง่ายกว่า รมว.ยุติธรรมฝรั่งเศสเสนอเลิกใช้เงินสด หันไปใช้เงินดิจิทัล หวังสกัดธุรกรรมผิดกฎหมายเพราะตรวจสอบง่ายกว่า

The Structure

อัพเดต 24 พ.ค. 2568 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • The Structure

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมฝรั่งเศส เฌราลด์ ดาร์มาแนง เสนอให้ยกเลิกการใช้เงินสด โดยให้เหตุผลว่าการชำระเงินแบบดิจิทัล รวมถึง คริปโตเคอร์เรนซี สามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่าเงินสด ซึ่งจะช่วยเจ้าหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงการค้ายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในการแถลงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ดาร์มาแนง ระบุว่า “อาชญากรรมรายวันและเครือข่ายอาชญากรรมจำนวนมากพึ่งพาเงินสด” พร้อมย้ำว่า “การเลิกใช้เงินสดจะช่วยขัดขวางการจัดตั้งแหล่งค้ายาเสพติด” แม้เขายอมรับว่ามาตรการนี้จะไม่สามารถกำจัดการค้ายาเสพติดได้ทั้งหมด แต่จะทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายหลีกเลี่ยงการตรวจสอบทางการเงินได้ยากขึ้น

ดาร์มาแนง ยังยอมรับว่า กลุ่มอาชญากรอาจหันไปใช้คริปโตแทนเงินสด แต่เขามองว่านี่เป็นข้อดีเนื่องจาก “คริปโตมักตรวจสอบได้ง่ายกว่า” ผ่านระบบบล็อกเชนและกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลผู้ส่งและผู้รับกับหน่วยงานภาษี

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้อาจเผชิญแรงต้านจากประชาชนฝรั่งเศสที่ยังมองว่าเงินสดเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความเป็นส่วนตัวและการบริหารเงิน จากผลสำรวจของ Banque de France ในปี 2024 พบว่าแม้การชำระเงินด้วยบัตรจะเป็นวิธีหลัก (62%) แต่ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงเห็นว่าเงินสดมีความสำคัญหรือสำคัญมาก โดยให้เหตุผลเรื่อง ความเป็นนิรนาม (40%) การชำระเงินทันที (37%) และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น (31%)

นักวิจารณ์เตือนว่าการแบนเงินสดอาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบทางการเงินและการละเมิดเสรีภาพส่วนบุคคล ซึ่งดาร์มาแนง รับทราบถึงข้อกังวลนี้แต่ยืนยันว่า การหมุนเวียนเงินสดที่ผิดกฎหมายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่ใหญ่กว่า

ปัจจุบัน ฝรั่งเศสและสหภาพยุโรปได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการใช้เงินสด โดยในฝรั่งเศส การชำระเงินสดที่เกิน 1,000ยูโร (36,960 บาท) ให้กับนิติบุคคลถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และมีโทษปรับสูงสุด 5% ยกเว้นกรณีที่บุคคลไม่มีบัญชีธนาคาร ส่วนการทำธุรกรรมระหว่างบุคคลทั่วไปถูกจำกัดอยู่ที่ 1,500ยูโร(55,440 บาท) เว้นแต่จะมีการลงนามในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

ในระดับสหภาพยุโรป รัฐสภายุโรปได้ผ่านกฎหมายกำหนดเพดานการใช้เงินสดที่ 10,000ยูโร (369,590 บาท) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2027 โดยมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้กลุ่มอาชญากรเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมากโดยไม่เปิดเผยตัวตน

(1 ยูโร = 36.96 บาท)

ที่มา: อาร์ที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...