โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Share Class ชนิดหน่วยลงทุนที่นักลงทุนควรรู้จัก

Finnomena

อัพเดต 23 พ.ย. 2565 เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 06.18 น. • เด็กการเงิน DekFinance

เชื่อว่าหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่ หรือนักลงทุนที่ลงทุนเป็นแล้ว บางทีก็ต้องมีสับสนชื่อกองทุนกันบ้างแหละเพราะมีกองทุนหลายประเภท และมีหลายชนิดมาก วันนี้ เด็กการเงิน ขอนำเรื่อง Share Class ของกองทุนไทย มาให้ทุกคนรู้จักกัน ตัวขีดและตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษหลังชื่อกองทุนนั้นหมายถึงอะไร

Share Class หรือ ชนิดหน่วยลงทุน หลัก ๆ มี 6 ประเภท ได้แก่

A-Class หรือ Accumulation

เป็นกองทุนชนิดสะสมมูลค่า ไม่มีการจ่ายปันผล ถ้านักลงทุนอยากได้เงินคืน ก็ต้องทำการขายคืนเองปกติ ส่วนมากหลายกองทุนจะไม่มี -A และถ้าไม่เห็นตัวอื่น ๆ ก็ไม่ต้องเเปลกใจ ถือว่าเป็นกองทุนชนิดสะสมมูลค่าเช่นกัน (เพื่อป้องกันความสับสน ให้อ่านชื่อภาษาไทยประกอบจะเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นกองทุนชนิดใด)

กองทุนชนิดนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุน และต้องการให้เงินลงทุนเติบโตแบบทบต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ

D-Class หรือ Dividend

เป็นกองทุนจ่ายปันผลจากกำไรสะสม เมื่อปันผลแล้ว NAV จะลดลงประมาณเท่ากับปันผลที่จ่ายไป แต่จำนวนหน่วยที่นักลงทุนมีอยู่ยังเท่าเดิม

กองทุนชนิดนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุน แต่ต้องถูกหักภาษีเงินปันผล 10% แต่สามารถขอเคลมคืนได้ ถ้ามีฐานภาษีที่ไม่สูงนัก

R-Class หรือ Redemption หรือ Auto Redemption

เป็นกองทุนชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับนักลงทุน ซึ่งจำนวนหน่วยของนักลงทุนจะลดลง แต่ไม่มีผลกับ NAV นอกจากนี้ยังไม่ต้องเสียภาษีเนื่องจากถือเป็นกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ตัวอย่างเช่นกอง LHGROWTH-R, PRINCIPAL iPROP-R เป็นต้น

กองทุนชนิดนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุน และไม่ต้องการเสียภาษี ซึ่งมีความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่าลืมนะว่าหน่วยลงทุนจะค่อย ๆ ลดลงจากการถูกทยอยขายออกทีละนิด ต้องเติมหน่วยลงทุนบ้างนะ

หมายเหตุ: บางกองทุนเช่น UGIS-A ถือเป็นชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ และ UGIS-N ถือเป็นชนิดชนิดขายคืนหน่วยลงทุนปกติ (สะสมมูลค่า)

(เพื่อป้องกันความสับสน ให้อ่านชื่อภาษาไทยของกองทุนประกอบจะเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นกองทุนชนิดใด)

E-Class หรือ Electronics

เป็นกองทุนที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมการจัดการและการขาย เช่น 23 กองทุนของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่หลายคนรู้จักนั่นเอง แต่ต้องซื้อผ่าน SCBAM Fund Click เท่านั้น E Class ยังสามารถเจอได้ใน บลจ. Land and House ก็ฟรีค่าธรรมเนียมเช่นกัน

P-Class หรือ Private Fund

สำหรับหน่วยลงทุนชนิดนี้จะเป็นกองทุนสำหรับนักลงทุนกองทุนส่วนบุคคลเท่านั้น หรือซื้อได้โดยกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งอาจจะได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมด้วย

I-Class หรือ Institutional Investor

สำหรับหน่วยลงทุนชนิดนี้จะเป็นกองทุนสำหรับนักลงทุนสถาบันเท่านั้น นักลงทุนรายย่อยอย่างเราไม่สามารถลงทุนได้

การเลือก Share Class จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการลงทุนเป็นหลัก อย่างน้อยต้องรู้จักความแตกต่างของกองทุน ชนิด A, D และ R เพื่อที่เราจะได้เลือกลงทุนให้ถูก และลดการเสียภาษีโดยไม่จำเป็น

เด็กการเงิน DekFinance

ที่มาบทความ: https://www.facebook.com/DekFinance101/posts/233025578714913

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...