วิจัยเผย! การถูกปฏิเสธสามารถสร้างความเจ็บปวดเหมือนที่เกิดกับร่างกายได้
สำหรับใครที่เคยอกหัก ร้องไห้จนจุกอก โดนปฏิเสธ หรือโดนหักหลังจากคนที่ไว้ใจที่สุด พบเจอแต่ความเจ็บปวดจากการผิดหวัง ก็คงจะเข้าใจความรู้สึกว่ามันแย่ขนาดไหนใช่ไหมคะ เพื่อน ๆ รู้ไหมคะ ว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทางใจเนี่ย ก็สามารถสร้างความเสียหายแก่ร่างกายให้กับเราได้เหมือนกันค่ะ
วิจัยเผย! การถูกปฏิเสธ ก็สามารถสร้างความเจ็บปวดเหมือนที่เกิดกับร่างกายได้
เพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม การที่เราโดนปฏิเสธโดยไม่ทันตั้งตัวนั้น เป็นพฤติกรรมที่ยากต่อการประมวลผล ทำให้เกิดความเจ็บปวดทางใจ เกิดความเครียดได้ แบบที่เรามองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นการโดนปฏิเสธผ่านคำพูด สีหน้า หรือท่าทาง และความเจ็บปวดที่เกิดจากการโดนปฏิเสธนั้น บางครั้งอาจจะมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ถ้าเราไม่ได้รับการเยียวยาที่ถูกต้อง
Ethan Kross ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนและเพื่อนร่วมงานของเขา Edward Smith จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย อธิบายว่า การถูกปฏิเสธทางสังคม สามารถส่งผลกระทบต่อสมอง ไม่ต่างจากความเจ็บปวดทางร่างกายเลย
Edward Smith กล่าวถึงการวิจัยของเขาว่า เขาได้ให้อาสาสมัครจำนวน 40 คน ที่เพิ่งถูกปฏิเสธความรักแบบไม่ได้เตรียมใจในช่วง 6 เดือน มาวิจัยคลื่นสมองด้วย MRI และจำลองสถานการณ์ในการทดลอง 4 สถานการณ์ คือ ให้ดูรูปถ่ายของคนที่เพิ่งเลิกรากันไป, รูปถ่ายของเพื่อน และนึกถึงประสบการณ์ที่ดี, วางแขนบนอุปกรณ์ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น, และวางแขนบนอุปกรณ์ที่จะร้อนพอที่จะทำให้รู้สึกเจ็บปวด แต่ไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย
โดยขั้นตอนในการทดลองเกี่ยวกับการปฏิเสธโดยไม่ได้เตรียมใจนั้น ผู้เข้าร่วมจะได้ทดสอบการโดนปฏิเสธทางสังคมแบบต่าง ๆ เช่น การกีดกันผู้เข้าร่วมออกจากเกมการโยนบอลด้วยคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “Cyberball”, การให้วาดภาพตามหัวข้อ และการสร้างสถานการณ์ว่ามีคนแปลกหน้าไม่ชอบพวกเขา เทียบกับความเจ็บปวดของการดูรูปถ่ายของคนที่เพิ่งเลิกกันไปและรูปเพื่อน เป็นระยะเวลา 15 นาที โดยในการทดลองทั้งหมด ให้ผู้เข้าร่วมบรรยายความรู้สึก และให้คะแนน 1-5 โดย 1 คือ แย่มาก และ 5 คือดีมาก หลังจากนั้น จะทดลองด้วยการตอบสนองความเจ็บปวดต่อร่างกาย โดยการกระตุ้นความรู้สึกด้วยความร้อน ที่ปลายแขนข้างซ้าย และให้คะแนนความเจ็บปวด ระดับ 1-5 เช่นกัน และวัดปฏิกริยาตอบโต้ในสมอง ด้วยการวัดคลื่นสมองด้วย fMRI
ผลการศึกษาพบว่า สถานการณ์เชิงลบ อย่างการให้ดูรูปถ่ายของคนที่เลิกรากัน การโดนปฏิเสธทางสังคมรูปแบบอื่น ๆ และการวางแขนบนอุปกรณ์ที่ร้อนจนทำให้รู้สึกเจ็บปวดนั้น มีการตอบสนองของสมองที่ทับซ้อนกันที่สมองส่วนคอร์เทกซ์ที่คอยรับความรู้สึกทางกาย และที่ส่วนหลังของอินซูลา นอกจากการเปรียบเทียบผลการทดลองทางความรู้สึกและทางกายที่ทดลองนี้แล้ว พวกเขายังไปเปรียบเทียบผลการทดลองอื่น ๆ อีก 500 เรื่อง เกี่ยวกับการตอบสนองของสมองต่อความเจ็บปวดทางกาย อารมณ์ ความจำในการทำงาน การสลับความสนใจ ความจำระยะยาว และการแก้ปัญหาการรบกวนเพื่อยืนยันผลอีกด้วย
นอกจากงานนี้ งานวิจัยอื่น ๆ ก็เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเจ็บปวดทางกาย และความเจ็บปวดทางจิตใจ เช่น คนที่เจ็บปวดทางกาย มีแนวโน้มที่จะเจ็บปวดทางใจได้ง่ายขึ้น และคนที่มีความเจ็บปวดทางจิตใจ ก็จะรู้สึกอ่อนไหวง่าย ถ้ามีความเจ็บปวดทางร่างกายเกิดขึ้น
ผลการวิจัยในครั้งนี้ อาจจะช่วยให้นักวิจัยคิดค้นวิธีการที่จะช่วยผู้คนที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ต่อการสูญเสียหรือการปฏิเสธได้ค่ะ
Reference :
RANDOLPH E. SCHMID and AP SCIENCE WRITER. 2011. "To the brain the pain of rejection really hurts" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.mcall.com/sdut-to-the-brain-the-pain-of-rejection-really-hurts-2011mar28-story.html สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564
Science daily. University of Michigan. 2011. "Study illuminates the 'pain' of social rejection" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.sciencedaily.com/releases/2011/03/110328151726.htm สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564
Ethan Kross, Marc G. Berman, Walter Mischel, Edward E. Smith, and Tor D. Wager. 2011. "Social rejection shares somatosensory representations with physical pain" [Online] เข้าถึงได้จาก :https://www.pnas.org/content/108/15/6270 สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564
Ming Zhang, Yuqi Zhang, Yazhuo Kong. 2020. "Interaction between social pain and physical pain" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://journals.sagepub.com/doi/full/10.26599/BSA.2019.9050023 สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564
สำหรับใครที่นกบ่อย ๆ หรือมีเพื่อนที่อกหัก การปลอบใจและคอยเป็นกำลังใจให้เพื่อนผ่านพ้นช่วงเวลาแย่ ๆ จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นความเจ็บปวดที่มองไม่เห็น แต่ยังไงการเยียวยาจิตใจด้วยวิธีที่ถูกต้อง อย่างการยอมรับความจริง การปล่อยวาง และการใช้เวลาเป็นตัวช่วยเยียวยา ก็จะทำให้แผลหายได้เหมือนกันค่ะ ในโลกนี้ไม่มีใครไม่เคยโดนปฏิเสธ คิดซะว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ