โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฮงค์เอาท์หลังเลิกงานคือวัฒนธรรม? ทำยังไงเมื่ออยากสนิทกับคนในออฟฟิศแต่ดันไม่ถนัดดื่ม

The MATTER

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 09.32 น. • Lifestyle

“ไปด้วยกันเถอะนะ พี่ๆ เขาไปกันหมดเลย”
“แต่เมื่อวานเพิ่งไปนะคะ”
“เอาหน่า…ถือซะว่า กระชับความสัมพันธ์กับพี่ๆ ในทีมนะ”

เคยไหมใจก็แอบคิดว่า ถ้าสนิทกับคนที่ทำงานก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน แต่อีกใจก็อยากกลับบ้านไปเล่นกับแมว?

นี่คงจะเป็นสถานการณ์ชวนกระอั่กกระอ่วนอยู่ไม่น้อย เวลาคนที่ทำงานชวนเราไปกินดื่มหลังเลิกงานบ่อยๆ โดยมักอ้างว่า เราจะได้สนิทกับคนในออฟฟิศมากขึ้น เพราะเอาเข้าจริง เราเองก็ไม่ใช่ไม่อยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา เพียงแต่เราเองก็อยากกลับบ้านไปพักผ่อนหลังเลิกงานมาเหนื่อยๆ เหมือนกัน

อีกทั้งสำหรับบางคนที่ไม่ดื่มเลย ก็อาจไม่อยากไปเหมือนกัน เพราะคงไม่มีใครอยากไปนั่งเหงาๆ ดูคนอื่นชนแก้วกันเฮฮา ถ้าพวกเขาชวนไปทำกิจกรรมอย่างที่ไม่ใช่แฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน บางทีเราอาจอยากไปด้วยเหมือนกันนะ จะได้สนิทกับพี่ๆ เพื่อนๆ ในออฟฟิศมากขึ้นด้วย

เมื่อการกินดื่มหลังเลิกงานอาจไม่ใช่ทางเลือก แต่คือวัฒนธรรม

เอาล่ะ พอใกล้เวลาเลิกงานทีไร พวกพี่ๆ เพื่อนๆ ในออฟฟิศ เริ่มจับกลุ่มสุมหัวเตรียมตัวมองหาสถานที่สำหรับแฮงค์เอาท์เย็นนี้ แล้วพอเรากำลังจะแอบลุกออกไปเนียนๆ ทุกสายตากลับจับจ้องมาที่เรา พร้อมกับพูดว่า “อ้าวไม่ไปด้วยกันหรอ”

เชื่อว่าหนุ่มสาวชาวออฟฟิศหลายคนน่าจะเคยประสบกับสถานการณ์ชวนคิดหนักแบบนี้กันมาบ้าง ซึ่งการแฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน มักถูกมองว่า มันเป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในออฟฟิศได้ดีที่สุดกิจกรรมหนึ่ง อาจเพราะการดื่มแอลกอฮอล์หลังเลิกงานเพื่อผ่อนคลาย ถือเป็นเรื่องปกติของหลายคนในสังคมวัยทำงาน

ทั้งนี้ การกินดื่มหลังเลิกงานสำหรับบางประเทศอาจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทั่วไป แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมของชาวออฟฟิศหลายแห่งทั่วโลก ตัวอย่างเช่น ‘โนมิไก’ (飲み会 - Nomikai) ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินดื่มของชาวออฟฟิศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อดื่มสังสรรค์กันหลังเลิกงาน เพื่อสร้างคอนเนคชั่นทางสังคม ตลอดตนสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในทีม

สอดคล้องกับงานศึกษาของ หูอี้เสวียน (Yixuan Wu) จาก Carnegie Mellon University ซึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมโนมิไกของญี่ปุ่น พบว่า โนมิไกสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อองค์กร รวมถึงมีส่วนช่วยต่อการพัฒนามิตรภาพกับเพื่อนร่วมงาน

แม้การกินดื่มหลังเลิกงานจะมีส่วนต่อการกระชับความสัมพันธ์ได้จริง ทว่าหลายคนอาจไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม โดยงานศึกษาดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า วัฒนธรรมการกินดื่มส่งผลกระทบเชิงลบต่อตัวบุคคลด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการบังคับเข้าร่วมกิจกรรม

แน่นอน คงไม่มีใครอยากถูกบังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมหรอก แต่ก็เพื่อการผูกมิตรกับคนในออฟฟิศ เราเลยต้องจำใจไปเข้าร่วม ซึ่งผลสำรวจเกี่ยวกับอิทธิพลรอบตัวต่อการดื่มสังสรรค์ จาก Drinkaware โดยสำรวจจากหนุ่มสาวออฟฟิซชาวอังกฤษทั้งหมด 2,045 คน พบว่า เพื่อนร่วมงานมีอิทธิพลอย่างมากต่อการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะ 2 ใน 5 หรือคิดเป็น 43% ของผู้ทำแบบสำรวจบอกว่า พวกเขาได้รับแรงกดดันให้ดื่มจากเพื่อนร่วมงาน ด้วยเหตุผลเพื่อการเข้าสังคม และอีกเกือบ 2 ใน 5 คน ไม่กล้าปฏิเสธเพื่อนร่วมงานเวลาไปกินดื่มหลังเลิกงาน

จากแบบสำรวจดังกล่าว ดูเหมือนว่า บางครั้งแรงกดดันทางสังคม ก็มีส่วนต่อการบีบให้เราต้องดื่มสังสรรค์กับที่ทำงาน แม้ว่าหลายต่อหลายครั้งเราอาจไม่อยากไปกินดื่มกับพวกเขาหลังเลิกงาน แต่ก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์และการเข้าสังคม เราจึงจำเป็นต้องทำ

คนรุ่นใหม่คิดต่างออกไปกับวัฒนธรรมการกินดื่ม

ถึงแม้การกินดื่มหลังเลิกงานจะดูเป็นวัฒนธรรมสำคัญ ที่หลายคนนำมาใช้สำหรับการกระชับความสัมพันธ์กับคนในที่ทำงาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปวัฒนธรรมดังกล่าวกลับค่อยๆ เลือนหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ได้เห็นถึงความสำคัญของการกินดื่มหลังเลิกงานมากเท่าไหร่แล้ว

คนรุ่นใหม่หรือคนเจน Z จำนวนไม่น้อย เริ่มต่อต้านวัฒนธรรมการกินดื่มหลังเลิกงานมากขึ้น จากผลสำรวจของ Capterra พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ทำแบบสำรวจ เกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ มองว่า การสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานมีความสำคัญน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับปัจจัยด้านอื่น ซึ่งทำให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานที่ใดที่หนึ่งไปนานๆ

อีกทั้งคนรุ่นใหม่ต่างก็พึ่งผ่านวิกฤตโควิด-19 ซึ่งจำกัดผู้คนให้อยู่แค่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปพบปะผู้คนใหม่ๆ มากเท่าไหร่ สอดคล้องไปกับผลสำรวจดังกล่าว โดยได้อธิบายเพิ่มเติมว่า คนรุ่นใหม่หลายคน ที่เข้าสู่สังคมการทำงานหลังวิกฤตโควิด อาจเคยชินกับการทำงานแบบทางไกล ดังนั้นแล้ว การมีปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวในที่ทำงานอาจเป็นเรื่องยากและท้าทายสำหรับหลายคนได้

จึงไม่แปลกเลย หากเด็กรุ่นใหม่หลายคนจะมองว่า การเข้าสังคมด้วยการชวนไปกินดื่มหลังเลิกงาน เป็นกิจกรรมอันน่าอึดอัด ตลอดจนทำให้วัฒนธรรมการกินดื่มเหล่านี้เบาบางลง

มีสังคมในที่ทำงานเป็นเรื่องดี แต่จะมียังไงนะ?

แม้การเข้าสังคมกับคนในที่ทำงานจะถูกมองว่าไม่สำคัญเท่าแต่ก่อน ทว่าจะเลี่ยงไม่ข้องเกี่ยวกับใครเลยก็คงจะยาก เพราะเมื่อเราต้องทำงานที่เดียวกัน และอาจต้องทำงานร่วมกันด้วยแล้ว การสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานบ้างสักนิด ก็คงไม่ใช่เรื่องเสียหายเท่าไหร่นัก

แล้วถ้าเราไม่อยากไปกินดื่มหลังเลิกงาน จะมีปฏิสัมพันธ์หรือสนิทกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้นได้ยังไงบ้าง?

ชาสต้า เนลสัน (Shasta Nelson) ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ทางสังคม แนะนำถึงวิธีอื่นๆ ที่ช่วยให้เราสนิทกับคนในที่ทำงานมากขึ้น นอกเหนือจากการไปกินดื่มหลังเลิกงาน ดังนี้

ลองสนทนากับผู้อื่นมากขึ้น การจะเริ่มเข้าหาใครสำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องยากพอสมควร งั้นเราลองเริ่มต้นจากบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะการพูดคุยกันสักนิดกับเพื่อนร่วมงาน แม้จะเป็นหัวข้อที่ไม่ได้จริงจัง ก็อาจทำให้เราได้เจอจุดร่วมระหว่างเรากับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์อันดีขึ้นได้ เข้าออฟฟิศบ่อยๆ หากอยากรู้จักใครมากขึ้นในปัจจุบัน หลายคนมีแนวโน้มที่จะทำงานอยู่บ้านหรือแบบผสมผสานมากขึ้น หลังจากผ่านพ้นช่วงก่อนวิกฤตโรคระบาดมา แม้ว่าการทำงานอยู่บ้านจะมีข้อดีมากมาย ทว่ามันก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนซึ่งอาจยากขึ้น ดังนั้นการเข้าออฟฟิศบ่อยๆ อาจช่วยให้คุณได้สนิทกับเพื่อนร่วมงานได้ง่ายกว่าเดิม มีส่วนร่วมกับกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากการกินดื่ม ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่เราสามารถเข้าร่วมแทนการกินดื่มได้เช่นกัน อย่าง การไปทานข้าวกลางวันพร้อมกัน การร่วมอวยพรวันเกิด การซื้อของขวัญให้เพื่อนร่วมงานเนื่องในวันพิเศษ หรือร่วมแสดงความยินดีเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องงาน ทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยให้เราและเพื่อนร่วมงานสนิทกันมากขึ้นได้ เพราะบางอย่างซึ่งเราอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากเราต้องการจะกระชับความสัมพันธ์กับใครสักคน ลองขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานก็ดีเหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องเข้าหาใครแบบตรงไปตรงมาเสมอไป เพราะในอีกมุมหนึ่ง การลองขอความช่วยเหลือในเรื่องงาน อาจทำให้เราได้พูดคุยกับอีกฝ่ายมากขึ้นด้วย แน่นอนว่า เมื่อเขาช่วยเหลือเราแล้ว ต้องไม่ลืมให้ความช่วยเหลือกลับพวกเขาบ้างหากมีโอกาส จะยิ่งช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราและอีกฝ่ายพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

เมื่อเข้าไปอยู่ในสังคมการทำงาน บางครั้งอาจเป็นการดีกว่า ถ้าเราได้สานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานบ้าง แต่ก็ควรอยู่ในขอบเขตที่ทำให้เรารู้สึกโอเค และไม่เยอะจนเกินไป

ไม่จำเป็นเสมอไปที่เราจะต้องไปกินดื่มกับเพื่อนร่วมงานหลังเลิกงาน ถ้าเราไม่อยากไป เพราะยังมีอีกหลายวิธีอื่น ซึ่งช่วยให้เราเข้าหาและสนิทกับเพื่อนร่วมงานได้

อ้างอิงจาก

cmu.edu

hrmagazine.co

verywellmind.com

neuroleadership.com

Graphic Designer: Kotchamon Anupoolmanee
Editorial Staff: ParaNee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...