โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรรพากร เผย แอปฯ ‘Temu’ จากจีน ไม่เข้าค่ายเสียภาษี เพราะไม่ได้จดทะเบียนในไทย!?

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 11 ส.ค. 2567 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2567 เวลา 02.50 น. • Bright Today

สรรพากร ยอมรับ แอปฯ ‘Temu’ จากจีน ไม่เข้าค่ายเสียภาษี เพราะไม่ได้จดทะเบียนในไทย ไม่สามารถบังคับเขาจดได้ ได้แค่ส่งจดหมายแจ้งแนวทาง

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามอง ประเด็นร้อนเมื่อ TEMU แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน เตรียมบุกตลาดไทย ทำเอาพ่อค้า-แม่ค้าคนกลางหวั่นใจ เพราะ TEMU ต่างกินเรียบในหลาย ๆ ประเทศมาแล้ว ผ่านสโลแกน Shop Like a Billionaire หรือ ทุกคนสามารถช็อปปิ้งได้ประดุจเศรษฐี

image-7

ล่าสุด น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้นโยบายเรื่องการประสานงานกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เทมู (Temu) เพื่อแนะนำการเข้าร่วมจดทะเบียนระบบภาษีว่า กรมสรรพากรได้ดำเนินการติดต่อไปยังเทมูแล้ว โดยการส่งอีเมล์ ซึ่งเป็นการแนะนำให้เข้ามาจดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยเท่านั้น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสถานะของ “เทมู” ยังไม่เข้าข่ายตามกฎหมายการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีมูลค่า (แวต) เพิ่มในประเทศไทย เพราะฉะนั้น ทำให้ไม่สามารถบังคับให้เขามาจดทะเบียนแวตได้

“เทมูเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้าจากต่างประเทศโดยตรงที่ไม่มีผู้ประกอบการคนไทยเข้าไปเป็นสื่อกลางการใช้บริการ หรือเปิดร้านซื้อขายบนแพลตฟอร์ม เพราฉะนั้น เทมูจึงยังไม่เข้าข่ายผู้ต้องเสียภาษีในประเทศไทย คือภาษีแวต ที่เรียกเก็บจากแพลตฟอร์มต่างชาติ หรือ VES : VAT for Electronic Service ไม่เหมือนกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีผู้ประกอบการไทยเข้าไปใช้บริการ แพลตฟอร์มจึงต้องจ่ายแวตเข้ามาที่สรรพากร” น.ส.กุลยากล่าว

น.ส.กุลยากล่าวว่า ส่วนสินค้าที่นำเข้ามาจากเทมูก็จะมีการจัดเก็บแวต 7% ตามการรจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าที่มีราคาต่ำกว่า 1,500 บาทจากผู้นำเข้า หรือลูกค้าทั่วไปตามปกติ ส่วนอนาคตถ้ามีนโยบายให้สรรพากรเข้าไปดำเนินงานเรื่องภาษีกับเทมู สรรพากรก็พร้อมประสานและดำเนินงานแน่นอน

เทมู

ทางด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงปัญหาการทุ่มตลาดของสินค้าจีนว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ นำโดยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นแกนนำประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร,กรมสรรพากร ผู้ดูแลการนำเข้าและภาษี, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ผู้ดูแลเรื่องแพลตฟอร์มต่างๆ, กระทรวงอุตสาหกรรมผู้ดูแลเรื่องมาตรฐานสินค้า และกระทรวงสาธารณสุข ผู้ดูแลมาตรฐานอย. เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการนำเข้าสินค้า ไม่ได้มาตรฐานและราคาถูกซึ่งทะลักเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ผ่าน ทาง E- Commerce และ ด่านต่างๆ เพื่อดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทุ่มตลาดหรือไม่ กฎระเบียบต่างๆเป็นอย่างไร รวมถึงเกณฑ์ของ WTO

โดยเน้นแนวทางปกป้องสินค้าไทยบนพื้นฐานของกฎหมายที่มีอยู่ ไม่เน้นเรื่องการตอบโต้ เพราะยอมรับว่าอาจจะกระทบกับความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศซึ่งไทยก็ส่งออกสินค้าเกษตรให้จีนอยู่ อย่างไรก็ตามในส่วนตัวได้หารือกับทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งทางทูตจีนได้แสดงความกังวลเช่นกันพร้อมที่จะหาแนวทางร่วมกันต่อไป พร้อมระบุการที่จีนจะบุกไทยหรือไทยจะบุกจีนถือเป็นแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศในโลกยุคใหม่ จีนมีสิทธิ์จะเข้ามา ไทยก็มีหน้าที่ที่จะปกป้องตัวเอง หากลุกขึ้นมาตอบโต้ ห้ามจีนทำการค้า ทางจีนเองก็อาจจะห้ามไทยได้ด้วยเหมือนกัน การค้าระหว่างประเทศก็จะไม่เกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...