บริจาคร่างกายเป็น “อาจารย์ใหญ่” มีขั้นตอน เงื่อนไขอะไรบ้าง? พร้อมแหล่งรับบริจาคทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ บทความก่อนหน้านี้เราได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ เงื่อนไข - ขั้นตอน“การบริจาคอวัยวะ” ไปแล้ว วันนี้จึงเป็นเรื่องของ“การบริจาคร่างกาย”ที่หลายคนคงจะยังสงสัยในกระบวนการขั้นตอน ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง หรือมีเงื่อนไขในการรับบริจาคอย่างไร วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมามาให้ทุกคนทำความเข้าใจ และแจกพิกัดโรงพยาบาลที่รับบริจาคร่างกายในประเทศไทยด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ
การบริจาคร่างกายคืออะไร ? สร้างประโยชน์ด้านใดทางการแพทย์ ?
การบริจาคร่างกายคือ การอุทิศร่างกายให้นักศึกษาแพทย์ใช้ศึกษา โดยเรียกกันว่า “อาจารย์ใหญ่”เพื่อสร้างประโยชน์เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์ ดังนี้
- เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่าง ๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
- เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนไว้สำหรับการรักษาทางการแพทย์
- เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางได้ทำการฝึกผ่าตัด
- เพื่อเก็บโครงกระดูกไปใช้ในการศึกษาต่อไป
ความแตกต่างระหว่าง “บริจาคร่างกาย VS. บริจาคอวัยวะ”
การอุทิศร่างกาย
การบริจาคอวัยวะ
การบริจาค
การแสดงเจตจำนงว่า เมื่อเสียชีวิตแล้ว ยินดีที่จะอุทิศร่างกายเพื่อเป็นประโยชน์ทางการแพทย์
หรือเรียกว่า“อาจารย์ใหญ่”ให้แก่ นักศึกษาแพทย์ พยาบาล แพทย์เฉพาะทาง และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพต่าง ๆ
การแสดงเจตจำนงว่า เมื่อเสียชีวิตแล้ว ยินดีที่จะมอบอวัยวะเพื่อให้แก่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยที่อวัยวะนั้น ๆ เสื่อมสภาพ
บริจาคอะไรได้บ้าง บริจาคทั้งร่างเพื่อการศึกษาทางการแพทย์
อวัยวะที่ปลูกถ่ายได้ ได้แก่
หัวใจ, ปอด 2 ข้าง, ไต 2 ข้าง, ตับ, ตับอ่อน
เนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายได้ ได้แก่
ลิ้นหัวใจ, หลอดเลือด, ผิวหนัง, กระดูก, เส้นเอ็น และกระจกตา
เงื่อนไขผู้บริจาค
• อายุ 20 ปีขึ้นไป
• ไม่เป็นผู้พิการทางร่างกายหรือมีการเอาอวัยวะที่สำคัญออกไปจนไม่เหมาะแก่การศึกษา
• ไม่รับร่างที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งหรือโรคติดเชื้อร้ายแรงหรือร่างที่เกี่ยวข้องกับรูปคดีที่ต้องมีการผ่าพิสูจน์
• อายุไม่ควรเกิน 60 ปี
• อวัยวะที่บริจาคต้องทำงานได้ดี
• ปราศจากโรคมะเร็งและโรคติดเชื้อ
• เป็นผู้เสียชีวิตจากภาวะสมองตาย
เงื่อนไขการบริจาคร่างกาย
- ต้องเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น (อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์) กรณีที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครอง *ไม่มีกำหนดอายุมากกว่าเท่าใดจึงจะไม่รับบริจาคร่างกาย
- มีน้ำหนักตั้งแต่ 40 กิโลกรัมและไม่เกิน 100 กิโลกรัม
- ไม่เป็นโรคติดต่อเช่น โรคเอดส์ วัณโรค โรคเรื้อน โรคไวรัสตับอักเสบบี โควิด-19 และโรคติดต่อร้ายแรงอื่น ๆ
- ต้องมีร่างกายสมบูรณ์ไม่มีความพิการของแขน ขา และอื่น ๆ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ)
- ผู้บริจาคต้องไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่ต้องมีการผ่าพิสูจน์
- ผู้บริจาคเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ และมีอวัยวะครบ(ไม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ร่างกายแหลกเหลว หรืออยู่ในสภาพเน่าเปื่อย)
- ร่างผู้บริจาคไม่ผ่านการผ่าตัดใหญ่ที่ทำให้สูญเสียอวัยวะสำคัญยกเว้นดวงตา
หมายเหตุ:
1.เมื่อผู้อุทิศร่างกายฯ ถึงแก่กรรม ทายาทผู้รับมรดกมีสิทธิ์คัดค้านการมอบศพให้กับโรงพยาบาลฯโดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย และโรงพยาบาลจะไม่เรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ ในร่างนั้นทั้งสิ้น
2.กรณีที่ผู้เสียชีวิตไม่ได้แสดงความจำนงบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ไว้ หากทายาทมีการยินยอมก็สามารถมอบร่างผู้เสียชีวิตเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ได้
บริจาคร่างกายในกรุงเทพและปริมณฑล
ติดต่อแสดงความจำนงบริจาคร่างกายด้วยตนเองที่
ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 15.00 น.
วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 08.00 - 14.00 น.
โทร:02 256 5079
หลักฐานที่ใช้ในการแสดงความจำนอุทิศร่างกาย:สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ชั้น 11 และศูนย์ฝึกผ่าตัด ชั้น 4 อาคารแพทยพัฒน์
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 15.00 น.
โทร:02 256 4281
หลักฐานที่ใช้ในการแสดงความจำนอุทิศร่างกาย:สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 กรุงเทพมหานคร 10110
โทร:093 729 9256
หรือ
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ห้องเรียนกายวิภาคศาสตร์ ชั้น 3 โซน A อาคารพรีคลินิก สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ(ต้องมีพยานร่วมลงนามการอุทิศร่างกาย 2 คน)
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 15.00 น.
โทร:06 4585 4026
หรือ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลศิริราช
โรงพยาบาลศิริราช ตึกกายวิภาคศาสตร์ ชั้น 1
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
โทร: 02 419 7036
ดู
หรือ
ต่างจังหวัดบริจาคร่างกายได้ที่ไหนบ้าง ?
ภาคเหนือ: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ห้องอุทิศร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 20.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 08.30 - 16.30 น.
โทร:053-945312
ภาคเหนือตอนล่าง: คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
หน่วยรับบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (ส่วนหนองอ้อ)
โทร:0-5596-4705, 0-5596-4752 หรือ 0-5596-4524
ภาคอีสาน: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ห้องรับบริจาคร่างกาย ชั้น 4 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 12.00 และ 13.00 - 16.30 น.
โทร:043-363-149, 0-4320-2426
หมายเหตุ:สาขาวิชากายวิภาคศาสตร์รับบริจาคร่างกายเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาและเสียชีวิตในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น
ภาคใต้: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ศูนย์รับบริจาคร่างกาย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 11.30 น. และ 13.00 - 16.00 น.
โทร:074-288151
แสดงความจำนงบริจาคร่างกายผ่านช่องทางออนไลน์
บริจาคร่างกายกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
1.ระเบียบการอุทิศร่างกายให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการ รักษาการแพทย์ฉบับเต็ม
2.ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
3.แบบฟอร์มแจ้งความจำนงอุทิศร่างกาย
4.แบบฟอร์มยินยอมมอบศพ
บริจาคทุนทรัพย์เพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์
บริจาคเงินให้กองทุนสภากาชาดไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์สาขา สภากาชาดไทย
ชื่อบัญชี:“กองทุนสภากาชาดไทยเพื่อการบริจาค”
เลขที่บัญชี:045-288000-6
โดยระบุวัตถุประสงค์การบริจาค“เงินบริจาคเพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์”
ผู้ที่มีความสนใจจะบริจาคร่างกายสามารถติดต่อแสดงความจำนงได้ที่คณะแพทย์ศาสตร์ทุกแห่ง
แต่ละโรงพยาบาลมีขั้นตอนในการรับบริจาคร่างกายที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกันออกไป เราจึงควรศึกษารายละเอียดเบื้องต้นให้ดี และเตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการยื่นความจำนงบริจาคร่างกาย