โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปรียบเทียบกันไม่ติด มาตรฐาน รถบัสทัศนศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 09.56 น.

เปรียบเทียบกันไม่ติด มาตรฐาน รถบัสทัศนศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดโศกนาฏกรรมรถบัสนักเรียนไฟไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 23 คน เป็นเด็กๆ 20 และคุณครูอีก 3 คน นั้น เมื่อตนมาลองเปรียบเทียบระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยของรถบัสในการนำนักเรียนไปทัศนศึกษาในประเทศญี่ปุ่น กับรถบัสที่นำนักเรียนไปทัศนศึกษา ของประเทศไทย ที่พบว่า ในประเทศญี่ปุ่นจะให้นักเรียนชั้นอนุบาลและประถมไปทัศนศึกษาภายในเมืองไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก เน้นเดินชมเมือง แต่หากเป็นชั้นมัธยมจะไปยังต่างเมืองได้ การใช้รถบัสสำหรับการเดินทางจะมีความเข้มงวดมากต้องมีระบบการตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยของรถบัสด้วย

นายสนธิกล่าวว่า รถบัสทัศนศึกษาของญี่ปุ่นนั้น จะต้องการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียดโดยบริษัทกลางที่ได้มาตรฐานก่อนเดินทางทุกครั้งทั้งระบบเบรก ยางรถยนต์ ไฟส่องสว่าง ระบบเชื้อเพลิง ระบบประตูฉุกเฉิน ระบบเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยต่างๆ รวมทั้งต้องมีการบันทึกรายงานผลการตรวจสอบและการซ่อมบำรุงตามรอบให้เห็นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ รถโดยสารที่จะนำนักเรียนไปทัศนศึก ษาต้องติดตั้งระบบ GPS เพื่อติดตามตำแหน่งและความเร็วของรถได้ตลอดเวลารวมทั้งต้องมีการใช้ระบบบันทึกการขับขี่ (Digital Tachograph) เพื่อสามารถตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ของคนขับรถด้วยและมีการวางแผนกำหนดเส้นทางที่ปลอดภัยและความเร็วไว้ก่อน คนขับรถต้องมีใบอนุญาตขับขี่พิเศษสำหรับการขับรถโดยสารโดยต้องผ่านการอบรมและสอบด้านความปลอดภัยและการขับขี่เฉพาะพร้อม มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและสุขภาพของคนขับรถทุกครั้งที่เช่ารถยนต์

นายสนธิกล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่นบังคับให้รถโดยสารต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยในทุกที่นั่ง, มีอุปกรณ์ดับเพลิงและค้อนทุบกระจกวางไว้เป็นระยะพร้อมใช้งานได้ทันที และกำหนดให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งภาย ในและภายนอกรถ โดยก่อนการเดินทางจะต้องมีการสำรวจและวางแผนเส้นทางล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงอันตรายพร้อม มีแผนสำรองในกรณีที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางฉุกเฉิน

“ก่อนออกเดินทางต้องเข้าห้องอบรมให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการขึ้นลงรถอย่างปลอดภัยรวมทั้งซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เช่นการหาช่องทางออกฉุกเฉินจากรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือไฟไหม้ เป็นต้นและบอกให้ฝึกสังเกตสิ่งผิดปกติระหว่างการเดินทาง และจะต้องแจ้งแผนการเดินทางให้กับหน่วยงานท้องถิ่นและตำรวจทราบล่วงหน้าก่อน 5 ถึง 7 วันเป็นอย่างน้อยและจัดให้มีระบบการรายงานและติดตามสถานการณ์ตลอดการเดินทางรวมทั้งจัดเตรียมยาทั่วไปและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล โดยมีครูที่ผ่านการอบรมการปฐมพยาบาลร่วมเดินทาง” นายสนธิกล่าว

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า รถบัสทุกคันที่เดินทางต้องมีประกันภัยที่ครอบคลุมทั้งตัวรถและผู้โดยสารรวมทั้งจัดให้ มีการจัดทำประกันภัยเพิ่มเติมหากต้องเดินทางไกลหรือไปในที่มีความเสี่ยงอยู่บ้าง มีการบันทึกเหตุการณ์ทุกครั้งหลังการเดินทางรวมทั้งต้องการประเมินผลและวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยทุกครั้ง

นายสนธิกล่าวว่า แล้วหันกลับมาดูประเทศไทยว่ามีสิ่งเหล่านี้ด้วยหรือไม่ ตอบตามตรงคือ แทบจะไม่มีเลย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปรียบเทียบกันไม่ติด มาตรฐาน รถบัสทัศนศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...