โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“NEO” รุกหนักต่างประเทศ นำร่องดีนี่ขยายตลาดใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2567 เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2567 เวลา 04.08 น.

NEO กางแผน 5 ปี เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ เตรียมส่งแบรนด์ “ดีนี่” เจาะเอเชียใต้-ตะวันออกกลาง พร้อมเร่งขยายกำลังผลิต-พัฒนาสินค้าใหม่ เน้นชู Innovation-led Premiumization หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มพรีเมี่ยมแมสเป็น 10% ของพอร์ต วางเป้า 5 ปี เติบโตดับเบิลดิจิตทุกปี

นางปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) ผู้ทำการตลาด ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทมีรายได้จากการขายทะลุ 2,494 ล้านบาท เติบโต 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัท 269 ล้านบาท เติบโต 72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เป็นผลจากการเดินหน้านำเสนอนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น และมุ่งขยายสินค้าในพอร์ตโฟลิโอกลุ่มระดับแมสไปสู่ระดับพรีเมี่ยมแมสในช่วงที่ผ่านมา

“โดยบริษัทสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้นทั้ง ผลิตภัณฑ์ซักผ้า เติบโต 31.0% ขณะที่ตลาดเติบโต 19.5% ผลิตภัณฑ์โรลออน เติบโต 35.7% ส่วนตลาดเติบโต 12.9% และผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก เติบโต 10.4% ตลาดเติบโต 7.6% โดยมีสัดส่วนรายได้แบ่ง 3 กลุ่ม Household 40% Personal Care 26% Baby & Kids 34%”

ขณะที่ครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2567) มีรายได้จากการขายรวม 4,966 ล้านบาทเติบโต 9% และกำไรสุทธิส่วนของบริษัท 537 ล้านบาท เติบโต 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเซ็กเมนต์ที่เติบโตมากที่สุด คือ Personal Care 18.2% และ Baby & Kids 13.1%

นางปัทมากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เพื่อสร้างการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทจึงวางแผนยกระดับกระบวนการผลิตและขยายกำลังการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก

“โดยคาดจะมีกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 400,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ประมาณ 230,000 ตันต่อปี”

ขณะเดียวกัน บริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์และทุกช่วงวัย เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะทาง ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างความพึงพอใจได้อย่างตรงจุด

โดยบริษัทจะมุ่งเน้นการดำเนินงานผ่านกลยุทธ์ Innovation-led Premiumization ที่มีนวัตกรรมเป็นตัวนำ ทั้งนวัตกรรมการช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นยาวนานพิเศษ นวัตกรรมการกำจัดกลิ่นเฉพาะตัวของผู้สูงวัย (Silver Age) และการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบ Pet Friendly สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงในที่อยู่อาศัย เป็นต้น

โดยวางเป้าหมายภายใน 3 ปี (2567-2569) สัดส่วนรายได้ของผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมแมสจะเพิ่มเป็น 10% ของพอร์ตโฟลิโอ
“จากแผนการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและออกผลิตใหม่ในช่วงไตรมาส 1 ที่มีสินค้ากว่า 23 SKUs และไตรมาส 2 ที่มีสินค้าอยู่ 62 SKUs ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรีเมี่ยมแมส คาดว่าจะเข้ามาช่วยท็อปอัพยอดขายในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เติบโตระดับดับเบิลดิจิตอย่างแน่นอน”

นางปัทมาอธิบายต่อว่า จากที่มีการคาดการณ์ว่าระหว่างปี 2566-2568 ตลาดผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนจะเติบโตเฉลี่ย 9% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลในตลาดเอเชียใต้ จะเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 8.0% ส่วนตะวันออกกลาง และแอฟริกา เติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 15.1%

บริษัทจึงเล็งเห็นถึงโอกาสนำไลน์ผลิตภัณฑ์รุกเข้าไปในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

โดยบริษัทตั้งเป้าจะขยายฐานประเทศใหม่เพิ่มจาก 16 ประเทศในปี 2566 เป็นมากกว่า 28 ประเทศในปี 2571 และคาดการณ์สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มจาก 10% เป็นมากกว่า 15% ในปี 2571 ซึ่งแผนธุรกิจ 5 ปี (2567-2571) ในส่วนของตลาดต่างประเทศจะใช้สินค้าอุปโภคทั้งหมด 8 แบรนด์ จาก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ เป็นสินค้านำร่องภายใต้กลยุทธ์ Dual Tracks

ไม่ว่าจะเป็นการขยายการเติบโตในประเทศเป้าหมายเดิม ด้วยการนำเสนอสินค้าประเภทใหม่ จากทั้งแบรนด์เดิมและแบรนด์ที่ยังไม่ได้ส่งเข้าทำการตลาด ตลอดจนมุ่งขยายไปยังประเทศอื่นที่มีศักยภาพเพิ่มเติม

รวมถึงการขยายไปยังเซ็กเมนต์ใหม่ที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตสูง เช่น เซ็กเมนต์ผู้สูงวัย ที่บริษัทเป็นเจ้าแรกในตลาด พร้อมกับส่งมอบนวัตกรรมที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมชูกลยุทธ์ Innovation-led Premiumization ที่มีนวัตกรรมเป็นตัวนำในการนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ รวมถึงการบุกขยายพื้นที่การขายให้ครอบคลุมมากที่สุด

“ซึ่งเบื้องต้นจะนำสินค้าแบรนด์ดีนี่ นำร่องไปเปิดตลาดในประเทศใหม่ ๆ เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่มส่งออก โดยมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ”

โดยตลาดใหม่ที่บริษัทจะเข้าไป คือ เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง ซึ่งจะโฟกัสไปที่โมเดิร์นเทรด และเทรดดิชั่นนอลเทรด ปัจจุบันเริ่มเจาะตลาดเข้าไปได้บ้างแล้ว อาทิ กาตาร์ บาห์เรน ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน รวมถึงยังมีอีก 2 ประเทศในตะวันออกกลางที่กำลังเจรจาอยู่

อย่างไรก็ตาม จากแผนการขยายฐานตลาดใหม่ ๆ ภายในปี 2567-2571 คาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายต่างประเทศกลับมาโตดีขึ้น โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่เพียง 12%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “NEO” รุกหนักต่างประเทศ นำร่องดีนี่ขยายตลาดใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...