โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สตาร์บัคส์ เตรียมพลิกฟื้นธุรกิจอีกครั้งสู่ Back to Starbucks หลังยอดขายร่วงกว่า 3% ใน Q4

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ต.ค. 2567 เวลา 16.43 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 09.43 น.

"สตาร์บัคส์" เตรียมพลิกฟื้นธุรกิจอีกครั้งสู่ Back to Starbucks มุ่งเน้นลูกค้าทุกคน ไม่เฉพาะเจาะจงแค่สมาชิก ลดความซับซ้อนเมนูที่มากเกินไป หลังยอดขายร่วงกว่า 3% ใน Q4

วันที่ 23 ตุลาคม 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สตาร์บัคส์ (Starbucks) เครือร้านกาแฟสัญชาติอเมริกา รายงานผลประกอบการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค. แสดงให้เห็นว่ายอดขายลดลงอีกครั้ง

Brian Niccol ซีอีโอสตาร์บัคส์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผลงานไตรมาสที่ 4 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง และนั่นคือสิ่งที่บริษัทกำลังดำเนินการตามแผน Back to Starbucks”

ซีอีโอสตาร์บัคส์กล่าวว่า วางแผนที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนที่สตาร์บัคส์กำลังดำเนินการเพื่อพลิกฟื้นธุรกิจในการรายงานผลประกอบการของบริษัท ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 30 ตุลาคม โดยตั้งเป้าที่จะพลิกฟื้นความต้องการเครื่องดื่มของสตาร์บัคส์ที่ชะลอตัวลง โดยเริ่มจากตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทอย่างสหรัฐอเมริกา

โดยบริษัทกำลังเปลี่ยนแปลงการตลาดอย่างพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าทุกคน ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกโปรแกรมสะสมคะแนนเท่านั้น รวมถึงมีแผนลดความซับซ้อนของเมนูที่มากเกินไป กำหนดราคา และทำให้แน่ใจว่าเครื่องดื่มทั้งหมดจะถูกส่งตรงถึงมือลูกค้า ซึ่งเป้าหมายทั้ง 3 ประการนี้ล้วนได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าและบาริสต้ามากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“เชื่อว่าปัญหาเห่านี้สามารถแก้ไขได้ และบริษัทมีจุดแข็งที่สำคัญมากมายที่สามารถนำไปต่อยอดได้”

ทั้งนี้ยอดขายสุทธิเบื้องต้นของบริษัทลดลง 3% เหลือ 9.1 พันล้านดอลลาร์ โดยรายงานกำไรต่อหุ้นเบื้องต้นที่ปรับแล้วอยู่ที่ 80 เซ็นต์ ด้านนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย LSEG คาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรต่อหุ้นในไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณที่ 1.03 ดอลลาร์ และรายได้ 9.38 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นร่วงลงมากกว่า 3% ในการซื้อขายขยายเวลาหลังจากประกาศดังกล่าว

ขณะที่ยอดขายตกต่ำ ยอดขายจากร้านสาขาเดิมของสตาร์บัคส์ลดลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน โดยยอดขายจากร้านสาขาเดิมในไตรมาสนี้ลดลง 7% ถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19

บริษัทระบุว่ายอดขายที่ลดลงเป็นผลมาจากความต้องการที่ลดลงในอเมริกาเหนือ ยอดขายในร้านเดิมลดลง 6% จำนวนผู้เข้าใช้บริการลดลง 10% แม้จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในธุรกิจ เช่น การจัดโปรโมชันบ่อยขึ้นในแอปมือถือและขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์

ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ยอดขายจากร้านค้าเดิมลดลง 14% บริษัทระบุว่าการลดลงนี้เกิดจากการแข่งขันภายในประเทศ ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปและเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทสำหรับตลาด

นอกจากนี้บริษัทยังระงับการคาดการณ์ผลประกอบการทางการเงินปี 2568 โดยอ้างถึงการเปลี่ยนแปลง CEO ล่าสุดและสถานะปัจจุบันของธุรกิจ

อยึ่งนิโคลเข้าร่วมทำงานกับสตาร์บัคส์ หลังจากดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Chipotle มาเป็นเวลา 6 ปี ในระหว่างดำรงตำแหน่งที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เขานำพาบริษัทผ่านช่วงที่ฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์อาหารเป็นพิษ ลงทุนในธุรกิจดิจิทัล และเปลี่ยนให้กลายเป็นธุรกิจที่มีผลงานดีเยี่ยมในอุตสาหกรรม แม้กระทั่งในช่วงที่มีการระบาดของโรค

นอกจากนี้เขายังได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทอีกด้วย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศว่า Tressie Lieberman อดีตผู้บริหารของ Chipotle จะเข้าร่วมกับ Starbucksในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแบรนด์ระดับโลก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ เมื่อเดือนที่แล้วได้ประกาศว่า Michael Conway ซีอีโอประจำอเมริกาเหนือของบริษัทจะเกษียณอายุหลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 5 เดือน Laxman Narasimhan ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า Niccol ได้แต่งตั้ง Conway ก่อนที่เขาจะปลดออกในเดือนสิงหาคม

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...