สตาร์บัคส์ เตรียมพลิกฟื้นธุรกิจอีกครั้งสู่ Back to Starbucks หลังยอดขายร่วงกว่า 3% ใน Q4
"สตาร์บัคส์" เตรียมพลิกฟื้นธุรกิจอีกครั้งสู่ Back to Starbucks มุ่งเน้นลูกค้าทุกคน ไม่เฉพาะเจาะจงแค่สมาชิก ลดความซับซ้อนเมนูที่มากเกินไป หลังยอดขายร่วงกว่า 3% ใน Q4
วันที่ 23 ตุลาคม 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สตาร์บัคส์ (Starbucks) เครือร้านกาแฟสัญชาติอเมริกา รายงานผลประกอบการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค. แสดงให้เห็นว่ายอดขายลดลงอีกครั้ง
Brian Niccol ซีอีโอสตาร์บัคส์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผลงานไตรมาสที่ 4 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง และนั่นคือสิ่งที่บริษัทกำลังดำเนินการตามแผน Back to Starbucks”
ซีอีโอสตาร์บัคส์กล่าวว่า วางแผนที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนที่สตาร์บัคส์กำลังดำเนินการเพื่อพลิกฟื้นธุรกิจในการรายงานผลประกอบการของบริษัท ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 30 ตุลาคม โดยตั้งเป้าที่จะพลิกฟื้นความต้องการเครื่องดื่มของสตาร์บัคส์ที่ชะลอตัวลง โดยเริ่มจากตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทอย่างสหรัฐอเมริกา
โดยบริษัทกำลังเปลี่ยนแปลงการตลาดอย่างพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าทุกคน ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกโปรแกรมสะสมคะแนนเท่านั้น รวมถึงมีแผนลดความซับซ้อนของเมนูที่มากเกินไป กำหนดราคา และทำให้แน่ใจว่าเครื่องดื่มทั้งหมดจะถูกส่งตรงถึงมือลูกค้า ซึ่งเป้าหมายทั้ง 3 ประการนี้ล้วนได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าและบาริสต้ามากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
“เชื่อว่าปัญหาเห่านี้สามารถแก้ไขได้ และบริษัทมีจุดแข็งที่สำคัญมากมายที่สามารถนำไปต่อยอดได้”
ทั้งนี้ยอดขายสุทธิเบื้องต้นของบริษัทลดลง 3% เหลือ 9.1 พันล้านดอลลาร์ โดยรายงานกำไรต่อหุ้นเบื้องต้นที่ปรับแล้วอยู่ที่ 80 เซ็นต์ ด้านนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย LSEG คาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรต่อหุ้นในไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณที่ 1.03 ดอลลาร์ และรายได้ 9.38 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นร่วงลงมากกว่า 3% ในการซื้อขายขยายเวลาหลังจากประกาศดังกล่าว
ขณะที่ยอดขายตกต่ำ ยอดขายจากร้านสาขาเดิมของสตาร์บัคส์ลดลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน โดยยอดขายจากร้านสาขาเดิมในไตรมาสนี้ลดลง 7% ถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19
บริษัทระบุว่ายอดขายที่ลดลงเป็นผลมาจากความต้องการที่ลดลงในอเมริกาเหนือ ยอดขายในร้านเดิมลดลง 6% จำนวนผู้เข้าใช้บริการลดลง 10% แม้จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในธุรกิจ เช่น การจัดโปรโมชันบ่อยขึ้นในแอปมือถือและขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์
ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ยอดขายจากร้านค้าเดิมลดลง 14% บริษัทระบุว่าการลดลงนี้เกิดจากการแข่งขันภายในประเทศ ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปและเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทสำหรับตลาด
นอกจากนี้บริษัทยังระงับการคาดการณ์ผลประกอบการทางการเงินปี 2568 โดยอ้างถึงการเปลี่ยนแปลง CEO ล่าสุดและสถานะปัจจุบันของธุรกิจ
อยึ่งนิโคลเข้าร่วมทำงานกับสตาร์บัคส์ หลังจากดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Chipotle มาเป็นเวลา 6 ปี ในระหว่างดำรงตำแหน่งที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เขานำพาบริษัทผ่านช่วงที่ฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์อาหารเป็นพิษ ลงทุนในธุรกิจดิจิทัล และเปลี่ยนให้กลายเป็นธุรกิจที่มีผลงานดีเยี่ยมในอุตสาหกรรม แม้กระทั่งในช่วงที่มีการระบาดของโรค
นอกจากนี้เขายังได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทอีกด้วย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศว่า Tressie Lieberman อดีตผู้บริหารของ Chipotle จะเข้าร่วมกับ Starbucksในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแบรนด์ระดับโลก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ เมื่อเดือนที่แล้วได้ประกาศว่า Michael Conway ซีอีโอประจำอเมริกาเหนือของบริษัทจะเกษียณอายุหลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 5 เดือน Laxman Narasimhan ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า Niccol ได้แต่งตั้ง Conway ก่อนที่เขาจะปลดออกในเดือนสิงหาคม
อ้างอิง : cnbc.com