โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบ้านทำหมากแห้ง รายได้ดี เริ่มฤดูกาลขายได้กก.ละ 60 บาท คาด ก.พ.-มี.ค.ราคาพุ่งกก.ละ100บ.

77kaoded

เผยแพร่ 09 ก.พ. 2565 เวลา 04.04 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง  ฤดูหมากมาถึงแล้ว ชาวบ้านเก็บหมากทำหมากแห้งขายได้ราคาดี กิโลกรัมละ 60 บาท คาดช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.ราคาพุ่งกก.ละ100บ.  สร้างรายได้ต่อครัวเรือนฤดูกาลละ 20,000 – 50,000 บาท ขณะนี้ชาวบ้านบางรายหัวใสนอกจากขายหมากแห้งแล้ว ยังเพาะกล้าพันธุ์หมากขายตามออเดอร์สร้างรายได้เพิ่มอีกปีละนับแสนบาท  เพราะหมากเป็นที่ต้องการสูงของตลาด

หากใครขับรถเข้าไปตามตำบล หมู่บ้าน ในพื้นที่ชนบท ขณะนี้จะเห็นต้นหมากที่ขึ้นอยู่ริมทาง หรือบริเวณพื้นที่ว่างริมสวน หรือรอบบริเวณบ้านที่ชาวบ้านได้ปลูกไว้ จะเห็นว่าขณะนี้ผลผลิตกำลังเริ่มสุกเต็มต้น เท่ากับฤดูขายหมากแห้งกำลังมาถึงแล้ว โดยที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 1 บ้านวังเข้  ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นางทิฆัมพร  ชัยคีรี อายุ 54 ปี  และสมาชิกในครอบครัวเริ่มทำการเก็บผลผลิตหมากที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก จากต้นที่ปลูกแซมเอาไว้ทั่วไปรอบบริเวณบ้านร่วมกับไม้ผลชนิดอื่น ๆ โดยนำมาปลิดผล และเตรียมตากแดดให้แห้ง และเตรียมผ่าทำหมากแห้ง ส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางเข้ามารับซื้อถึงสวน

ทั้งนี้ ในการทำหมากแห้ง บางคนจะใช้วิธีนำผลมาตากแดดให้แห้งสัก 3 แดด จากนั้นเก็บไว้ รอถึงช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ก็จะนำออกมาผ่าเอาเมล็ดที่แห้งแล้วรอส่งขาย แต่บางคนใช้วิธีผ่าผลสด จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งสักประมาณ 3 แดด จากนั้นก็เก็บใส่กระสอบปุ๋ยรอพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ หรือจะนำไปขายที่จุดรับซื้อแล้วแต่จะสะดวก ทั้งนี้ สำหรับหมากแห้งจะมีพ่อค้าแม่ค้าแย่งกันซื้อ มีเท่าไรก็ไม่เพียง และราคาดี โดยปีที่ผ่านมาชาวบ้านบอกว่าขายได้ราคาสูงกิโลกรัมละ 80-100 บาท ขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นฤดูกาล เพราะผลหมากเริ่มสุก ราคาเริ่มต้นแล้วที่กิโลกรัมละ 60   บาท และเชื่อว่าน่าจะถึงกิโลกรัมละ 80 - 100 บาท ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

นางทิฆัมพร กล่าวว่า รอบบริเวณบ้านตนเองเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ก็จะปลูกผลไม้สวนผสม รวมทั้งปลูกหมากเอาไว้ด้วยจำนวนมาก แต่ละต้นให้ผลดก บางต้นผลดกมากถึง 6 ทลาย แต่ละปีตนเองทำหมากแห้งขายได้ฤดูกาลละ 40,000 – 50,000 บาท โดยปีนี้ราคาก็ดีเริ่มต้นขณะนี้ราคากิโลกรัมละ 60 บาทแล้ว เชื่อว่าจะสูงขึ้นอีก ซึ่งเป็นราคาที่ดีกว่าราคายางพารา  เพราะราคายางไม่แน่นอนและตกต่ำเกือบตลอดทั้งปี ขณะนี้เหลือประมาณกิโลกรัมละ 45 -50 บาท  แต่หมากแม้จะเก็บได้เฉพาะหน้าแล้ง  แต่เป็นรายได้เสริมอย่างดี ใครมีมากก็ขายได้มาก  โดยชาวบ้านตำบลในเตา ก็มีรายได้เสริมจากหมากเกือบทุกหลังคาเรือน  โดยได้ปลูกหมากเพิ่มในพื้นที่ว่าง เพราะมองว่าเป็นรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นตนเองได้เพาะกล้าพันธุ์หมากส่งขายด้วย โดยเพาะขายมานานหลายปีแล้ว เพาะตามออเดอร์ที่สั่งเข้ามา ซึ่งจะมีออเดอร์เข้ามาทุกปีประมาณปีละ  3,000  – 20,000 ต้น  โดยลูกค้าจะสั่งล่วงหน้า  ก็จะเก็บเมล็ดเพาะในช่วงหน้านี้  โดยลูกค้ามีทั่วไป และปีนี้ก็มีคนต้องการกล้าพันธุ์หมากจำนวนมาก เพราะหมากราคาดี และตนก็ทราบว่า 15 ประเทศทั่วโลก ต้องการหมากแห้งจำนวนมาก จึงมีคนสนใจปลูกกันมากขึ้น   สำหรับออเดอร์ล่าสุด เป็นลูกค้าจาก จ.พัทลุง สั่งออเดอร์มาจำนวน 20,000 ต้น จึงแบ่งกันเพาะกับเพื่อนบ้านคนละ 10,000 ต้น  ซึ่งในการเพาะเมล็ดกล้าพันธุ์หมากขายนั้น ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ตนเองจะคัดเอาหมากที่แก่จัดที่ร่วงหล่นลงจากต้นที่เห็นว่าผลใหญ่ เปลือกบาง เนื้อหนา มาทำการเพาะในแปลงเพาะที่ทำเอาไว้ เ โดยการนำฟางและเปลือกมะพร้าวมาสับทำเป็นปุ๋ยรองพื้น  เพาะไว้ประมาณ 3  เดือน ก็ย้ายออกไปใส่ถุงชำ รอต้นโตประมาณ 6 – 10 เดือน ก็ส่งขายได้  โดยหากอายุ 6 เดือน แตก 2 ใบ  ราคาขายต้นละ 6 บาท หากอายุ 1 ปี ราคาขายต้นละ 12 บาท ซึ่งประมาณเดือนหก หรือพอฝนเริ่มลงลูกค้าก็จะมารับ   ซึ่งมีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาตลอดเวลา แต่ละปีมีรายได้เพิ่มจากกล้าพันธุ์หมากอีกหลายหมื่นบาท   ทั้งนี้ จะไม่เอาผลที่สอยหรือตัดลงมา เพราะหากไม่แก่จัดหรือไม่สุกเปอร์เซ็นต์งอกจะน้อยกว่าลูกร่วงใต้ต้น

ขณะที่นางวรรณวิมล  หมุนกลับ อายุ 63 ปี ชาวต.หนองปรือ อ.รัษฎา  แม่ค้ารับซื้อหมากแห้ง  กล่าวว่า ตนรับซื้อหมากมานานแล้วประมาณ 15 ปี แรกๆราคาหมากไม่ดี แต่ระยะหลังนี้ราคาหมากพุ่งสูงขึ้นมาก  โดยปี 2563 ปีละประมาณ 80 บาท , ปี 2564 กิโลกรัมละ 90 – 100 บาท ซึ่งราคาดีกว่ายางพารามาก และถือเป็นพืชเศรษฐกิจรองจากยางพารา และปาล์มน้ำมัน ตลาดต้องการหมากแห้งจำนวนมาก ตนเองแต่ละปีต้องออกตระเวนรับซื้อ ส่งขายให้กับลูกค้าจากภาคเหนือที่ด่านแม่สอด จ.ตาก ปลายทางเชื่อว่าลูกค้าส่งไปประเทศพม่า ซึ่งวิธีขายก็ติดต่อกับลูกค้าปลายทาง เมื่อทางตนเองขนหมากแห้งขึ้นรถได้ประมาณครึ่งรถเทรลเลอร์  ก็ถ่ายรูปส่งไปให้ลูกค้าปลายทางดู เขาก็จะโอนเงินมาให้ครึ่งหนึ่ง พอขึ้นเต็มคันรถก็ถ่ายให้เขาดูอีก เขาก็จะโอนเงินที่เหลือเข้ามาให้ ส่งไปขายที่ด่านแม่สอดจ.ตาก ปลายทางส่งไปพม่า ซึ่งแต่ละปีชาวบ้านมีรายได้เสริมกันจำนวนมาก

ทั้งนี้ เช่นเดียวกับคุณป้า ชาวบ้านในพื้นที่บ้านห้วยน้ำเย็น ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด  ซึ่งกำลังเก็บผลหมากนำไปตากแห้ง และผ่า บอกว่าตอนนี้เริ่มต้นแล้วกิโลกรัมละ 50  บาท แต่เห็นว่าราคาจะขึ้นอีกประมาณ 80 – 90 บาท  ตนเองมีรายได้ปีละประมาณ 10,000 – 20,000 บาท  ชาวบ้านก็ปลูกกันมาก

ทางด้านนางสุภาณี  ชัยวิเศษ อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด  ซึ่งทำหมากแห้งเช่นกัน กล่าวว่า   ตอนนี้กำลังตนและชาวบ้านกำลังเริ่มผ่าหมากแห้ง เพราะผลกำลังสุก พอผ่าซีกก็เอามาตากแดดให้ได้สัก 3 แดด ก็นำไปแคะเอาเนื้อรอส่งขาย  ซึ่งราคาตอนนี้เริ่มต้นที่กก.ละ 50 บาท  ดีกว่าราคายาง ซึ่งราคายางไม่ดีเลย   ตนเองมีหมากอยู่ประมาณ 50 – 60 ต้น มีรายได้ทุกปีๆละ  14,000-15,000  บาท   ใครมีมากก็ได้มาก ใครมีน้อยก็ได้น้อย แต่ปีนี้หมากน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วดกกว่า มาปีนี้ผลผลิตจะลดลง จึงเชื่อว่าราคาขึ้นอีกอาจถึงกิโลกรัมละ 100 บาท เหมือนปีที่แล้ว

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...