โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สร้างกระแสเงินสดให้มั่นคง เน้นรักษาเงินต้น ในสภาวะดอกเบี้ยขาลง ด้วย Bond Ladder!

Finnomena

เผยแพร่ 10 พ.ย. 2567 เวลา 10.26 น. • Definit

ในโลกของการลงทุนที่มีความไม่แน่นอน การค้นหาวิธีการสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดความเสี่ยงถือเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองหา วันนี้เราจะมาพูดถึงหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพ นั่นคือ การลงทุนในตราสารหนี้แบบ Bond Ladder

Bond Ladder คืออะไร

Bond ladder หรือการลงทุนตราสารหนี้แบบขั้นบันได เป็นที่นิยมมากในฝั่งอเมริกา เนื่องจากเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ ที่เน้นรักษาเงินต้นและผลลัพธ์ของการลงทุนเติบโตงอกเงยมีแต่ขึ้นกับขึ้น โดยทั่วไปแล้ว Bond Ladder จะประกอบไปด้วยการถือตราสารหนี้ที่มีวันครบกำหนดแตกต่างกัน ตั้งแต่ 1 ปี ไปจนถึง 10 ปีหรือมากกว่านั้น ด้วยแนวทางนี้ นักลงทุนสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและความผันผวนในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ที่ได้รับดอกเบี้ยอย่างเงินฝาก หรือประกันออมทรัพย์ ที่อัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และยังเน้นรักษาเงินต้นให้อยู่ในระดับเดิม

Bond Ladder แตกต่างจาก Bond Portfolio อย่างไร

ทั้งสองแบบเป็นลักษณะการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้หลากหลายตัวมากกว่าการกระจุก อย่างไรก็ตามการจัดพอร์ตตราสารหนี้แบบ portfolio ส่วนใหญ่ นักลงทุนจะเน้นเพียงการกระจายการลงทุนไปยังบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมหลากหลาย แต่การจัดพอร์ตแบบ bond ladder จะนำเรื่องของวันครบกำหนด (Maturity) เข้ามาประกอบการจัดพอร์ตด้วยเพื่อให้ได้กระเเสเงินสดตามที่นักลงทุนตั้งใจไว้เพื่อตอบโจทย์สภาพคล่อง (liquidity)

ทำไม “วันครบกำหนด (Maturity)” ถึงมีความสำคัญ

ในสภาวะดอกเบี้ยทรงตัว อย่างในปี 2020-2022 อายุหรือวันครบกำหนดตราสารหนี้นั้นอาจจะไม่ได้มีนัยสำคัญเนื่องจาก นักลงทุนสามารถลงทุนต่อ (reinvest) เพื่อให้ได้อัตราผลตอบแทนในอัตราเท่าเดิม อย่างไรก็ตามในยุคหลังโควิดที่ธนาคารกลางทั่วโลกมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์แล้วนั้น นักวิเคราะห์หลาย ๆ สถาบันมองว่าต่อไปนี้อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงขาลงโดยเฉพาะในปี 2025-2026 ซึ้งจะทำให้การ reinvest เพื่อให้ได้อัตราผลตอบแทนที่เท่าเดิมนั้นมีความยากลำบากมากขึ้น

วิธีการสร้าง Bond Ladder แบบง่าย ๆ

1. กำหนดงบประมาณ

เริ่มต้นด้วยการกำหนดจำนวนเงินที่นักลงทุนต้องการลงทุนในตราสารหนี้ หรือเลือกจากเป้าหมายว่าอยากจะได้กระเเสเงินสดที่เท่าใดต่อเดือน

2. เลือกระยะเวลาครบกำหนด

ตัดสินใจเกี่ยวกับวันครบกำหนดของตราสารหนี้ที่จะซื้อ โดยนักลงทุนอาจเลือกตราสารหนี้ที่มีวันครบกำหนดตั้งแต่ 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี, 7 ปี จนถึง 10 ปี เพื่อสร้างโครงสร้างที่เหมาะสม

3. เลือกตราสารหนี้ที่เหมาะสม

ค้นหาและเลือกตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดี เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้บริษัทที่มีเครดิตดี ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนของคุณมีความปลอดภัย

บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท ได้พัฒนาโมเดล 5F2M ที่สามารถหลีกเลี่ยงหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ* หากท่านต้องการรับบริการนี้สามารถติดต่อที่ปรึกษาทางการเงินของกลุ่มฟินโนมีน่า หรือลงแบบฟอร์มได้ที่นี่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ https://forms.gle/iioFXYQodWYJysbd6

4. ลงทุนต่อ (Reinvest)

เมื่อตราสารหนี้ถึงกำหนด ให้ reinvest เงินที่คืนมาในตราสารหนี้ใหม่ เพื่อรักษาโครงสร้าง bond ladder ไว้และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างการลงทุนแบบ Bond Ladder

เพื่อให้เห็นภาพการลงทุนแบบ Bond Ladder ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาตัวอย่างการสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนในพันธบัตรที่มีวันครบกำหนดแตกต่างกันดังนี้:

  • หุ้นที่ 1: ดอกเบี้ย 2.8% อายุ 1 ปี
  • หุ้นที่ 2: ดอกเบี้ย 3% อายุ 2 ปี
  • หุ้นที่ 3: ดอกเบี้ย 3.2% อายุ 3 ปี
  • หุ้นที่ 4: ดอกเบี้ย 3.5% อายุ 4 ปี
  • หุ้นที่ 5: ดอกเบี้ย 3.7% อายุ 5 ปี
  • หุ้นที่ 6: ดอกเบี้ย 3.7% อายุ 5 ปี (เมื่อครบกำหนดหุ้นที่ 5)
  • หุ้นที่ 7: ดอกเบี้ย 4% อายุ 6 ปี (เมื่อครบกำหนดหุ้นที่ 6)เมื่อหุ้นแต่ละตัวครบกำหนด นักลงทุนสามารถ reinvest เงินที่ได้จากหุ้น 1, 2, 3, 4, และ 5 ในหุ้นใหม่อายุ 5 ปี และเมื่อหุ้นที่ 6 ครบกำหนด ท่านก็สามารถ reinvest ในหุ้นใหม่อายุ 6 ปี ได้เช่นกัน เพื่อรักษาโครงสร้าง bond ladder และสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในอนาคต

Bond Ladder ช่วยแก้ปัญหาการลงทุนอย่างไร

  • ลดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย: การลงทุนในตราสารหนี้ที่มีวันครบกำหนดที่แตกต่างกันช่วยให้นักลงทุนสามารถเฉลี่ยผลตอบแทนของตราสารหนี้ในช่วงเวลาต่าง ๆ ซึ่งเป็นการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด นอกจากนี้ หากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น นักลงทุนยังสามารถซื้อตราสารหนี้ในอัตราที่สูงขึ้นได้
  • กระจายรายได้: การมีตราสารหนี้หลายชุดช่วยให้นักลงทุนมีรายได้ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนมีตราสารหนี้ครบกำหนดในทุกปี จะได้รับเงินคืนที่สามารถนำไปลงทุนใหม่หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
  • ความยืดหยุ่นในการลงทุน: เมื่อลงทุนใน Bond Ladder นักลงทุนมีความยืดหยุ่นในการจัดการกระแสเงินสด เนื่องจากตราสารหนี้แต่ละชุดจะคืนทุนในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ช่วยให้ท่านสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Bond Ladder เหมาะกับนักลงทุนประเภทไหน

  • นักลงทุนระยะยาว: นักลงทุนมีเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว Bond Ladder จะช่วยให้มีรายได้ที่สม่ำเสมอ
  • นักลงทุนที่ต้องการรายได้คงที่: นักลงทุนที่ต้องการรับรายได้ประจำในรูปแบบของดอกเบี้ยจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนใน Bond Ladder
  • นักลงทุนที่มีรับความเสี่ยงจำกัด เน้นรักษาเงินต้น: นักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน กลยุทธ์นี้จะเป็นตัวเลือกที่ดี

สรุป

การลงทุนในตราสารหนี้แบบ Bond Ladder เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณจัดการความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของตน อย่างไรก็ตามการจัดพอร์ตนั้นอาจมีความซับซ้อนและสภาพคล่องของการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีจำกัด

อย่างไรก็ตาม บลป.เดฟินิท สามารถให้คำแนะนำการลงทุนที่ทั้งตอบโจทย์กระเเสเงินสดและยังมีสภาพคล่องสูง ท่านสามารถติดต่อที่ปรึกษาทางการเงินของกลุ่มฟินโนมีนา หรือลงแบบฟอร์มได้ที่นี่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ https://forms.gle/iioFXYQodWYJysbd6เพื่อช่วยนักลงทุนในการวางแผนการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์การลงทุนของนักลงทุน

Source:

  • https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/en/our-roles/monetary-policy/mpc-publication/press-statement/SlideMPC_2024_5.pdf
  • https://www.jpmorgan.com/insights/global-research/economy/fed-rate-cuts
  • https://www.finnomena.com/definit/5f2m-model/
  • https://www.investopedia.com/terms/b/bondladder.aspคำเตือน: ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในหุ้นกู้ไม่ใช่การฝากเงิน | การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น มิใช่สิ่งชี้นำการซื้อขายตราสารหนี้ที่เสนอขาย และไม่ได้เป็นการรับประกันความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้ ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ บลป.เดฟินิท 02-109-9933 Disclaimer : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ จัดทาโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคา,ผลตอบแทนของหน่วยลงทุนหรือโอกาสผิดนัดชำระหนี้ที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็น หรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนาเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อาจจะทำการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทำซ้า ดัดแปลง นำออกแสดง ทาให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า การกล่าวคัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทำโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้งการตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทาความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...