โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

LiVE Platform เปิดโครงการ 'New S Curve to Capital Market' ช่วยดันคนตัวเล็กเข้าสู่ตลาดทุน

Thairath Money

อัพเดต 27 มี.ค. 2567 เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2567 เวลา 09.44 น.
ภาพไฮไลต์

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ "New S Curve to Capital Market" ต่อยอดจากการสนับสนุนผู้ประกอบการที่เดิมทีตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการผ่าน LiVE Platform แพลตฟอร์มที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจสำหรับธุรกิจที่ขาดความรู้ ขาดที่ปรึกษา ขาดเครื่องมือในการสร้างการเติบโตของธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งใน LiVE Exchange, mai และ SET

ที่มาของโครงการ New S Curve to Capital Market

เป้าหมายหลักของ New S Curve to Capital Market คือ การเพิ่มช่องทางในการเข้าสู่ตลาดทุนและต่อยอดการเติบโตในระยะยาวสำหรับ SME และ Startup ซึ่งเป็นกำลังหลักในการสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ “ผู้ประกอบการ New Economy” 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ (Life Science), ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีพัฒนาสินค้าบริการ (High Technology) และธุรกิจที่มีศักยภาพขยายตัวสูง (High Growth)

นายประพันธ์ กล่าวว่า เดิมทีสัดส่วนของผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนใหญ่ล้วนเป็น Old Economy หรือกลุ่มธุรกิจที่เติบโตอย่างเต็มที่แล้วมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยมักจะมีบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำของตลาด นอกจากนี้หากรวมจำนวนบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง SET และ mai จะมีจำนวนประมาณ 900 บริษัท รวมมูลค่าตลาดราว 18 ล้านล้านบาท มีบริษัทที่เป็น New Economy อยู่ที่ประมาณ 10% เท่านั้น

โครงการนี้จะมุ่งพัฒนาความรู้และเทคนิคในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการเสริมในเรื่องทักษะการบริหารจัดการของผู้ประกอบการ และเตรียมความพร้อมเพื่อการเติบโตและระดมทุนในรูปแบบต่างๆ ผ่านการ Workshop, Coaching และ One-on-One Coaching เป็นระยะเวลา 4 เดือน (กรกฎาคม-ตุลาคม 2567) ที่จะเปิดรับจำนวน 60 บริษัท โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจบโครงการมีโอกาสรับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) สูงสุดบริษัทละ 1 ล้านบาท พร้อมทั้งรับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่โครงการกำหนด

ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวถึงตัวอย่างของอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูงในเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน ได้แก่ กลุ่ม FinTech, กลุ่ม DeepTech ที่เจาะจงด้าน AI-Robotics และด้านพลังงาน และกลุ่ม ClimateTech ที่สอดคล้องไปกับเทรนด์เรื่อง ESG นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจการเกษตรและอาหาร รวมถึงภาคบริการที่กำลังมีการขยายตัวของตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม นอกจาก ‘เทคโนโลยีหรือนวัตกรรม’ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานและจำเป็นที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้แล้ว ความพร้อมขององค์กรและความสามารถในการพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะถูกพิจารณาจากนักลงทุน

ปัจจุบันภาครัฐและ NIA มีการสนับสนุนผู้ประกอบการและกลุ่มธุรกิจที่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านเครื่องมือหลากหลายรูปแบบ Cash-Coach-Connect อาทิ โครงการบ่มเพาะ การร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างอีโคซิสเต็มและการให้เงินทุน ซึ่งผู้ประกอบการ New Economy ส่วนใหญ่อยู่ในพอร์ตฟอลิโอของ NIA และหน่วยงานพันธมิตรอยู่ ซึ่งบางเจ้าที่มีแผนการเข้าสู่ตลาดทุน จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้

โดย ดร.กริชผกา กล่าวเสริมว่า เป้าหมายที่คาดหวัง คือ ความหลากหลายของธุรกิจ เพื่อให้เห็นถึงข้อเปรียบเทียบ เห็นถึงโมเดลในการจัดตั้งผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมว่าอุตสาหกรรมแบบใดเป็นอย่างไร “หากต้องการสร้างแรงกระเพื่อมในเศรษฐกิจได้จริง คือ การผลักดันธุรกิจ New S-curve และการสนับสนุนให้คนตัวเล็กเติบโตไปพร้อมกัน”

นอกจากนี้ด้าน นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) กล่าวถึงความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ Life Science หรือภาคธุรกิจ Health & Wellness ที่เป็น New Economy ของประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ และเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการ

โดยท่ีผ่านมา TCELS มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา เสริมสร้างระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยให้สามารถนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และสังคมได้อย่างรวดเร็ว TCELS จึงได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการส่งเสริมศักยภาพ เพิ่มความแข็งแกร่งในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการธุรกิจในกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า KPMG มีความพร้อมและมีทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาในการวางแผนกลยุทธ์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการวางแผนธุรกิจและการแข่งขัน ตลอดจนช่วยเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการ โดย KPMG ให้ความสำคัญในด้านกลยุทธ์องค์กร กลยุทธ์ด้านการดำเนินงาน กลยุทธ์ด้านการเงิน กลยุทธ์ด้านบุคลากร รวมถึงการจัดทำแผนธุรกิจ ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้รับแนวทางในการสร้างความเติบโตทางธุรกิจ ตลอดจนการก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : LiVE Platform เปิดโครงการ 'New S Curve to Capital Market' ช่วยดันคนตัวเล็กเข้าสู่ตลาดทุน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...