โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็คสถานะ 4 หุ้นธนาคาร โดน S&P หั่นเครดิต ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 มี.ค. 2565 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2565 เวลา 17.30 น. • The Bangkok Insight

เช็คสถานะ 4 หุ้นธนาคาร หลังโดน S&P หั่นเครดิต ส่งผลกระทบอะไรบ้าง? จับตาแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีนี้ จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้แค่ไหน

เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองกันเลยเมื่อสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลกอย่าง S&P Global Ratings หรือ เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อ (Credit Rating) ของธนาคาร 4 แห่งในปะเทศไทย ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ดังนี้

4 หุ้นธนาคาร

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปรับลดจากระดับ BBB+ ลงสู่ระดับ BBB
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปรับลดจากระดับ BBB+ ลงสู่ระดับ BBB
ธนาคารกรุงไทย (KTB) ปรับลดจากระดับ BBB ลงสู่ระดับ BBB-
ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ปรับลดจากระดับ BBB ลงสู่ระดับ BBB-

4 หุ้นธนาคาร

การปรับลด Credit Rating รอบนี้ S&P ให้เหตุผลว่าเป็นการคาดการณ์ความเสี่ยงเชิงระบบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธนาคารในประเทศไทย และแม้รัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยง แต่มาตรการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อปัญหาการปล่อยกู้ในภาคธนาคารยืดเยื้อออกไปอีก ส่วนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยค่อนข้างเปราะบาง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยคาดการณ์ว่า NPL ธนาคารไทยจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นในอีก 2 ปี จนแตะที่ระดับ 5%

แบงก์ชาติชี้แจง S&P ปรับลดความน่าเชื่อถือ

ประเด็นนี้ นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ชี้แจงว่า แบงก์ชาติมีมาตรการสนับสนุน ให้ธนาคารพาณิชย์ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบอย่างตรงจุดและเหมาะสมกับสถานการณ์มาต่อเนื่อง  ถือเป็นการดำเนินนโยบายเชิงผ่อนคลายที่เหมาะกับบริบทของไทย และไม่ต่างไปจากแนวทางประเทศต่างๆ

โดยจะเห็นได้ว่าลูกหนี้ภายใต้มาตรการช่วยเหลือปรับลดลงจากที่เคยสูงสุดที่ 30% ของสินเชื่อในเดือนกรกฎาคม 2563 มาอยู่ที่ 14% ณ สิ้นปี 2564 ขณะเดียวกันแบงก์ชาติได้ติดตามความเสี่ยง คุณภาพสินเชื่อ และฐานะของธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิด ล่าสุดฐานะการเงินของระบบยังแข็งแกร่ง อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) อยู่ที่ 20% ซึ่งปัจจุบันเงินสำรองของระบบธนาคารพาณิชย์ อยู่ที่ 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 1.6 เท่าของสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL coverage ratio)

วิเคราะห์หุ้น SCB-KBANK-KTB-TTB กระทบแค่ไหน?

กรณีที่ S&P หั่นเครดิต 4 แบงก์ใหญ่ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า มีโอกาสส่งผลต่อ Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่มองว่าการปรับลด Credit Rating อาจไม่ได้กระทบต่อ 4 หุ้นแบงก์มากนัก เพราะทางพื้นฐานจะส่งผลให้แนวโน้มต้นทุนการออกหุ้นกู้ใหม่สูงขึ้น

เนื่องจากธนาคารไทยระดมทุนผ่านเงินฝากเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนราว 70% - 80% ของหนี้สิน ส่วนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้มีสัดส่วนเล็กน้อย โดย KTB สัดส่วน 4% ของหนี้สิน, TTB สัดส่วน 4% ของหนี้สิน, KBANK สัดส่วน 3% ของหนี้สิน และ SCB สัดส่วน 2.6% ของหนี้สิน

ทั้งนี้ จึงยังคงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคาร“เท่าตลาด” โดยมองว่า P/BV ไม่แพง ซื้อขายกันที่ 0.8 เท่า ช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นในกลุ่มได้มีการปรับฐาน หลังแนวโน้ม GDP เปิด Downside มากกว่า Upside ประกอบกับทิศทาง Fund Flow จากต่างชาติเริ่มชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแบงก์ 4 ตัว ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (22 ก.พ. - 22 มี.ค. 2565) ได้ปรับตัวลดลงก่อนที่ข่าวลบจะออกมา ดังนี้
ราคาหุ้น SCB ปรับลดลง -11.97% จากเดือนก่อน (MoM)
ราคาหุ้น TTB ปรับลดลง -6.47% จากเดือนก่อน (MoM)
ราคาหุ้น KBANK ปรับลดลง -5.34% จากเดือนก่อน (MoM)
ราคาหุ้น KTB ปรับลดลง -3.55% จากเดือนก่อน (MoM)

4 หุ้นธนาคาร

สุดท้ายคงต้องติดตามต่อไปว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ของปี 2565 ที่กำลังจะออกมานี้ จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้แค่ไหน หรือจะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ ความไม่แน่นอนตามที่ S&P Global Ratings ได้ประเมินเอาไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...