โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วันนี้ไม่ซ้อม เพราะกลับจริง 'พลายศักดิ์สุรินทร์' ขึ้นกรงออกจากสวนสัตว์แล้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.ค. 2566 เวลา 20.04 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2566 เวลา 20.04 น.

วันนี้ไม่ซ้อม เพราะกลับไทยจริงแล้ว ส่งกำลังใจพา ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ กลับบ้าน ออกจากสวนสัตว์แล้ว

จากเป็นเดือน คล้อยเป็นวัน ในที่สุดก็ถึงเวลานับถอยหลังเป็นชั่วโมง ที่ “พลายศักดิ์สุรินทร์’ หรือ ทูตสันถวไมตรี ที่ละถิ่นเกิดมาทำหน้าที่ที่ประเทศศรีลังกานานกว่า 21 ปี จะได้กลับสู่ดินแดนมาตุภูมิ เพื่อรักษาตัว ในวัย 30 ปี ช้างหนุ่มที่ผ่านชีวิตการทำงานหนักจะได้พักรักษาตัว

ภารกิจพาพ่อพลายงางามกลับบ้านจึงเป็นหนึ่งในภารกิจประวัติศาสตร์เพราะเป็น “ครั้งแรก” ที่ไทยจะเคลื่อนย้ายสัตว์ใหญ่และอายุมาก ที่มีความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) ก่อนกำหนดการบินกลับประเทศไทยในวันที่ 2 ก.ค. นี้ ผู้สื่อรายงานจากประเทศศรีลังกาว่า ที่สวนสัตว์เดหิวารา กรุงโคลัมโบ ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลพลายศักดิ์สุรินทร์เพื่อเตรียมความพร้อมมากว่า 8 เดือน และเป็นที่ตั้งกรงเพื่อให้ฝึกซ้อมนั้น

วันนี้พลายศักดิ์สุรินทร์ไม่ฝึกซ้อมแล้วแต่จะเดินทางจริง โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งทีมแพทย์ ควาญช้าง ๆทีมวิศวกรและนักออกแบบ ตรวจเช็กความพร้อม และติดเครื่องยนต์รถเทรลเลอร์รอออกเดินทางแล้ว ท่ามกลางประชาชนชาวศรีลังกาที่มารอส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับประเทศไทยแน่นขนัดไปทั่วบริเวณหน้าสวนสัตว์

โดยเมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 2 กรกฎาคม พลายศักดิ์สุรินทร์ ได้ออกจากคอกมุ่งหน้าขึ้นกรงอย่างว่าง่าย และใช้เวลาในการติดตั้งระบบความปลอดภัย และเชื่อมหัวรถกับส่วนลากใช้เวลาร่วม 45 นาที ก่อนออกเดินทางจากสวนสัตว์ในเวลา 01.10 น. มุ่งหน้าไปยังสนามบินบันดารานาเยเก ในความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาทีในการเดินทาง

ทั้งนี้ สัตวแพทย์ เผยว่า พลายศักดิ์สุรินทร์ฝึกซ้อมเข้าออกกรงมาตั้งแต่สร้างเสร็จ เป็นระยะเวลาร่วม 2 สัปดาห์ นับว่าเป็นระยะเวลาที่สั้น แต่พลายศักดิ์สุรินทร์ไม่เคยมีปัญหาในการฝึกซ้อมเลย

ขณะที่ เจ้าหน้าที่รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้เตรียมต้นกล้วย อ้อย ฟักทอง และน้ำขึ้นเครื่องไปด้วย ส่วนตัวไม่กังวลเพราะที่ผ่านมาพลายศักดิ์สุรินทร์ให้ความร่วมมือดี ไม่มีปัญหา ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจที่ได้มาทำงานนี้ เพราะเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อสัตว์ประจำชาติของเรา อยากทำให้ดีที่สุด

สำหรับขั้นตอนการเคลื่อนย้าย นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะทำงานยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า อย่างที่ทราบคืนนี้ เวลา 00.00 น. จะเคลื่อนพลายศักดิ์สุรินทร์ออกจากสวนสัตว์เดหิวารา ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 30 นาที มีขบวนนำทางและปิดท้ายอย่างดี และเมื่อไปถึงสนามบินบันดารานายาเก กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ที่มีเครื่องบินอิลยูชิน-อิล 76 ของรัสเซียมาจอดรอแล้ว และเครื่องบินจะพาศักดิ์สุรินทร์กลับบ้านในเวลา 07.30 น. โดยประมาณ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง ถึงสนามบินเชียงใหม่ราว 13.00 น. ซึ่งระหว่างที่อยู่บนเครื่อง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. เผยว่าสามารถสื่อสารกับบนเครื่องได้ทุกชั่วโมงผ่านนักบิน ติดต่อกับหอบังคับการบินที่ไทย เพื่อติดตามสถานการณ์และสถานะของพลายศักดิ์สุรินทร์เป็นระยะ

“ด้วยการเตรียมการอย่างรัดกุม เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี พลายศักดิ์สุรินทร์ให้ความร่วมมืออย่างดี ตอนนี้สบายดีทุกอย่าง เขานิ่ง พร้อม 100% เชื่อมั่นในตัวพลายศักดิ์สุรินทร์ แต่อาจจะต้องทนหิวนิดหน่อย เพราะเริ่มจำกัดอาการเพื่อเดินทาง และคุณหมอก็ละเอียดมาก เมื่อวาน (30 มิ.ย) พ่อพลายมีดีดนิดหน่อย เดราะตอนเช้าพระทำพิธีส่งกลับไทย ได้กินของหวานเยอะ แต่เช้าวันนี้ระบายออกหมดแล้ว เรียบร้อยดี” นางสาวกัญจนากล่าวและเผยถึงขั้นตอนภายหลังจากพลายศักดิ์สุรินทร์เดินทางถึงประเทศไทยว่า

เมื่อเดินทางถึงสนามบินเชียงใหม่ ประเทศไทย ซึ่งมีนายวราวุธ รอรับพร้อมกับทีมดูแลช้าง จะประเมินร่างกายก่อนว่าช้างพร้อมเดินทางต่อไหม ถ้าพร้อมก็ไปต่อยังศูนย์อนุรักษ์ช้าง จ.ลำปาง ซึ่งจะต้องกักตัว 28 วัน ก่อนจะเปิดให้ประชาชนไปเยี่ยมพ่อพลายได้ แต่หากถึงแล้วช้างเหนื่อยจะให้พักก่อนที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ส่วนเรื่องการรักษาหลังกลับไทยแล้วนั้น ไม่มีอะไรน่ากังวลเพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของหมอไทย และพลายศักดิ์สุรินทร์เองก็เกิดที่ไทย และโตที่ไทยมากว่า 8 ปี ก่อนจะมาศรีลังกา ที่สำคัญอาหารไทยเราพร้อมมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...