โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากร้อยตรีสู่ร้อยเอกไม่กี่ปี ปกติมั้ย? คุยกับ 'รังสิมันต์ โรม' ถึงปัญหาการเลื่อนยศตำรวจและหลักสูตร กอส.

The MATTER

อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 08.24 น. • Brief

จากยศร้อยตำรวจตรีหญิงในปี 2564 สู่ยศร้อยตำรวจเอกหญิงในปี 2566 ดวงดาวที่ประดับบนบ่าของ 'ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก' ทำเอาประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความรวดเร็วที่ได้เลื่อนขั้น การใช้เส้นสาย และความประหลาดของหลักสูตรการฝึกอบรบข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอส.)

- เกิดอะไรขึ้น

ที่สังคมจับตา เริ่มจากการที่ ร.ต.อ.อาทิติยา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนว่า ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้กอง ได้ยศ ‘ว่าที่ ร.ต.อ.’ แล้ว ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์และถูกวิจารณ์ในวงกว้างถึงความรวดเร็วในการได้เพิ่มยศ บางคนถึงกับแซวว่ามีการเติมโปรปั๊มยศตำรวจหรือเปล่า เพราะเมื่อกันยายน ปี 2564 ร.ต.อ.อาทิติยาเพิ่งโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า ตนเองได้เป็นว่าที่ร้อยตำรวจตรีหญิง และเพิ่งได้ประดับดาว 1 ดวงบนบ่าไปหมาดๆ

อีกส่วนหนึ่งที่ประเด็นนี้ได้รับความสนใจ เพราะเฟซบุ๊กเพจ ‘เพื่อนตำรวจ’ ออกมาโพสต์เล่าถึงความผิดปกติในการเลื่อนขั้นพุ่งพรวดของวงการตำรวจด้วย โดยยกตัวอย่างถึง ร.ต.ท.หญิงที่เคยประกวดเวทีนางงาม แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าหมายถึงใคร

ข้อความจากเฟซบุ๊กเพจเพื่อนตำรวจระบุว่า “จาก ส.ต.ต.หญิง สู่ ร.ต.อ.หญิง ใช้เวลาไม่ถึง 3-4 ปี ผมที่เป็นตำรวจมา 9 ปีจะติดจ่าปีหน้า เปิดสอบมีแต่สายอำนวยการ กว่าจะเปิด เปิดเเต่ละทีก็รับน้อย สายปราบปรามก็มีแต่ให้ลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ สาย กอส. กอป. ก็รู้ๆ กันในตำรวจเรา นามสกุลดังๆ ทั้งนั้นมาบรรจุ ส.ต.ต. ปีเดียวก็ขึ้นสัญญาบัตรกันหมดแล้ว”

และมีโพสต์นึงจากเฟซบุ๊กเพจเพื่อนตำรวจระบุด้วยว่า “ร้อยตำรวจตรีตอนเดือนกันยายน 2564 ติดร้อยตำรวจโทเดือนมิถุนายน 2565 ต่อมา มิถุนายน 2566 ติดร้อยตำรวจเอก คือพุ่งมาก ตั๋วช้างยังเรียกพี่ หลักสูตร กอส. ขอสงวนไว้เพื่อทายาทที่พ่อเเม่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นครับ”

ล่าสุด พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า ร.ต.อ.อาทิติยา ได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจผ่านการรับสมัครคัดเลือกบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิ และได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจยศ 'สิบตำรวจตรีหญิง' จากนั้นผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร กอส. และได้รับการแต่งตั้งเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศ 'ร้อยตำรวจตรีหญิง' เมื่อปี 2564 โดยคุณวุฒิที่ใช้บรรจุแต่งตั้งคือ นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท)

“จากนั้นใช้ระยะเวลาครองยศ 8 เดือน ก็ได้รับการเลื่อนยศเป็น ร.ต.ท.หญิง และครองยศ ร.ต.ท.หญิง อีก 1 ปี จะได้รับการเลื่อนยศเป็น ร.ต.อ.หญิง รวมระยะเวลา 1 ปี 8 เดือน โดยการเลื่อนยศของ ร.ต.อ.หญิง ดังกล่าว เป็นไปตามตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งยศ พ.ศ.2554 ข้อ 8.2.8 ที่กำหนดให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับยศสูงขึ้น ต้องครองยศตามจำนวนปีที่รับราชการ ยกเว้นผู้ที่บรรจุในคุณวุฒิปริญญาโท ให้รับราชการในชั้นยศร้อยตำรวจตรีหนึ่งปี ร้อยตำรวจโทหนึ่งปี” โฆษก สตช. ระบุ

อย่างไรก็ดี ประเด็นการเลื่อนขั้นรวดเร็วก็ยังนำมาสู่การตั้งคำถามถึงปัญหาเส้นสายวงการตำรวจและหลักสูตร กอส. ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นปัญหาเรื้อรัง

- จากร้อยตรีสู่ร้อยเอก ปกติมั้ย?

เมื่อลองถามเฟซบุ๊กเพจเพื่อนตำรวจที่มักแฉเรื่องฉาววงการตำรวจว่ากรณีนี้แปลกไหม เขาตอบทันทีว่า “ไม่ปกติ”

ขณะเดียวกัน เมื่อลองถามตำรวจยศสิบตำรวจเอก (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่าเรื่องนี้ปกติมั้ย เขาเปิดเผยว่า "มันก็เร็วกว่าปกติแหละ เข้าใจว่าเป็นกฎที่เปิดช่องให้เลื่อนขั้นได้ไวขึ้นจากการใช้วุฒิ ป.โท เข้ามา แต่ที่ผิดปกติเลย คือ หลักสูตร กอส. ส่วนใหญ่ไม่ได้สอบเข้ามา ใช้เส้นเข้ามาทั้งนั้น ลองไปย้อนดูรายชื่อและนามสกุลจะรู้เลย ส่วนใหญ่ลูกท่านหลานเธอ" . "ที่ตำรวจส่วนใหญ่รู้สึกว่ามันไม่แฟร์เพราะส่วนใหญ่เขาสอบกันเข้ามาด้วยตัวเองทั้งนั้น แต่คนพวกนี้ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องแข่งขันกับใครก็ได้เป็นเฉยเลย" สิบตำรวจเอก เผย

ด้านรังสิมันต์ โรม ให้ข้อมูลกับเราว่า มันอาจไม่มีอะไรแน่นอนตายตัวในการเลื่อนขั้น หากมองระยะเวลาด้วยกรอบกฎหมายเชื่อว่าอาจไม่ผิด แต่การที่กฎหมายเปิดให้ทำได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องทำ และไม่ได้หมายความว่าไม่มีการใช้เส้นสาย

เมื่อถามว่า ความผิดปกติของเหตุการณ์นี้คืออะไร รังสิมันต์ตอบว่า มันไม่ใช่แค่การเลื่อนขั้นจากร้อยตรีสู่ร้อยเอกใน 3 ปี แต่มันคือการที่ตำรวจชั้นประทวนจำนวนมากรอคอยว่าจะมีโอกาสเลื่อนขั้นไหม ทั้งๆ ที่พวกเขาก็มีคุณวุฒิต่างๆ มากมายไม่แพ้คนอื่น

- ปัญหาของ กอส. จากสายตา รังสิมันต์ โรม

หากอธิบายโดยคร่าว กอส. คือหลักสูตรฝึกอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร เป็นนโยบายให้ตำรวจชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนที่มีวุฒิปริญญาหรือประกาศนียบัตร มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร คุณสมบัติเด่นๆ ที่มีสิทธิสมัครเข้าหลักสูตรได้มี 3 ข้อ คือ

1) พ่อแม่เป็นตำรวจเสียชีวิตในหน้าที่

2) ขาดแคลนบุคลากรด้านนั้นๆ เช่น งานด้านวิทยาศาสตร์

3) ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ เช่น นักกีฬาทีมชาติ

หลักสูตรเปิดโอกาสให้บรรจุบุคคลจากภายนอกได้ด้วย มีสอนทั้งภาควิชาการ ภาคปฏิบัติ และภาคสนาม อย่างไรก็ดี หลักสูตร กอส. ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาเนิ่นนาน จริงอยู่ที่เปิดโอกาสให้ทายาทและบุคลากรที่ขาดแคลน แต่ที่ผ่านมามีคนเด่นคนดังมาสมัครเรียนและติดยศเป็นข้าราชการตำรวจเสมอ เช่น สงกรานต์ เตชะณรงค์ ทายาทโบนันซ่า จบหลักสูตร กอส. รุ่นที่ 45 เป็นต้น

รังสิมันต์ โรม บอกกับ The MATTER ว่า ปัญหาหลักๆ ของ กอส. คือการใช้เส้นสาย “ผมยืนยันได้ว่า ในหลายๆ กรณีที่คนที่เข้ามาเป็น กอส. ไม่ได้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์จริงๆ”

ส.ส.ก้าวไกลอธิบายว่า ปกติแล้ว กอส. เป็นหลักสูตรที่มีไว้สำหรับบุคคลที่พ่อแม่เป็นตำรวจแต่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ได้มีสิทธิมาสอบ และมีไว้สำหรับบุคลากรที่ขาดแคลนคุณวุฒิ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์สำหรับการตรวจสอบพยานหลักฐาน แต่ในความเป็นจริงอาจเปรียบได้กับการขาดแคลน ‘นามสกุลดัง’

“หลักสูตร กอส. เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน เป็นปัญหาตั้งแต่การเปิดรับ มันมักจะมีบรรดาคนดัง ลูกท่านหลานเธอ ที่คุณสมบัติโดดเด่นไหมมันก็ไม่ชัด และกลายเป็นการเลือกปฏิบัติ ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม และเมื่อเขามาเห็นการเลื่อนขั้นที่มันรวดเร็ว ก็คงทำให้ตำรวจจำนวนมากรู้สึกว่าไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมจากองค์กรของเขา โดยไม่ใช่เพราะอีกคนมีความสามารถที่ดีกว่า”

“ถามกลับกันว่า การได้เลื่อนขั้นจากร้อยตรีไปร้อยเอกภายใน 3 ปี ผลงานที่เป็นประจักษ์คืออะไร เคยจับคดียาเสพติดมั้ย เคยจับโจรผู้ร้ายได้มั้ย เราก็รอคอยคำตอบ อาจจะมีก็ได้ เราอาจจะไม่รู้ แต่ ณ เวลานี้ยังไม่มีหลักฐานมา และนี่ไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียว มีอีกหลายกรณีที่การเติบโตของตำรวจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว” รังสิมันต์ ระบุ

- ก้าวไกลในฐานะพรรคว่าที่รัฐบาล จะจัดการอย่างไร

รังสิมันต์ยืนยันว่า หากเป็นรัฐบาล และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกฯ ก็จะมีอำนาจโดยตรงกับตำรวจ ซึ่งก้าวไกลจะสร้างความเป็นธรรมให้เกิดในองค์กรตำรวจแน่นอน จะทำให้เกิดการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม และเกิดขึ้นโดยใช้ความสามารถและผลงานเป็นตัวตั้ง ส่วนระยะยาว เขาระบุว่า อาจแก้กฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ตำรวจ เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก

https://www.matichon.co.th/local/news_4018600

https://www.facebook.com/CatArthitiya/posts/pfbid0dWribkZxcndBpRT3Bn1hvTSaGfRwSwii46gBZWFArQJGgmgJjD7TXwnKWrjnkD5Yl

https://www.facebook.com/photo/?fbid=840458160805339&set=pcb.840458254138663

https://www.facebook.com/Pol.Col.Fc/posts/pfbid02GNs5mP1qJr921f4cg6kXFKTNxuw7YCkVUzSfb5yeydi3wxSe54Deijd6PegVR78ql?cft[0]=AZV6Dqpo9E-CE-CPzRLboRKnfQHbhGwo6GsaRVX8Xqxm7PoTHC-MYjd9RpI29SkIqZh3UIHUEQN8D1B3hIRGIVCJDXUQn7KnUnHoSpfGzqiwPuO-STUou7lvhER2rhxTSzifNEXkwQ5YYBP9QASMipPuygwqndp-xcWZpegeJ0YvblAopMIjs8kAgbfU4_1Aa3Q&tn=%2CO%2CP-R

https://www.facebook.com/photo/?fbid=579757320938668&set=a.415626510685084

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...