โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หลวงพ่อคอหัก” หรือ “พระสุริยมุนี” พระพุทธรูปศิลาปางนาคปรก ศิลปะทวารวดี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ธ.ค. 2567 เวลา 23.55 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2567 เวลา 23.55 น.
“หลวงพ่อคอหัก” หรือ “พระสุริยมุนี” ประดิษฐานภายในวิหารตรงข้ามสถานีรถไฟอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

หลวงพ่อคอหัก อยุธยา พระพุทธรูปศิลาปางนาคปรก ศิลปะทวารวดี

หลวงพ่อคอหัก นามเรียกขานพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรกที่ประดิษฐานภายในวิหารตรงข้ามสถานีรถไฟอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี

มีเรื่องเล่าขานถึงที่มาของนาม “หลวงพ่อคอหัก” [1][2] ผู้ที่ทำให้ชื่อเสียงของพระพุทธรูปศิลาองค์นี้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย คือ นายพวง อุณจักร นายสถานีรถไฟอยุธยากับคณะ ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2475 ได้ช่วยกันรวบรวมพระพุทธรูปที่ชำรุดปรักหักพังที่ถูกทิ้งอยู่เกลื่อนกลาดในบริเวณวัดหัวกระบือ (ร้าง) อันเป็นวัดเก่าแก่โบราณที่อยู่ในเขตที่ดินของรถไฟ โดยนำมาตั้งเรียงกันและทำหลังคาบังแดดบังฝนไว้

นายพวงเล่าว่า เมื่อประมาณปี 2475 ย้ายจากทุ่งสง มาดำรงตำแหน่งนายสถานีอยุธยา โดยปกตินายพวงเป็นคนมีใจบุญสุนทานอยู่แล้ว ได้เห็นโคกแห่งหนึ่งในเขตย่านสถานีอยุธยา เต็มไปด้วยป่าสะแก รกรุงรังมาก เป็นที่พักเลี้ยงควายของชาวบ้าน เพราะที่โคกนี้ฤดูน้ำท่วมไม่ถึง

นายพวงเห็นชิ้นส่วนองค์พระพุทธรูปทิ้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป บางส่วนมีมูลควายทับถมอยู่ บางชิ้นเป็นที่นั่งเล่นของชาวบ้าน เมื่อพบพระพุทธรูปชำรุดที่จมอยู่ในสิ่งโสโครกในที่แวดล้อมเช่นนี้ก็มีความรู้สึกสังเวช จึงได้เก็บมารวบรวมไว้เป็นที่ แล้วถากถางบริเวณที่รกรุงรังให้สะอาดตาขึ้นตามสมควร นำชิ้นส่วนมาประกอบติดต่อกันเท่าที่จะทำได้

ในจำนวนพระพุทธรูปทั้งหมด มีอยู่องค์หนึ่งที่งามเป็นพิเศษ นั่นก็คือพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรกที่ผู้ที่สนใจร่วมกันในคราวนั้นและชาวบ้านพากันเรียกนามว่า “หลวงพ่อคอหัก” เนื่องจากปะติดปะต่อกันจากชิ้นส่วนที่เก็บมาได้ และชื่อนี้ยังใช้กันมาอยู่จนทุกวันนี้

อภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคอหักปรากฏขึ้น เมื่อนายพวงกับพนักงานรถไฟ ได้พากันไปอธิษฐานขอให้ถูกสลากกินแบ่งที่นายพวงและเพื่อนร่วมหุ้นกันซื้อไว้ 1 ใบ ใบละบาท โดยออกเงินคนละ 10 สตางค์ แล้วจะสร้างวิหารถวายพร้อมกับทำสะพานไม้ เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้ข้ามไปนมัสการโดยสะดวก น่าอัศจรรย์ยิ่งเพราะเมื่อถึงกำหนดออกรางวัล สลากใบนั้นตรงกับเลขรางวัลที่ 1 ได้รับเงินถึง 80,000 บาท แบ่งหุ้นกันคนละ 8,000 บาท ค่าของเงินจำนวนนี้นับว่ามากโขในสมัยนั้น

นายพวงกับคณะที่ถูกลอตเตอรี่ก็ได้ช่วยกันออกเงินสร้างวิหารถวายทำด้วยไม้ สิ้นเงินไปประมาณ 2,000 บาทเศษ ต่อจากนั้นได้รวบรวมชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่เหลือมาประกอบขึ้นเป็นองค์พระได้อีก 8 องค์ รวมหลวงพ่อคอหักจึงมีพระพุทธรูปที่อยู่ในวิหารไม้แห่งนี้ 9 องค์ พระพุทธรูปทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปหินทราย

ในวิหารไม้แห่งนี้ มีพระพุทธรูปปฏิสังขรณ์ 9 องค์ โดยมาจากที่ต่างๆ ดังกล่าวแล้ว หลวงพ่อคอหักเป็นพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรกทำด้วยหินทรายสีเขียว (นอกนั้นเป็นหินทรายสีแดง) ผู้เชี่ยวชาญทางพระพุทธรูปหลายท่านกล่าวว่า มีพุทธลักษณะแบบศิลปะทวาราวดี แกะนูนออกมาจากแผ่นศิลา พระพักตร์มีรอยกะเทาะหลุดออกทำให้เศียรขาด ส่วนตั้งแต่คอลงมาจนถึงฐานอยู่ในลักษณะดี ศีรษะพญานาคชำรุดซีกหนึ่ง ตั้งอยู่หน้าพระพุทธรูปทุกองค์ ในลักษณะเป็นพระประธาน เมื่อชำรุดอยู่นั้นได้รับการปิดเป็นทองเด่นกว่าทุกองค์ ประชาชนมักพุ่งความศรัทธาต่อพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพิเศษ

มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสหลวงพ่อคอหักพากันมาสักการบูชาอธิษฐานขอพรกันมากขึ้นเรื่อยๆ กิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ก็เลื่องลือออกไปไกล ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาโดยเฉพาะทางรถไฟ มักจะยกมือขึ้นสักการะขอพรเสมอๆ และมีผู้รวมกันปวารณาเป็นศิษย์ของหลวงพ่อใช้นามว่า คณะศิษย์หลวงพ่อคอหัก

ต่อมาได้มีการก่อสร้างวิหารไม้เป็นอาคารคอนกรีต เนื่องมาจาก นายเฮาะจิว นิธากร เจ้าของโรงงานผลิตถ่านไฟฉายศรีชัยอยู่ที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งสมัยยังหนุ่มได้ไปมาค้าขายระหว่างกรุงเทพ-ปากน้ำโพ เมื่อนั่งรถไฟผ่านวิหารหลวงพ่อคอหักก็ยกมือไหว้อธิษฐานขอให้ทำมาค้าขึ้นร่ำรวย แล้วจะมาสร้างวิหารให้ใหม่ ภายหลังมีฐานะร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็เลยมาทำบุญตามคำพูด

ราวปี พ.ศ. 2507 นายเฮาะจิวได้บริจาคเงินประมาณ 200,000 บาท สร้างวิหารหลังใหม่และสะพานคอนกรีต พร้อมกับบูรณะพระพักตร์ที่ชำรุดอยู่จนเรียบร้อย และได้นิมนต์ หลวงพ่ออั้น คนฺธาโร หรือ พระครูศิลกิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดพระญาติการามในเวลานั้น มาประกอบพิธีตามหลักทางพระพุทธศาสนาต่อเศียรองค์พระพุทธรูป

พระครูศิลกิตติคุณมีความเคารพนับถือในหลวงพ่อคอหักมาก ท่านได้เรียกนามพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรกองค์นี้ใหม่ว่า “พระสุริยมุนี” และได้นำเอารูปแบบพุทธลักษณะขององค์พระสุริยมุนีไปสร้างเป็นพระพิมพ์ขึ้นมาด้วย เรียกว่า พระพิมพ์นาคปรก “พระสุริยมุนี” สร้างด้วยดินเผาอุดผงพุทธคุณใต้ฐาน

ราว พ.ศ. 2508-2510 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สักการบูชา “พระสุริยมุนี” กันอย่างทั่วถึง คณะกรรมการจึงได้จัดสร้าง “พระสุริยมุนีจำลอง” ขนาดเท่าองค์จริง จำนวน 9 องค์ นำไปประดิษฐานตามต่างจังหวัดต่างๆ ดังนี้

องค์ที่ 1 ประดิษฐานที่บึงพระราม สวนสาธารณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

องค์ที่ 2 ประดิษฐานที่โรงเรียนวัดพระญาติการาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

องค์ที่ 3 ประดิษฐานที่วัดป่าสวนเกษตรรังสรรค์ (วัดดงสระพัง) จังหวัดอุดรธานี

องค์ที่ 4 ประดิษฐานที่มณฑปวัดพุทธภูมิ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

องค์ที่ 5 ประดิษฐานที่วัดในจังหวัดชัยภูมิ

องค์ที่ 6 ประดิษฐานที่ ภาคตะวันออก

องค์ที่ 7 ประดิษฐานที่ ภาคเหนือ

องค์ที่ 8 ประดิษฐานที่ ศาสนาสถาน ค่ายพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี

องค์ที่ 9 ประดิษฐานที่ จังหวัดอุบลราชธานี [1]

“หลวงพ่อคอหัก” หรือ “พระสุริยมุนี” ตามคำบอกเล่าว่าพระพักตร์มีรอยกะเทาะหลุดออกทำให้เศียรขาด ส่วนตั้งแต่คอลงมาจนถึงฐานอยู่ในลักษณะดี ศีรษะพญานาคชำรุดซีกหนึ่ง เมื่อพิจารณาพุทธลักษณะในปัจจุบันหลังการบูรณะ ยังคงปรากฏรูปแบบพระพุทธรูปในศิลปะทวารวดีอย่างชัดเจนดังนี้

– พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ

– พระอุษณีษะนูน ขมวดพระเกศาค่อนข้างใหญ่

– พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรโปน พระขนงสลักเป็นเส้นนูนโค้งติดต่อกันดังรูปปีกกา พระนาสิกแบน พระโอษฐ์หนา พระกรรณยาวจรดพระอังสา

– พระวรกายครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิสั้นอยู่เหนือพระอังสาซ้าย มีลักษณะเหมือนชายผ้าพับซ้อนทับกัน

ส่วนที่บูรณะใหม่ขององค์พระพุทธรูป ถ้าดูจากด้านหลังจะเห็นแนวบูรณะในส่วนศีรษะพญานาค และส่วนที่ขนาบข้างซ้ายขวาองค์พระพุทธรูป ที่เดิมน่าจะเป็นรูปสถูปทรงหม้อน้ำขนาบอยู่ทั้งสองข้าง สันนิษฐานว่ารูปสลักสถูปส่วนนี้อาจชำรุดอยู่มากเหลือเพียงชิ้นส่วนเล็กน้อย ทำให้ถูกแปลงรูปแบบบูรณะใหม่เป็นรูปฉัตร เครื่องสูงปักตั้งขนาบข้างซ้ายขวาพระพุทธรูปแทนในปัจจุบัน

รูปสถูปทรงหม้อน้ำขนาบอยู่ทั้งสองข้างพระพุทธรูปปางนาคปรก มีปรากฏในพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี องค์ที่สำคัญคือ พระพุทธรูปนาคปรก หินทราย พบที่โบราณสถานหมายเลข 5 นอกเมืองศรีมโหสถ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

น่าสนใจว่า พระพิมพ์นาคปรก “พระสุริยมุนี” ที่จัดสร้างตามรูปแบบพุทธลักษณะขององค์หลวงพ่อคอหัก โดย พระครูศิลกิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดพระญาติการามในช่วงเวลานั้น จะเห็นความเป็นรูปสถูปทรงหม้อน้ำขนาบอยู่ทั้งสองข้างพระพุทธรูปปางนาคปรก มากกว่าจะเป็นรูปฉัตรขนาบข้าง

ส่วนการจัดสร้าง “พระสุริยมุนีจำลอง” ขนาดเท่าองค์จริง จำนวน 9 องค์ พบภาพในอินเทอร์เน็ตเพียง 1 องค์ ที่จังหวัดยะลา “พระสุริยะมุนีศรียะลา” ประดิษฐ์อยู่ที่มณฑปวัดพุทธภูมิ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา [3]

อนึ่ง มีพระพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรก ศิลปะทวารวดี สำคัญอีกหนึ่งองค์ ที่พบไม่ไกลจากบริเวณที่พบหลวงพ่อคอหัก วัดหัวกระบือ (ร้าง) หรือสถานีรถไฟอยุธยา คือ พระพุทธรูปนาคปรก ศิลปะทวารวดี จากวัดประดู่ทรงธรรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร [4]

พระพุทธรูปองค์นี้อัญเชิญมาจากวัดประดู่ทรงธรรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2474 ตามพระประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระองค์โปรดว่าเป็นประติมากรรมที่งามองค์หนึ่ง ดังข้อความในจดหมายของหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ ถึงอำมาตย์ตรี พระสมัครสโมสร มหาดไทยมณฑลอยุธยา ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ ความตอนหนึ่งกล่าวว่า

“…ด้วยพระพุทธรูปสมัยทวารวดีนาคปรกจำหลักในแผ่นศิลาคล้ายใบเสมา มีรูปสถูป 2 ข้าง ใต้ขนดนาคเปนหน้าสิงห์ 2 ข้างหน้าสิงห์มีรูปเทวดายกมือรองสถูป อยู่ที่วัดประดู่โรงธรรมซึ่งผมได้ขึ้นมาตรวจเมื่อ 2-3 วันนี้นั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นายกราชบัณฑิตยสภา ตรัสว่าเปนของดี สมควรจะเชิญเอาลงไปรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ผมจึงได้จดหมายฉบับนี้มาเรียนคุณพระขอให้ช่วยจัดการเอาใส่หีบส่งลงไปทางรถไฟ…” [4]

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

[1] ประวัติพระสุริยมุนี (หลวงพ่อคอหัก) โดย dhammanon ใน นวรัตน์ดอทคอม http://www.navaraht.com/forum/forum46/topic5936.html

[2] หลวงพ่อคอหัก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย หนุ่มสุทน ใน https://travel.trueid.net/detail/RpELLD4AWyNw

[3] พระสุริยะมุนีศรียะลา ใน https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1636992603285200.1073741865.1457936097857519&type=3

[4] พระพุทธรูปนาคปรก ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 13-15 จากวัดประดู่ทรงธรรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร https://www.finearts.go.th/museumbangkok/view/37722-พระพุทธรูปนาคปรก ?fbclid=IwAR3ixSuNsw_pTbvEHBn2XhQBC4O_v-XtkXv6LxlxIMGVL9Y55U5Iuahhz9M

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 กรกฎาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หลวงพ่อคอหัก” หรือ “พระสุริยมุนี” พระพุทธรูปศิลาปางนาคปรก ศิลปะทวารวดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...