นิสิต มมส ข้องใจ กกต.ไม่เคารพเสียงประชาชน เตือนโดนคิดบัญชี
นิสิต มมส ข้องใจ กกต.ไม่เคารพเสียงประชาชน เตือนโดนคิดบัญชี
เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 12 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) กลุ่มนิสิตและประชาชน มีการนัดรวมตัวกันเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ภายหลังจากที่ทราบว่า กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา ลิมเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ประกอบมาตรา 101(6) หรือไม่ จากเหตุที่มีชื่อถือครองหุ้นสื่อไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น โดยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิตเริ่มรวมตัวกันตั้งแต่เวลา 18.20 น. ก่อนที่จะมีการผลัดเปลี่ยนกันปราศรัย ซึ่งต่างก็แสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับมติของ กกต. ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเข้าข้างใคร ไม่เห็นความสำคัญของคะแนนเสียงประชาชนจำนวน 14 ล้านเสียง ที่เลือกพรรคก้าวไกลเข้ามา ซึ่งนอกจากบริเวณสนามหญ้าที่เป็นลานให้นั่งรวมตัวกันแล้ว ยังมีนิสิตและอาจารย์บางส่วนจับกลุ่มยืนกระจายอยู่บริเวณโดยรอบ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ พร้อมด้วยพนักงานรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยมาร่วมสังเกตการณ์
นางนิตยา ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม กล่าวว่า หลังจากรู้มติของ กกต. ก็รู้สึกว่า กกต.ไม่ยอมรับมติของประชาชน สิ่งที่ประชาชนทำมาถึงทุกวันนี้ก็เพื่อให้มีวันนี้ เพื่อที่บ้านเมืองจะได้สงบสุข ก็ไม่เป็นไปตามมติของประชาชนก็เลยต้องออกมาทำกิจกรรม เพราะไม่พอใจ กกต. ทั้งๆ ที่คดีถือหุ้นสื่อมันจบไปแล้ว แต่ก็เอามาเป็นประเด็นมันไม่ถูกต้อง เป็นการสกัดกั้นนายพิธาไม่ให้มาเป็นนายกฯ ซึ่งประชาชนได้เลือกตั้งมาด้วยคะแนน 14 ล้านเสียง หากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ คิดว่าจะมีการลงถนนแน่นอน ประชาชนไม่ยอมแล้ว เพราะต่อสู้และอดทนกับรัฐบาลประยุทธ์มานานแล้ว ก็อยากจะมีวันนี้ที่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย
นายภูมิรพี นิสิตชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า รู้สึกเฟลมาก ในคำวินิจฉัยของ กกต. เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น แสดงออกให้รู้เลยว่ากำลังเข้าข้างใคร อย่างออกหน้าออกตา ไม่มีความเคารพเสียงของประชาชนหลายล้านเสียง อย่ามาอ้างว่า 14 ล้านเสียง เป็นเสียงส่วนน้อยของ 60 ล้านเสียง เพราะ 14 ล้านเสียง คือเสียงที่ประชาชนเลือกมามากที่สุด
นายภูมิรพีกล่าวว่า การกระทำที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้น คาดว่าจะโดนคิดบัญชีจากประชาชนอย่างแน่นอน ซึ่งในวันพรุ่งนี้หากนายพิธาไม่ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าหลายคนผิดหวัง อาจจะเกิดการรวมตัวในรูปแบบม็อบ การก่นด่าที่แรงขึ้นกว่าเดิม เพราะคนกดดันกันมากแล้ว ซึ่งหากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ แต่หากต้องเลือกก็ขอให้เป็นฝ่ายประชาธิปไตย และอยากให้เป็นคนของก้าวไกล เพราะก้าวไกลคือผู้ชนะอย่างแท้จริง ตามหลักเสียงของประชาธิปไตย