สิ้นฤทธิ์!! พีม-โอชิ น้ำตานอง!! ลั่น สำนึกผิดแล้ว อยากขอโทษผู้เสียหาย เพื่อให้จบ
จากกรณีเหตุเดือด!! แก๊ง LGBTQ ย่านรังสิต รุมทำร้ายรุ่นน้องเหตุเขม่นหน้า โดยมีตัวเมนคือ พีม-โอชิ 2 LGBTQ ที่ทำการกร่อนผม และที่หนักที่สุดสาดน้ำก๋วยเตี๋ยวใส่ จนทำให้รุ่นน้องคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ โดยมีการบันทึกวิดีโอไว้ ซึ่งคลิปดังกล่าวเมื่อหลุดสู่โลกโซเชียล ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่น จนนำไปสู่ปรากฏการณ์ กะเทยผ่านศึกเมื่อวันที่ 8 ก.พ 68 ที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด หลังจากคุมตัวทั้ง 2 มาที่ สภ.คลองหลวง โดยหลังจากสอบปากคำ พีมรับสารภาพ 2 ข้อกล่าวหา ส่วนโอชิ รับสารภาพแค่ข้อหาเดียว คือทำร้ายร่างกาย พร้อมปฏิเสธข้อหากรรโชกทรัพย์ ทั้งนี้ จะมีการขยายผลไปสู่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยิ่งขุดยิ่งเจอ พฤติกรรมบุกรุกทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับขู่เข็ญจิตใจ รวมไปถึงกรรโชกทรัพย์ ยืนยันว่าเคสนี้จะไม่ละเว้นและดำเนินการสุดซอย
ล่าสุด “กัน จอมพลัง” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้ง ภายหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ว่าผู้ต้องหาทั้งสองคน ร้องไห้ตลอดเวลา บอกว่า รู้สึกผิดทุกสิ่งที่ทำลงไป นอกจากนี้ยังได้มีการเล่าถึงเหตุผลที่ลงมือทำร้ายน้องเเอนดริว ว่าสาเหตุเกิดจากไม่พอใจที่เพื่อนของน้องแอนดริว ไม่ยอมลงมาจากหอพัก มาพบหน้า จึงก่อเหตุทำร้ายน้อง ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางต่อกันมาก่อน ซึ่งตนได้รับฟังแล้ว ก็รู้สึกมึนงง และไม่เข้าใจ
โดยหลังจากก่อเหตุก็รู้สึกเครียด เพราะเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่เคยอยู่ด้วยกัน ต่างก็ทิ้งเอาตัวรอด เเละยังกดดันให้ตนออกมาปรากฏตัว ซึ่งตนเองก็ได้พูดเตือนสติทั้งคู่ ว่าไม่มีใครรักเพื่อนมากกว่ารักตัวเอง ทำสิ่งใดไว้ก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น
โดย”พีม” ได้ขอร้องตนอย่างหนึ่ง โดยจะขอคุยกับผู้เสียหายจะขอเยียวยา เพื่อให้จบเรื่องราวเพียงเท่านี้ได้ไหม ตนเองก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไหญ่ อีกทั้งเป็นคดีอาญา สิ่งที่ควรทำคือต้องขอโทษสังคม
นอกจากนี้ กัน จอมพลัง พาน้องต้า อายุ 20 ปี เหยื่ออีกรายของแก๊งนายพีม เข้ามาแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย กับพนักงานสอบสวน ที่สภ.คลองหลวงด้วย โดยกัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ผู้เสียหายมีปัญหากับนายพีมเรื่องเงิน ซึ่งผู้เสียหายได้คืนเงินไปแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบ นายพีม ได้พาผู้เสียหายไปขังไว้ในห้อง ระหว่างที่อยู่ในห้อง ผู้เสียหายถูกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนจะถูกนายพีมตบหน้าด้วยรองเท้า
สุดท้ายผู้เสียหายโทรเรียกตำรวจมาช่วยออกมา ก่อนจะติดรถตำรวจและไปหลบอยู่ที่หลังป้ายรถเมล์ เพราะกลัวว่าแก๊งนายพีมจะออกมาตามล่าตัวอีกรอบ โดยหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความเอาไว้แล้ว วันนี้จึงพามาให้ปากคำเพิ่มเติม
กัน จอมพลัง บอกอีกว่าภายหลังก่อเหตุเสร็จแล้วนายพีมไม่มีท่าทีสลดแต่อย่างใด และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซ้ำยังข่มขู่ให้ผู้เสียหายรายนี้หยุดเรียนหนังสือ ซึ่งเรื่องนี้ถ้าทางมหาวิทยาลัยปัดความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม
เพราะทั้งผู้เสียหาย และผู้ก่อเหตุเป็นนักศึกษาในสังกัด เรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้ว ต้องถามว่ามหาวิทยาลัยยังจะให้นักศึกษาที่ก่อเหตุรุนแรงแบบนี้เรียนต่ออีกหรือไม่ โดยตนเองได้ติดต่อไปยังกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ไปแล้ว เพื่อพาผู้เสียหายไปพบเลขารัฐมนตรีให้ตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรมต่อเรื่องนี้อีกครั้ง
ด้านนายต้า ผู้เสียหายบอกว่า ตัวเองเคยอยู่กลุ่มเดียวกับนายพีม ซึ่งนายพีมเคยแอบชอบตน และให้ของหลายอย่าง แต่พอเลิกชอบก็เรียกร้องจะเอาของคืน
พอเอาของไปคืนนายพีม กลับขอคืนเป็นเงิน 7,000 ถึง 8,000 บาท จึงนัดไปคุยกัน พอไปถึงนายพีม ก็พาเพื่อนมาล้อมและรุมทำร้าย ข่มขู่ว่าจะตามไปทำร้ายอีก เพื่อนจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ พอตำรวจมาถึงนายพีมกลับบอกว่าตนกับเพื่อนเป็นฝ่ายถูกทำร้าย
นอกจากนี้ ยังเคยถูกนายพีม ใช้รองเท้าตบหน้า ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มนี้เวลาใครมีเรื่องก็จะพาเพื่อนในกลุ่มไปรุมทำร้ายคู่กรณี ซึ่งตนก็เคยอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย เป็นเหตุการณ์ที่นายพีม ยกพวกไปต่อยตีกับผู้เสียหายในซอยรังสิต ซึ่งตนเคยเข้าไปห้ามแต่ห้ามไม่ไหว เพราะมีแต่คนตัวใหญ่ บางครั้งเวลาเข้าไปห้ามก็เจ็บตัวด้วย จึงตัดสินใจปลีกตัวออกจากกลุ่มของนายพีม
นอกจากนี้กลุ่มของนายพีม ยังเป็นผู้มีอิทธิพล เพราะมีสมาชิกในกลุ่มเยอะ ไม่มีใครกล้ายุ่งหรือมีเรื่องด้วย นายพีมยังทำธุรกิจเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ขายผ่านไลน์และมีสต๊อกอยู่ห้อง และยังเคยอ้างว่าจ่ายเงินให้ตำรวจ 2 ถึง 3 ที่ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะธุรกิจของนายพีมไม่เคยถูกปิด ยังสามารถขายของให้ลูกค้าได้