โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็กดวงการเงิน ไม่ต้องพึ่งหมอดู เปิดเทคนิคทำนายด้วยตัวเอง วางแผนอนาคตสู่ความมั่งคั่ง

Thairath Money

อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 09.04 น.
ภาพไฮไลต์

คนไทยกับเรื่องดวงเป็นของคู่กันมาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะดวงความรัก การงาน หรือที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ "ดวงการเงิน" หลายคนถึงกับยอมควักเงินไปหาหมอดู หวังรู้อนาคตว่าชีวิตจะรุ่งหรือร่วง แต่รู้ไหม จริง ๆ แล้วเราสามารถเช็กดวงการเงินได้เองง่าย ๆ

Thairath Money สรุปบทความหนึ่งที่น่าสนใจจาก สมาคมนักวางแผนการเงิน ซึ่งแนะนำวิธี “เช็กดวงการเงิน” แบบมืออาชีพ ใช้แค่ตัวเลข ไม่ต้องพึ่งไพ่หรือโหราศาสตร์ มาลองเช็กกันดีกว่าว่าดวงการเงินของคุณช่วงนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นหรือกำลังแย่

ยงยุทธ ภาคาเพียร ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ ระบุไว้ในบทความ วิธีตรวจดวงชะตาทางการเงิน 3 ด้าน ว่า การเริ่มต้นวางแผนเงินส่วนบุคคลแบบง่ายๆ ในเรื่องของการตรวจดูสถานะภาพทางการเงินของแต่ละคน ทำได้ผ่านวิธีการเช็กดวงการเงินแม่นๆ 3 ด้าน คือ สภาพคล่อง หนี้สิน และความมั่งคั่งในอนาคต เปรียบเสมือนเรากำลังพยากรณ์ ดูฐานะการเงินของชีวิตเราคร่าวๆ ด้วยเครื่องมืออัตราส่วนทางการเงินส่วนบุคคล ดังนี้

เช็กดวงการเงิน “ด้านสภาพคล่อง”
สภาพคล่องเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ว่าคุณมีเงินสดเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายและหนี้สินในระยะสั้นหรือไม่ หากสภาพคล่องต่ำ อาจต้องพึ่งพาการกู้ยืมหรือขายสินทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของคุณในอนาคต โดยนักวางแผนการเงิน แนะนำวิธีการเช็กดวงไว้ ดังนี้
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) = สินทรัพย์สภาพคล่อง ÷ หนี้สินระยะสั้น
ถ้าได้มากกว่า 1 แปลว่ายังไหว ไม่ติดขัด แต่ถ้าน้อยกว่านั้น ก็ทำนายว่าการเงินมีโอกาสติดขัดสูง อาจไม่มีเงินเพียงพอไปจ่ายชำระหนี้นั่นเอง

อัตราส่วนสภาพคล่องพื้นฐาน (Basic Liquidity Ratio) = สินทรัพย์สภาพคล่อง ÷ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ค่าที่เหมาะสม คือ 3-6 เท่า เผื่อฉุกเฉิน หมายความว่า ควรมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินอย่างน้อยประมาณ 3-6 เดือนในเบื้องต้น

เช็กดวงการเงิน “ด้านหนี้สิน”
ภาระหนี้ที่มากเกินไป อาจทำให้คุณขาดสภาพคล่องและเพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน หากหนี้สูงจนเกินไป การบริหารเงินในแต่ละเดือนอาจกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ควรตรวจสอบว่าหนี้สินอยู่ในระดับที่จัดการได้หรือไม่ โดยนักวางแผนการเงิน แนะนำวิธีการเช็กดวงไว้ ดังนี้

อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ (Debt to Total Asset Ratio) = หนี้สินรวม ÷ สินทรัพย์รวม
ค่าที่ได้ ไม่ควรมากกว่า 0.5 เท่า หมายความว่า ตัวของเราไม่ควรมีหนี้สินเกิน 50% ของสินทรัพย์ที่มี เพราะจะทำให้ภาระหนี้ที่มีอยู่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นการเสี่ยงมาก หากมีปริมาณหนี้สินล้นพ้นตัว

อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (Leverage Ratio) = ภาระหนี้ต่อเดือน ÷ รายได้รวม
ไม่ควรมีค่าเกิน 0.4 เท่า ซึ่งอาจหมายความว่า ไม่ควรมีภาระในการผ่อนชำระหนี้เกินกว่า 40% ของรายรับ เพราะจะทำให้ภาระหนี้ที่มีอยู่เป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและจะส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินในอนาคต

เช็กดวงการเงิน “ด้านความมั่งคั่งในอนาคต”
ความมั่งคั่งไม่ได้วัดจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาเรื่องการออมและการลงทุนร่วมด้วย หากต้องการมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต ควรมีสัดส่วนเงินออมและเงินลงทุนที่เหมาะสม โดยนักวางแผนการเงิน แนะนำวิธีการเช็กดวงไว้ ดังนี้

อัตราส่วนการออม (Saving Ratio) = (เงินออม + เงินลงทุน) ÷ รายได้
ค่าที่ได้ควรมากกว่า 0.1 เท่า หรือหมายความว่าเงินออมควรมากกว่า 10% ของรายได้ที่เราหามา เพราะหากเรามีเงินเก็บออมยิ่งมากเท่าใด เป้าหมายของการเก็บออมก็เข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น

อัตราส่วนการลงทุน (Investment Ratio) = สินทรัพย์ลงทุน ÷ ความมั่งคั่งสุทธิ
ค่าที่ได้ควรมากกว่า 0.5 เท่า หรือมีความหมายถึงการมีสินทรัพย์ลงทุนมากกว่า 50% ของความมั่งคั่งสุทธิ โดยสินทรัพย์ลงทุนที่มีนั้น บ่งบอกถึงการสร้างรายได้ด้วยผลตอบแทนเป็นหลัก ชี้ให้เห็นถึงเส้นทางความมั่งคั่งของฐานะทางการเงินมุ่งสู่อิสระทางการเงินในอนาคตด้วยเช่นกัน

อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio) = Passive Income ÷ ค่าใช้จ่าย
หากผลลัพธ์มากกว่า 1 เท่า แสดงว่าเรามีสถานะเข้าสู่อิสรภาพทางการเงินแล้ว แต่หากน้อยกว่า 1 ก็หาโอกาสพยายามสร้าง passive income ให้เพิ่มมากขึ้น

ที่มา : วิธีตรวจดวงชะตาทางการเงิน 3 ด้าน

อ่านข่าวกับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...