โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

‘ผดร้อนในทารก’ ปัญหาหน้าร้อนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

The Reporters

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 13.00 น.

เมื่อลมร้อนพัดผ่าน นอกจากความสดชื่นของฤดูร้อนแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักกังวลใจคือสุขภาพผิวอันบอบบางของเจ้าตัวน้อย โดยเฉพาะปัญหา "ผดร้อน" ที่มักมาพร้อมกับอากาศร้อนอบอ้าว สร้างความไม่สบายตัวให้กับทารก และความไม่สบายใจให้ผู้ปกครองไม่น้อย

แพทย์หญิง วณิชชา สุ่มศรีสุวรรณ กุมารแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) อธิบายว่า ผดร้อน หรือชื่อทางการแพทย์คือ Heat Rash หรือ Prickly Heat เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในทารกช่วงหน้าร้อน หรือเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้น สาเหตุหลักเกิดจากการที่ต่อมเหงื่อของทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้การระบายเหงื่อทำได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ เมื่อเหงื่อสะสมใต้ผิวหนังจึงเกิดการอุดตันและกลายเป็นผดผื่นขึ้นมา

สังเกตอย่างไร ว่าเจ้าตัวน้อยกำลังเผชิญกับผดร้อน?

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการผดร้อนได้ไม่ยาก อาการที่พบบ่อยมักจะมีลักษณะดังนี้:

  • ผื่นแดงเล็กๆ หรือตุ่มน้ำใส: มักปรากฏขึ้นบริเวณที่มีเหงื่อออกมากและอับชื้น เช่น ซอกคอ รักแร้ หลัง ข้อพับต่างๆ ขาหนีบ หรือแม้แต่หน้าผาก
  • อาการคันหรือระคายเคือง: เด็กอาจแสดงอาการหงุดหงิด งอแง ร้องไห้มากกว่าปกติ หรือพยายามเกาบริเวณที่เป็นผื่น

เคล็ด (ไม่) ลับ รับมือและป้องกันผดร้อนให้ลูกน้อย

ข่าวดีคือผดร้อนส่วนใหญ่ป้องกันและดูแลได้ไม่ยาก แพทย์หญิง วณิชชา ได้ให้คำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น ดังนี้:

  • อาบน้ำคลายร้อน: ควรอาบน้ำให้ลูกบ่อยขึ้น อาจเป็นวันละ 2-3 ครั้ง โดยใช้น้ำอุณหภูมิห้อง (ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำอุ่น) และเลือกใช้สบู่สูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมหรือสารเคมีรุนแรง
  • เสื้อผ้าคือปราการด่านสำคัญ: แนะนำให้เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย เนื้อบางเบา โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี และหลีกเลี่ยงผ้าใยสังเคราะห์หรือผ้าหนาๆ ที่ทำให้อับชื้น
  • จัดสภาพแวดล้อมให้เย็นสบาย: ดูแลให้อากาศในห้องถ่ายเทได้สะดวก อาจเปิดพัดลมส่ายเบาๆ หรือใช้เครื่องปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม ไม่ร้อนหรืออับชื้นจนเกินไป
  • งดแป้งหรือครีมที่ไม่จำเป็น: คุณหมอวณิชชา แนะนำให้งดการใช้แป้ง (โดยเฉพาะแป้งเย็น) หรือครีมบางชนิดโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะแม้จะให้ความรู้สึกเย็นสบายชั่วคราว แต่อาจเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้การระบายเหงื่อแย่ลงและผดเห่อมากขึ้นได้

สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่ผดร้อนไม่ใช่เรื่องเล็ก และควรพบแพทย์

แม้ผดร้อนส่วนใหญ่มักหายได้เองใน 2-3 วัน แต่คุณหมอเน้นย้ำว่า คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการ หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์ทันที:

  • ผื่นดูแย่ลง มีลักษณะติดเชื้อ เช่น เป็นหนอง บวม แดงจัด หรือดูอักเสบมากขึ้น
  • ลูกน้อยมีไข้ร่วมด้วย
  • เด็กร้องไห้ไม่หยุด หรือดูไม่สบายตัวอย่างมาก
  • อาการผดร้อนไม่ดีขึ้นเลยภายใน 2-3 วัน หลังการดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว

ผดร้อนในทารกเป็นภาวะที่พบบ่อยและมักไม่ร้ายแรง แต่การดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด การระบายอากาศ และการเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและบรรเทาอาการ ช่วยให้เจ้าตัวน้อยสบายตัวและผ่านหน้าร้อนนี้ไปได้อย่างมีความสุข อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณน่ากังวล การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือสิ่งที่ดีที่สุดข้อมูล: แพทย์หญิง วณิชชา สุ่มศรีสุวรรณ กุมารแพทย์ทั่วไป ศูนย์กุมารเวชศาสตร์ ชั้น 2 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...