โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ม.หอการค้าฯ คาด`แผ่นดินไหว-ภาษีทรัมป์` กระทบศก.ไทย 3.74 แสนลบ. จ่อหั่นจีดีพีเหลือโตไม่ถึง 2%

efinanceThai

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 07.44 น.

ม.หอการค้าฯ คาด"แผ่นดินไหว-ภาษีทรัมป์" กระทบศก.ไทย 3.74 แสนลบ. จ่อหั่นจีดีพีเหลือโตไม่ถึง 2%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 เม.ย. 68 14:44 น.

ม.หอการค้าไทย คาดแผ่นดินไหว กระทบเศรษฐกิจไทย 1.57 หมื่นลบ. ส่วนทรัมป์ขึ้นภาษี กระทบ 3.6 แสนลบ. พร้อมขอเวลา 1 เดือนในการประเมินภาพรวม ก่อนปรับประมาณจีดีพีปี 68 ใหม่ แย้มมีโอกาสต่ำกว่า 2% แนะรัฐบาลเร่งเจรจากับสหรัฐ พร้อมลดการเกินดุล และ หาตลาดใหม่

รศ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาส่งผลกระทบที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทย ประกอบด้วย การลดลงของการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน กรณีฐาน ประมาณ 3,098.6 ล้านบาท คิดเป็น 0.02% ต่อจีดีพี และ การลดลงของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 260,809 คน และ คิดรายได้ ประมาณ 12,649.2 ล้านบาท คิดเป็น 0.06% ต่อจีดีพี ส่งผลรวมทั้งสิ้น 15,747.8 ล้านบาท คิดเป็น 0.08% ต่อจีดีพี

สำหรับกรณีที่สหรัฐฯ มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยอีก 36% นั้น ส่งผลกระทบทางตรงต่อไทย ประมาณ 300,237 ล้านบาท โดยพบว่า กลุ่มสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ 4 อันดับสูงสุด ประกอบด้วย 1.อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีขนาดของผลกระทบ 69,492 ล้านบาท 2.เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ มีขนาดของผลกระทบ 47,533 ล้านบาท 3.อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม มีขนาดของผลกระทบ 34,843 ล้านบาท 4.ยานพาหนะ มีขนาดของผลกระทบ 22,965 ล้านบาท

ส่วนผลกระทบทางอ้อมต่อไทย ประมาณ 58,867 ล้านบาท แบ่งเป็น การส่งออกวัตถุดิบของไทยในห่วงโซ่อุปทานจีน-สหรัฐฯ ประมาณ 38,063 ล้านบาท , การส่งออกวัตถุดิบของไทยในห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-จีน ประมาณ 552 ล้านบาท , การส่งออกวัตถุดิบของไทยในห่วงโซ่อุปทานเม็กซิโก-สหรัฐฯ ประมาณ 14,490 ล้านบาท , การส่งออกวัตถุดิบของไทยในห่วงโซ่อุปทานแคนาดา-สหรัฐฯ ประมาณ 2,622 ล้านบาท และ การส่งออกวัตถุดิบของไทยในห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-แคนาดา ประมาณ 3,140 ล้านบาท ทำให้ขนาดของผลกระทบที่มีต่อเศรษบกิจไทยจากมาตรกการภาษี 359,104 ล้านบาท คิดเป็น 1.93% ต่อจีดีพี

โดยจากทั้ง 2 เหตุการณ์ส่งผลกระทบรวมที่มีต่อเศรษฐกิจไทยรวมทั้งสิ้น 357,851.8 ล้านบาท คิดเป็น 2.02% ต่อจีดีพี ซึ่งอาจทำให้มีการปรับประมาณการจีดีพีปี 68 ใหม่ โดยขอติดตามผลกระทบอีก 1 เดือน ซึ่งอาจทำให้จีดีพีปี 68 เติบโตต่ำกว่า 2% จากเดิมคาด 3%

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะเสนอไปยังรัฐบาล เช่น ลดการเกินดุลกับสหรัฐฯ ให้ได้ด้วยการลดการส่งออกไปสหรัฐฯ และ นำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ให้มากขึ้น ประกอบกับ ขยายตลาดใหม่ๆ และ ให้รัฐบาลจัดตั้งทีมพิเศษขึ้น ประกอบด้วย ตัวแทนภาครัฐ และ เอกชน ตลอดจนการออกมาตรการพยุง และ กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียน และ เกิดการจ้างงาน รวมทั้งใช้มาตรการทางการเงินเข้ามาช่วยเสริมมาตรการทางการคลัง เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจมีสภาพคล่อง และ เข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น

"แผ่นดินไหวถ้าจบเร็วไม่ส่งผลกระทบต่อไทยมากนัก เพราะจุดที่เสียหายไม่ใช่โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว แม้ว่าอาจเห็นตัวเลขการเลื่อนไฟท์บิน เลื่อนการเข้าพักออกไปบ้าง แต่เชื่อว่า ช่วงสงกรานต์นักท่องเที่ยวจากจีนจะกลับมามากขึ้น แต่มาตรการภาษีกระทบต่อเรามากกว่า ซึ่งก็เชื่อว่า ทางภาครัฐจะเร่งเจรจากับทางสหรัฐฯ เพื่อหาทางออก และ ลดผลกระทบลงได้บ้าง"นายธนวรรธน์ กล่าว

ทางด้านพฤติกรรมในการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ ปี 68 นั้น คาดว่า จะมีเงินสะพัด ประมาณ 134,631.73 ล้านบาท จากปี 67 ที่อยู่ 128,834.19 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 4.5% แต่ยังไม่กลับไปเท่ากับก่อนสถานการณ์โควิดในปี 62 ที่อยู่ 135,837.56 ล้านบาท โดยเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ ปี 68 ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 63 ในแง่มูลค่าที่เกินกว่า 130,000 ล้านบาท และ เป็นการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% ถือว่าเป็นระดับที่น่าพอใจ แม้ว่าจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ และ ภาคเหนือบางส่วน ซึ่งไมได้ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลสงกรานต์แต่อย่างใด

รายงาน โดย กรณัช พลอยสวาท เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...