โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ย้อนผลงานมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ยุค 'แม่ปุ้ย' 5 ปีที่เป็น 'ตำนาน' และ 'ความสุข' ของแฟนนางงาม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 มี.ค. 2568 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2568 เวลา 09.53 น.

ย้อนผลงานมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ยุค ‘แม่ปุ้ย’ 5 ปีที่เป็น ‘ตำนาน’ และ ‘ความสุข’ ของแฟนนางงาม

ถึงเวลาที่แฟนนางงามต้องโบกมือลาบ้าน “TPN GLOBAL” หลังสิ้นสุดสัญญากับกองประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์” ภายใต้การดูแลของ“แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” มาเป็นระยะเวลา 5 ปี ก่อนจะแกรนด์โอเพนนิ่งอย่างยิ่งใหญ่ จากยุคแม่ปุ้ย เปลี่ยนมือมาสู่ยุค “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ปลุกปั้นเวทีนางงามขนบใหม่สู่สายตาโลก จนเวที มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล สามารถติด 1 ใน 5 เวที “แกรนด์แสลมของโลก” (GRAND SLAM OF BEAUTY) กลายเป็นเวทีน้องใหม่ที่มีอายุงานเพียง 10 ปี เท่านั้น

ซึ่งผลงานอันเป็นที่ประจักษ์นี้ทำเอาแฟน ๆ ตั้งตารอ และคาดหวังกับมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด แต่ก่อนจะเปิดม่านการประกวดยุคบอสณวัฒน์ มติชนออนไลน์จะพาแฟนนางงามย้อนผลงานมิสยูนิเวิร์สในยุคของแม่ปุ้ยว่า 5 ปีที่ผ่านมา ชีเสิร์ฟขนาดไหน?

ย้อนไปยังการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ในยุคแรก ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดย “แดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์” ที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ต่อจากองค์การนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization) และก่อตั้งเวทีภายใต้ชื่อ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส กระทั่งเปลี่ยนเป็น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ตามประกาศของ MUO ในปี พ.ศ. 2555 ที่ให้ผู้ถือลิขสิทธิ์ทุกประเทศใช้คำว่า มิสยูนิเวิร์ส และตามด้วยชื่อประเทศ

หลังสิ้นสุดยุคคุณแดง เข้าสู่ยุคแม่ปุ้ย ในปี 2019 ที่เรียกได้ว่าเป็นยุคของ“นางงามสไตล์ใหม่” ที่พลิกฟื้นเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง จนเกิดเป็นวลีฮิต “มง 3 มาแน่” ที่เป็นดั่งคำพูดปลุกใจของนางงามทุกรุ่น โดยออกสตาร์ทผลงานแรก ส่ง “ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ไปคว้ามง 3 ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 68 ณ Tyler Perry Studios แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งฟ้าใสก็สามารถทะลุเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายเพื่อตอบคำถามได้สำเร็จ ถึงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่มง 3 ยังไม่มา แต่ก็นับว่าออกสตาร์ทได้ดีสำหรับ TPN

ต่อมาในปี 2020 กับตัวแทนสายสะพายไทยแลนด์คนใหม่“อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดับ” สาวภูเก็ตที่เพียบพร้อมทั้งรูปโฉม และมันสมอง ซึ่งหลังจากที่คนไทยทั้งประเทศได้ชมเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเธอบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2020 ที่จัดขึ้น ณ ฮาร์ดร็อกไลฟ์ ภายในเซมิโนลฮาร์ดร็อกโฮเท็ลแอนด์คาสิโน ฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หัวใจก็เต็มไปด้วยความหวังว่าครั้งนี้แหละที่สาวไทยจะเข้าใกล้มงกุฏอีกครั้ง เพราะเธอไม่มีข้อบกพร่องในระหว่างการประกวดเลย แต่สุดท้ายแล้วอแมนด้าทำดีที่สุด สามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในปีนั้น

เมื่อพลาดไปแล้ว 2 ปี TPN ขอท้าทายขนบของการประกวดนางงามด้วยการส่งนักกีฬาสาว “แอนชิลี สก๊อตเคมมิส” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ผู้รณรงค์แคมเปญ “RealSize Beauty” สนับสนุนให้ผู้หญิงมีความมั่นใจ และภูมิใจในรูปร่างของตนเอง เข้าช่วงชิงมงกุฏอีกครั้ง ที่ยูนิเวิร์สโดม แอท พอร์ต ออฟ ไอลัต ณ เมืองไอลัต ประเทศอิสราเอล ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มี “ดราม่าระอุ” จากแฟนนางงามไทยเกิดขึ้น ที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวแทนประเทศว่าไม่ตรงนิยามของ“สาวสวยในอุดมคติ” ที่ต้องมีรูปร่างผอมเพรียวตามมาตรฐาน แม้ว่าโลกในตอนนั้นจะออกมาพูดถึงเรื่อง RealSize Beauty แล้วก็ตาม ซึ่งในการประกวดครั้งนั้น เธอไม่เข้ารอบ 16 คนสุดท้าย อีกทั้งกระแสสังคมยังคงโจมตีเธอในเรื่องบิวตี้แสตนดาร์ดอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แคมเปญ RealSize Beauty ของแอนชิลีนั้น สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ปลุกผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับสังคมที่บูชาบิวตี้แสตนดาร์ด ให้ลุกขึ้นมามั่นใจในตัวเอง และชื่นชมความงามของตัวเองมากยิ่งขึ้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์โลกที่เคยเกิดขึ้นจากกระแสนางงาม แม้ว่าเธอจะไม่ได้ครองมงกุฏก็ตาม

หลังจากผ่านมรสุมดราม่า TPN ขอกลับมาแก้เกมอีกครั้งในปี 2022 กับแอนคนที่ 2 สาวไทยแท้ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022 ที่มีสตอรี่จับใจกรรมการ ชูเรื่องราวของคนชายขอบบนเวทีโลก ในฐานะลูกสาวของคนเก็บขยะ ท่ามกลางเสียงฮือฮาถึงข่าวการเปลี่ยนมือเจ้าของเวทีมิสยูนิเวิร์สคนใหม่ที่เป็นคนไทย อย่าง “แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” กับข่าวนี้ทำเอาคนไทยคาดหวังในมงที่ 3 มากขึ้นไปอีกว่า ในเมื่อเจ้าของเวทีแม่เป็นคนไทย ตัวแทนสาวไทยจะมีหวังมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะแอนนาเสือทำดีที่สุดแล้ว ถึงแม้จะไม่เข้ารอบ 16 คนก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็สามารถคว้ารางวัล Leadership Award ที่เป็นรางวัลที่มอบให้กับสาวงามผู้มีภาวะผู้นำที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในสังคม ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลพิเศษที่ได้ถูกเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในการประกวดครั้งนี้อีกด้วย

ต่อมาในปี 2023 กับแอนคนที่ 3 ในยุคแม่ปุ้ย ที่เรียกได้ว่าเป็นปีที่ประเทศไทยได้ร้องเฮดังลั่นที่สุด กับการส่งตัวแทนประเทศอย่าง“แอนโทเนีย โพซิ้ว” สาวสวยดีกรีมงกุฏระดับโลก “มิสซูปราเนชันแนล 2019” ไปพิชิตมงกุฏที่ 3 ณ ซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งแฟน ๆ ชาวไทยลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะเป็นปีที่เข้าใกล้มงกุฏมากที่สุด ด้วยความสวยสง่าดุจนางพญา เพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีที่ทำเต็มที่ทุกรอบการประกวด ไม่ว่าจะเป็นรอบชุดประจำชาติกับชุด“พระแม่ธรณีบีบมวยผม” ที่ถูกคัดเลือกให้ลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของประเทศเอลซัลวาดอร์ อีกทั้งโพลทุกสำนักต่างเคาะให้เธอเป็นตัวเต็งผู้ครองมงกุฏในปีนั้นอีกด้วย

แต่คนไทยทั้งประเทศถึงกับต้องอกหักอีกครั้ง หลังจากที่เธอทำสุดความสามารถคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 มาครอง นับเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดของไทยในรอบ 35 ปี ท่ามกลางความเสียดายของแฟน ๆ ชาวไทย ที่ต่างคาดหวังอย่างเต็มหัวใจว่า ปีนี้แหละคือปีของประเทศไทย แต่ในเมื่อปีทองของสยามยังมาไม่ถึง แฟน ๆ ก็ยังไม่หมดหวังที่จะลุ้นมงกุฏที่ 3 กันต่อไป

หลังจากส่งแอนโทเนีย ไม้ตายของสายสะพายไทยไปคว้ามงกุฏแต่สุดท้ายก็ยังไม่สำเร็จ ในปี 2024 ปีสุดท้ายในสัญญายุคแม่ปุ้ย “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” สาวใต้ตาคม เลือดไทยแท้ไม่มีผสมที่แฟน ๆ อยากได้ ก็ปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะตัวแทนของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเธอกลับมาแก้ตัวใหม่หลังเคยคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022

ในการกลับมาครั้งนี้ เธอพร้อมยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเพอร์ฟอร์แมนซ์ หรือรูปร่างที่เฟิร์มมากยิ่งขึ้น ประกอบกับแคมเปญ“Opal For Her” โครงการสำหรับผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านมที่เธอทำมาโดยตลอด สามารถซื้อใจกรรมการและแฟน ๆ ได้สำเร็จ ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ในยุคสุดท้ายของแม่ปุ้ย เพื่อชิงมงกุฏที่ 3 ท่ามกลางสาวงามกว่า 124 ประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้เธอจะทำภารกิจพิชิตมง 3 ไม่สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นเธอทำอย่างเต็มที่ สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024 มาครอง นอกจากนี้คำตอบในรอบตอบคำถามของเธออย่างคีย์เวิร์ด “Empathy” ยังสร้างไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดีย จนทำให้เธอกลายเป็นไอคอนของคำนี้ไปโดยปริยาย อีกทั้งเธอยังเป็นจุดกำเนิดของวลีฮิต“ชีเสิร์ฟ” ที่ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า โอปอล เป็นสาวงามที่ปิดม่านมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ในยุค TPN ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และสง่างาม

เป็นผลงาน 5 ปี ที่ทิ้งไว้ทั้งคราบน้ำตา ความสุข และตำนาน ที่จะประทับในใจแฟน ๆ ชาวไทย แม้มงที่ 3 จะยังไม่มาในยุคแม่ปุ้ย แต่สุดท้ายแล้ว ประเทศไทยไม่สิ้นคนสวย ร่วมส่งแรงเชียร์กันต่อในยุคของบอสณวัฒน์ ที่คงต้องรอติดตามว่ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ในแผ่นดินใหม่นี้จะออกมาในรูปแบบใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนผลงานมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ยุค ‘แม่ปุ้ย’ 5 ปีที่เป็น ‘ตำนาน’ และ ‘ความสุข’ ของแฟนนางงาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...