โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องผลกระทบธุรกิจโรงกลั่นไทย จากการกลับมาของอุปทานพลังงานจากรัสเซียหากสงครามยุติ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 11.26 น.
CGSI ประเมินกลุ่มน้ำมันและโรงกลั่น การกลับมาของอุปทานพลังงานจากรัสเซีย จะกระทบค่าการกลั่นปรับลดลงในปี 2568 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นได้ในปี 2569 โดยยังแนะนำให้ถือลงทุนในหุ้นโรงกลั่นอย่าง SPRC ที่มีกระแสเงินสดสูงและจ่ายปันผลน่าสนใจที่ร้อยละ 7.7

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า รายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ส เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2568 ระบุว่า ทรัมป์มีแผนผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย หากยอมรับข้อตกลงหยุดยิงกับยูเครน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงานโลก ขณะที่การขนส่ง (cargo ) น้ำมันจากรัสเซียที่ตกค้างอยู่จากปัญหาการขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือของจีนและอินเดีย น่าจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง หากมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

อีกทั้งมติของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือ โอเปกพลัส (OPEC+) ที่จะทยอยเพิ่มการผลิตน้ำมันอาจทำให้มีน้ำมันจากรัสเซียเข้าสู่ตลาดมากขึ้นในเดือนเม.ย. ปี 2568 ส่วนสถานการณ์ของตลาดโรงกลั่น CGSI คาดว่าความแตกต่างระหว่างน้ำมันดิบกับผลิตภัณฑ์กลั่น ( crack spread) ของน้ำมันดีเซลจะลดลง เมื่อรัสเซียกลับมาส่งออกน้ำมันดีเซล และ HVGO (high vacuum gas oil)

ขณะเดียวกัน แนวโน้มที่ก๊าซจากรัสเซียจะขนส่งผ่านท่อส่งก๊าซของยูเครนอาจส่งผลให้ราคาก๊าซในยุโรปปรับฐานเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้มีการใช้น้ำมันแทนก๊าซน้อยลง CGSI จึงมองว่าน่าจะมีเพียง crude premium (ราคาส่วนเพิ่มเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบอ้างอิง )ที่ลดลงของน้ำมันจากตะวันออกกลางที่จะสามารถลดแรงกดดันต่อค่าการกลั่น (GRM) ของโรงกลั่นไทยได้บางส่วน

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ตามข้อมูลของ Energy Aspect (ผู้ให้บริการด้านข้อมูลพลังงาน) โรงกลั่น Olmeca ในประเทศเม็กซิโก (340 พันบาร์เรลต่อวัน หรือ kbd) อาจต้องเลื่อนกำหนดเปิดออกไปอีกจากไตรมาส 2/258 เป็นไตรมาส 2/2569 จากปัญหาทางเทคนิค CGSI จึงปรับลดประมาณการกำลังการผลิตส่วนเพิ่มจากโรงกลั่นทั่วโลกเป็น 842kbd ในปี 68 , 712kbd ในปี 2569 และ 417kbd ในปี 2570 (จาก 927kbd, 842kbd และ 162kbd ตามลำดับ) โดยยังคงมองว่ากำลังการกลั่นทั่วโลกจะสมดุลมากขึ้นตั้งแต่ปี 2568 เมื่อการขยายกำลังการผลิตชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินทั่วโลกอาจอ่อนตัวกว่าคาด และเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวเพราะสงครามการค้า ทำให้ CGSI ตัดสินใจปรับลดสมมติฐานค่าการกลั่นสิงคโปร์ จาก 5.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เป็น 5.1 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลในปี 2568 แต่ยังคงสมมติฐานปี 2569 - 2570 อยู่ที่ 6.1 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และ 7.1ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ตามลำดับ

โดย CGSI เชื่อว่า ค่าการกลั่น (GRM) ตลาดของโรงกลั่นไทยยังอยู่ภายใต้แรงกดดันในช่วงครึ่งปีแรก 2568 นี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มการผลิตของโรงกลั่นใหม่ รวมถึงอุปสงค์ที่อ่อนตัวท่ามกลางสงครามการค้าโลก ขณะที่ดีลซื้อกิจการของ SPRC (ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน) และ BCP (โรงกลั่นศรีราชา) ในปี 2565- 2566 ไม่ได้ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากนัก

อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำ “ซื้อ” SPRC ที่ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดสรรกระแสเงินสด เพื่อให้สามารถจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่กำไรตอหุ้น( EPS) ผันผวน ทั้งนี้ ประมาณการว่า SPRC จะยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจที่ร้อยละ 7.7 ในปี 2568

ขณะที่ยังมีมุมมองทีเป็นกลาง (Neutral) ต่อกลุ่มโรงกลั่นไทย ซึ่งคำแนะนำจะมีโอกาสปรับขึ้น ( upside risk) หากความต้องการน้ำมันในตลาดโลกแข็งแกร่งกว่าคาด ส่วนโอกาสปรับลดลง( downside risk) จะมาจากการที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงราคาพลังงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...