ดีอี เตือนภัย 5 กลโกงออนไลน์ช่วงสงกรานต์
ดีอี เตือนภัย 5 กลโกง “โจรออนไลน์” ช่วงสงกรานต์ พร้อมเปิดสถิติ 7 คดีออนไลน์ ปชช.ถูกหลอกลวงมากที่สุด
วันที่ 12 เมษายน 2568 นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ขอแจ้งเตือนภัยการหลอกลวงทางออนไลน์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน เพื่อเป็นการป้องกันการหลอกลวงจาก “โจรออนไลน์” ซึ่งพบว่ามิจฉาชีพได้พัฒนาการก่อเหตุโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงไปอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
1. แอบอ้างเป็นขนส่ง ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการ
มิจฉาชีพจะส่ง SMS หรือข้อความผ่านแอปพลิเคชัน เช่น LINE, Facebook โดยอ้างว่า “พัสดุตกค้าง”, “บัญชีผิดปกติ”, หรือ “มีเงินเข้า” พร้อมแนบลิงก์หลอกลวงให้ผู้ที่หลงเชื่อกดลิงก์ เพื่อติดตั้งแพลตฟอร์มดึงข้อมูลส่วนตัว และเงินในบัญชีธนาคาร
วิธีป้องกัน
อย่ากดลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หรือรหัส OTP และควรตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น
2. หลอกจองที่พัก/ตั๋วเดินทางปลอม
มิจฉาชีพจะใช้รูปแบบการหลอกลวง โดยเปิดเพจหรือเว็บไซต์ปลอม เพื่อเสนอโปรโมชันการจองที่พัก หรือตั๋วเดินทางราคาถูกเกินจริง โดยหลอกให้โอนเงินล่วงหน้า แล้วจึงปิดช่องทาง หรือบล็อกการติดต่อ
วิธีป้องกัน
จองที่พักหรือบริการผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบรีวิว หรือสังเกตุความผิดปกติของเพจหรือแพลตฟอร์มที่ต้องการจอง และหลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลโดยตรง
3. การแฮ็กบัญชี Facebook หรือ LINE เพื่อหลอกยืมเงิน
มิจฉาชีพจะใช้วิธีการแฮ็กบัญชีของเพื่อนหรือญาติ แล้วทักแชทขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือด่วน เช่น รถเสีย เข้าโรงพยาบาล ฯลฯ
วิธีป้องกัน
หากเป็นญาติสนิท ให้ติดต่อโดยการโทรศัพท์ยืนยันกับเจ้าของบัญชีโดยตรงก่อนโอนเงิน และตั้งค่าความปลอดภัย เช่น รหัสผ่านที่คาดเดายาก และยืนยันตัวตน 2 ชั้น (Two-factor authentication)
4. แชร์ลิงก์ปลอมหลอกให้กรอกข้อมูล
ลิงก์ที่ใช้ชื่อคล้ายกับหน่วยงาน เช่น “แจกเงินช่วยสงกรานต์”, “รับของขวัญปีใหม่ไทย” เมื่อหลงเชื่อกดลิงก์ อาจนำไปสู่เว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล
วิธีป้องกัน
ไม่กดลิงก์ที่ส่งมาจากคนแปลกหน้า หรือแม้แต่จากเพื่อนโดยไม่รู้ที่มา ควรตรวจสอบ URLs และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ไม่ปลอดภัย
5. หลอกขายสินค้าออนไลน์ช่วงสงกรานต์
มิจฉาชีพจะใช้วิธีการสร้างเพจปลอมเพื่อขายสินค้าที่ดึงดูดความสนใจ และเข้ากับช่วงเทศกาล เช่น ปืนฉีดน้ำ เสื้อผ้าตามเทศกาล ของแต่งบ้านช่วงวันหยุดยาว ฯลฯ โดยเสนอโปรโมชันที่น่าสนใจ ราคาถูก มีจำนวนจำกัด เพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่สนใจเร่งโอนเงินด่วน
วิธีป้องกัน
ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีตัวตนชัดเจน มีรีวิวจากลูกค้าจริง และควรใช้ระบบเก็บเงินปลายทาง (COD) หรือช่องทางการชำระเงินที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ
ทั้งนี้จากสถิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 พบว่า มีการแจ้งความคดีออนไลน์ จำนวนกว่า 25,000 คดี โดย 7 อันดับสูงสุด ได้แก่
- คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ไม่เป็นขบวนการ) จำนวน 13,643 คดี
- คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น จำนวน 2,660 คดี
- คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ จำนวน 2,524 คดี
- คดีหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ จำนวน 1,442 คดี
- คดีหลอกให้กู้เงิน จำนวน 1,413 คดี
- คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 1,251 คดี
- คดีหลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน จำนวน 1,046 คดี
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน โดยขอให้ยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ ทั้งนี้หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี ผ่านศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง