โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

15 ปี TIJC เทศกาลดนตรีแจ๊ซนานาชาติ เสียงเพลงสู่สังคม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ม.ค. 2567 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2567 เวลา 01.33 น.

“เทศกาลดนตรีแจ๊ซนานาชาติ เพื่อการเรียนรู้” หรือ Thailand International Jazz Conference (TIJC) กำลังจะกลับมาอีกครั้ง เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคมที่คอแจ๊ซเฝ้าคอยมาเจอกัน พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมฟังคอนเสิร์ตแจ๊ซจากศิลปินทั้งไทยและระดับโลก นับเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้วที่ TIJC มอบเสียงเพลงและการศึกษาด้านดนตรีแจ๊ซสู่สังคม พบกันวันที่ 26-28 มกราคม 2567 ณ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

“อาจารย์นพดล ถิรธราดล” รองคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ Project Manager ของเทศกาลดนตรีแจ๊ซนานาชาติ เล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า TIJC เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2552 หรือกว่า 15 ปีมาแล้ว ก่อนหน้านั้นก็สอนและพัฒนาหลักสูตรวิชาดนตรีแจ๊ซกันมา จนรู้สึกว่าควรมีกิจกรรมอะไรบางอย่างออกสู่สังคม เป็นการทำลายกำแพง นำเสียงที่สร้างไปถึงผู้คน และเพิ่มโอกาสให้กับนักศึกษา

พ.ศ. 2551 จึงเริ่มทำกิจกรรมเล็ก ๆ ขึ้นในคณะ ตั้งชื่อว่า “มหิดล แจ๊ซ เฟสติวัล” เชิญมหาวิทยาลัยที่มีสาขาวิชาดนตรีแจ๊ซมาร่วมแสดงและพบปะกัน เมื่อทำแล้ว ทุกคนแฮปปี้กับสิ่งนี้มาก “รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข” คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ในขณะนั้น ก็เกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรให้ใหญ่ขึ้น จึงได้ส่งคณะไปดูงานเกี่ยวกับการจัด “Jazz Education” ในต่างประเทศ คือ งาน “International Association for Jazz Education” (IAJE) ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการดนตรีแจ๊ซที่ใหญ่สุดในโลก จัดที่นครนิวยอร์กในปีนั้น

เมื่อคณะดูงานพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นสเกลที่ใหญ่และมีกิจกรรมมากเกินไป ต่างประเทศจริงจังกับเรื่อง Education ชนิดที่คาดไม่ถึง ไทยเราไม่สามารถจัดงานขนาดนั้นได้ ถ้าก๊อบปี้ IAJE ไม่น่าไปรอด คงไม่มีคนสนใจแม้กระทั่งนักศึกษาหรือนักดนตรีเอง

TIJC รวมตัวคนดนตรีแจ๊ซ

แต่ในที่สุด วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ประยุกต์ให้เกิดเป็นงาน TIJC ขึ้นครั้งแรกอย่างเต็มรูปแบบ จัดเป็นภาคเช้ากับภาคค่ำ มีเวิร์กช็อปโดยนักดนตรีเก่ง ๆ และอาจารย์ในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงเย็นจัดเป็นแจ๊ซ เฟสติวัล ให้ผู้คนเลือกเข้าร่วมตามชอบใจ ปีแรก ๆ ที่จัด คนจะดูการแสดงตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ เวิร์กช็อปตอนกลางวันคนเข้าร่วมน้อยมาก ๆ

ผ่านไป 15 ปี วันนี้ถือว่ามาถูกทาง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันการศึกษา จึงมีพันธกิจต้อง “สร้างคน” บนความเชื่อที่ว่า “การศึกษาคือความยั่งยืนของคน” ไม่ใช่แค่มาดูความบันเทิงแล้วกลับบ้าน

ปีแรก ๆ คนมาเวิร์กช็อปหลักสิบ ทุกวันนี้ร่วม 300 คน นักดนตรีที่มาร่วมงานก็มากกว่า 800 คน ส่วนคนดูเมื่อก่อนเวทีใหญ่มีคนดู 200 คน ทุกวันนี้เกิน 1,000 คน ดังนั้น ทั้งคนดู ศิลปิน ที่มาอยู่บริเวณรอบ ๆ ตลอด 3 วันก็ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ได้รับผลดีไปด้วย

ทุกวันนี้คนร่วมงานกระจายไปทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ มีการจัดแจ๊ซแคมป์ตั้งแต่เดือนตุลาคม รับสมัครเด็กอายุ 7-15 ปี มีผู้เข้าร่วมกว่า 250 คน นอกจากนี้ก่อนจะมีงาน 3 วัน ยังมีเวิร์กช็อป เรียนกับศิลปินระดับโลก เหมือนจำลองห้องเรียนจากนิวยอร์กมาไว้ที่ไทย

สมัยก่อนคนที่เข้าร่วมงานจะเป็นนิสิต นักศึกษา และคนที่สนใจดนตรีแจ๊ซจริง ๆ แต่วันนี้หลากหลายมาก บางคนวางแผนไว้เลยว่าสัปดาห์สุดท้ายของมกราคมจะต้องมาที่นี่ เมื่อก่อนเป็นวัยหนุ่มสาวไปถึงวัยกลางคน ณ วันนี้ตั้งแต่ 7 ขวบไปจนถึงผู้สูงอายุที่มาร้องประสานเสียงอายุ 60-70 ปี ก็มี

ภายในงานมีเวทีวงรี และเวทีใหญ่ พัฒนาการของการแสดงน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ปีแรก ๆ มีวงมาแสดงที่เวทีวงรีวันละ 2 วง แต่ตอนนี้มีคนสนใจมากขนาดที่ต้องเปิดเป็นโอเพ่นสเตจ ให้คนที่อยากขึ้นแสดงส่งเดโมมาออดิชั่น กลายเป็นว่ามีคนส่งมาทั่วทุกภูมิภาคร่วม 50 วง ต้องเปิดเวทีเพิ่มให้ผู้ออดิชั่นไม่ผ่านสามารถมีพื้นที่แสดงออก

“เป็นอะไรที่รู้สึกดีมาก ๆ วันหนึ่งการศึกษาก็ขับเคลื่อนตัวเองไปได้ คนก็เริ่มเห็นคุณค่าของเรื่องพวกนี้ จากเมื่อก่อนที่คนยังไม่ค่อยเข้าใจ พอเราเปิดพื้นที่ เปิดบรรยากาศ สร้างสิ่งแวดล้อม และสังคมให้ดี ในที่สุดคนก็มารวมกัน เป็นงานชุมนุม งานรวมญาติในรอบปีของนักดนตรีแจ๊ซ เราต้องการให้งานนี้เป็นศูนย์กลาง เป็นที่พึ่ง ที่แลกเปลี่ยน ที่แสดงออก เป็นบ้าน ให้คนที่มาเป็นส่วนหนึ่ง ตั้งวันจัดงานเป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม ให้คนมีหลักในการจำ”

ฉลองยิ่งใหญ่ ครบรอบ 15 ปี

TIJC 2024 จึงเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปีอย่างยิ่งใหญ่ มีวงต่างชาติเข้าร่วมมากที่สุดตั้งแต่เคยจัดมา มีวงไฮไลต์ที่เป็นตัวเด่นของนักดนตรีแจ๊ซ 3 วง วงนานาชาติจากยุโรป 5 วง สิงคโปร์ 2 วง และเป็นปีแรกที่มีไต้หวันมาร่วม 2 วง ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเมื่อก่อนวงระดับโลกไม่เคยมา แต่เนื่องจาก TIJC เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือมากขึ้น

ไฮไลต์พิเศษของปีนี้ แม้ในต่างประเทศก็หาดูได้ยาก คือ การแสดงวงออร์เคสตรา โดย “Thailand Philharmonic Orchestra” (TPO) บรรเลงร่วมกับวงดนตรีแจ๊ซ “The Pomelo Town” นำเสนออัตลักษณ์ในแบบที่ยังไม่เคยมีใครทำ แต่ง และเรียบเรียงเสียงประสานโดยคนไทยทั้งหมด อาทิ การนำบทสวดมานำเสนอในรูปแบบ Jazz Orchestra เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการแสดงบนเวทีที่นักดนตรีแจ๊ซไทยและต่างประเทศผลัดเปลี่ยนโชว์ฝีมือทุกคืน ประกอบด้วย เวที Main Stage, เวทีวงรี (Ovel Stage) ที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีแจ๊ซทั่วประเทศมาปล่อยของ และเวที Cat Stage ที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีที่มาร่วมงานได้แสดงและลุ้นเล่นกับศิลปินระดับโลก

พบกันที่งาน “เทศกาลดนตรีแจ๊ซนานาชาติ เพื่อการเรียนรู้” (TIJC) ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2567 ณ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีรถรับ-ส่ง “Salaya Link” (ศาลายาลิงก์) จากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า

TIJC อัตลักษณ์ความยั่งยืน เป้าหมายสำคัญ

อาจารย์นพดลกล่าวว่า ตั้งแต่ พ.ศ. 2552 เป้าหมายของงานมีเรื่องเดียว คือ “การพัฒนาการศึกษาเพื่อสังคมที่ยั่งยืน” TIJC เป็นการเอาสังคมแจ๊ซ และความเป็นแจ๊ซระดับโลกมาที่นี่ เป็นการพัฒนาเรื่องคอนเทนต์ความยั่งยืนให้กับคน ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเรียนรู้

สำหรับการจัดงาน 15 ปีที่ผ่านมา สังคมแจ๊ซก้าวกระโดดมาก จากนักดนตรีแจ๊ซคนไทยต้องก๊อบปี้ชาวต่างชาติอย่างเดียว แต่วันนี้วงแจ๊ซของไทยแต่งเพลงเองแทบทุกวง มีนักดนตรีมีฝือมือเยอะมาก ในขณะที่เมื่อก่อนคนเก่ง ๆ แทบนับจำนวนได้

เช่น วง “Thailand Philharmonic Orchestra” ออร์เคสตราของมหิดล ซึ่งปีนี้จะบรรเลงร่วมกับดนตรีแจ๊ซ เป็นไฮไลต์ที่ต้องนึกถึงความเป็นตัวเอง คนไทยแต่งเพลงเอง พยายามสร้างผลงานของตัวเอง เป็นจุดที่ต้องเสนออัตลักษณ์ ต้องย้อนไปดูว่าเมื่ออยู่ในสังคม อะไรคือสิ่งที่เป็นเรา

เมื่อก่อนเคยคิดว่า TIJC จะสร้างนักดนตรีระดับโลกได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว ไม่สนว่าจะมีนักดนตรีระดับโลกหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ ๆ ในสังคมไทย คือ TIJC ทำให้คนไทยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองโลก มีนักดนตรีต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา สาขาดนตรีแจ๊ซตอนนี้ก็มีเด็กต่างชาติมาเรียนมากขึ้นเรื่อย ๆ “เรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้”

ประเทศที่เจริญแล้วจะมีดนตรีหรือศิลปะที่เข้มข้นมาก ๆ อย่างเกาหลีที่เห็นว่ามี “BLACKPINK” ไม่ได้แปลว่ามีแค่นั้น สิ่งที่อยู่ข้างหลังคือดนตรีแบบซีเรียส คนเกาหลีทำมาหากินกับการร้องโอเปร่า มีวงออร์เคสตราขนาดใหญ่อยู่แทบทุกหัวเมือง ไทยต้องทำให้ครบทุกส่วน ไม่ใช่เอาแค่ฉาบฉวย สุดท้ายก็จะไม่ยั่งยืน อยู่ในสังคมได้ไม่ยาวนาน

หากพูดถึงแจ๊ซ เฟสติวัล ญี่ปุ่นและไต้หวันจัดใหญ่มโหฬาร คนเสพศิลปะค่อนข้างจริงจังไปร่วมงานเยอะมาก แต่ถ้างานแจ๊ซเพื่อการเรียนรู้ ไทยใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยิ่งเป็น แจ๊ซ เฟสติวัล ควบคู่กับการเรียนรู้ยิ่งไม่ค่อยมีใครทำ

“นี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เราได้ทำสิ่งเหล่านี้ แม้ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีคนทำต่อหรือไม่ แต่จะมีคนนึกถึงวันนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คนแจ๊ซมาร่วมกันทำ ดนตรีแจ๊ซทำให้เรามาพบกัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 15 ปี TIJC เทศกาลดนตรีแจ๊ซนานาชาติ เสียงเพลงสู่สังคม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...