“EMSPHERE” แหล่งรวมชาวไนต์ไลฟ์ โซนของกิน “เปิด 7 โมง – ปิดตี 3” จัดรถรับส่ง “ทองหล่อ” ชวนมาสร่างที่ห้างฯ
ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันเปิดศูนย์การค้า “EMSPHERE” (เอ็มสเฟียร์) 1 ธันวาคมนี้ ล่าสุดทางศูนย์ฯ ชูจุดเด่นโซนร้านอาหารที่ “เปิด 7 โมง –ปิดตี 3” รองรับไนต์ไลฟ์ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าจากโซนบาร์บนชั้น 5หรือลูกค้าที่จบคอนเสิร์ตมาจาก UOB Live ไปจนถึงคนในย่านที่ใช้ชีวิตกลางคืน เตรียมจัดรถชัตเติลรับส่ง “ทองหล่อ” หวังดึงนักเที่ยวมาทานอาหารยามดึกต่อหลังผับปิด
“อรธิรา ภาคสุวรรณ์” กรรมการผู้จัดการอาวุโส เอ็ม ดิสทริค เปิดข้อมูลเพิ่มเติมของ “EMSPHERE” (เอ็มสเฟียร์) จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของ“EM DISTRICT” ที่จะเปิดบริการวันแรกวันที่ 1 ธันวาคมนี้
EMSPHERE เป็นศูนย์การค้าที่ฉีกแนวแตกต่างจากเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์ เป็นศูนย์ฯ ที่เน้นกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น จับตลาดแมสมากขึ้น กิจกรรมภายในศูนย์ฯ จึงเน้น 5 องค์ประกอบหลัก คือ ร้านอาหาร, แฟชั่น, นวัตกรรม, ไลฟ์สไตล์ และบันเทิง (ศิลปะ-ดนตรี)
[caption id="attachment_1452781" align="aligncenter" width="1000"]
ผังชั้นใน EMSPHERE[/caption]
คอนเซ็ปต์ของ EMSPHERE จะเน้นความเป็น“เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านที่ตั้งของ EM DISTRICT ถือเป็นย่านไนต์ไลฟ์ที่ศูนย์ฯ จะดึงส่วนนี้มาเป็นจุดขาย
ทำให้บริเวณชั้น G ของศูนย์ฯ ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหารที่เรียกว่าโซน“EM MARKET” จะ“เปิด 7 โมง – ปิดตี 3” เพื่อรองรับชีวิตไนต์ไลฟ์ โดยโซนนี้จะเป็น Open Plan คือสามารถซื้อของจากร้านไหนก็ได้ในโซน และนั่งตรงไหนก็ได้ ทางศูนย์ฯ จึงเปิดพื้นที่ชั้นนี้ให้ลูกค้าเข้ามาได้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางดึก
ส่วนร้านอาหารไหนจะเปิดแต่เช้าหรือเปิดถึงดึก ต้องรอลุ้นกันอีกทีช่วงเปิดศูนย์ฯ แต่ที่แน่นอนคือ “Gourmet Market” สาขานี้จะเปิด “24 ชั่วโมง”
[caption id="attachment_1452782" align="aligncenter" width="1000"]
ภาพการก่อสร้างโค้งสุดท้ายก่อนเปิดบริการ[/caption]
อรธิรากล่าวว่า ด้วยแนวคิดของศูนย์ฯ จะรองรับชีวิตเมืองที่ไม่เคยหลับใหล บนชั้น 5 ของศูนย์ฯ เองก็จะเป็นโซนบาร์-แฮงเอาต์ที่ปิดเวลาตี 1 และอีเวนต์ ฮอลล์ “UOB Live” บนชั้น 6 ก็จะเป็นแหล่งจัดคอนเสิร์ต อีเวนต์ งานประชุม ซึ่งหลายครั้งมักจะเลิกดึก ทำให้ต้องการเปิดโซนร้านอาหารจนถึงดึกด้วยเช่นกันเพื่อรองรับลูกค้า
UOB-The EM District ร่วมปั้น “ยูโอบี ไลฟ์” ฮอลล์จัดอีเวนต์แห่งใหม่ใน EMSPHERE
“อิเกีย สุขุมวิท” เหมาชั้น 3 ของ Emsphere ของครบเหมือนสาขาใหญ่ เตรียมเปิดปลายปี 66
เท่านั้นยังไม่พอ EMSPHERE ยังต้องการจะเชื่อมโยงกับแหล่งไนต์ไลฟ์ชื่อดังของกรุงเทพฯ อย่าง “ทองหล่อ” จึงมีแผนการตลาด “จอดรถที่ EMSPHERE ฟรี! หลัง 4 ทุ่ม” พร้อมจัด “รถชัตเติล” รับส่งถึงทองหล่อ
แผนนี้จะกระตุ้นให้ลูกค้าที่ ‘มาต่อ’ ทองหล่อ สามารถจอดรถทิ้งไว้ที่ศูนย์ฯ หลังผับปิดหรือเหนื่อยแล้วค่อยกลับมาหาอะไรร้อน ๆ ทานก่อนกลับบ้านได้ที่ EMSPHERE เป็นการเพิ่มทราฟฟิกให้ศูนย์ฯ ในช่วงกลางดึก
[caption id="attachment_1452783" align="aligncenter" width="1000"]
“อรธิรา ภาคสุวรรณ์” กรรมการผู้จัดการอาวุโส เอ็ม ดิสทริค[/caption]
“iberry Group” จัดใหญ่ลงร้านอาหาร 5 ร้าน
สำหรับไฮไลต์ร้านค้าต่าง ๆ ที่จะมาลงใน EMSPHERE มีหลายร้านที่จะมาตั้งในไทยเป็นครั้งแรก ในกลุ่มร้านอาหาร เช่น
Bread Street Kitchen and Bar (*โดยกอร์ดอน แรมซีย์ เชฟมิชลิน)
Street Pizza (*โดยกอร์ดอน แรมซีย์ เชฟมิชลิน)
Naixue ชาไข่มุกหมื่นล้านจากจีน
The Matcha Tokyo ร้านมัทฉะออร์แกนิกชื่อดังจากญี่ปุ่น
Oh My Godmother ร้านอาหารคอนเซ็ปต์ใหม่โดยคุณปลา iberry Group
[caption id="attachment_1452784" align="aligncenter" width="1000"]
รวมร้านค้าไฮไลต์ในศูนย์ฯ[/caption]
เครือiberry Group จะมีการลงร้านอาหารถึง 5 ร้านใน EMSPHERE ที่เป็นร้านใหม่คอนเซ็ปต์ใหม่เลยคือ “Oh My Godmother” ร้านแนวฟิวชันฝรั่งเศส อิตาเลียน และเกาหลีเข้าด้วยกัน
ส่วนร้านอื่น ๆ จะมีที่พลิกปรับคอนเซ็ปต์เพื่อมาลง EMSPHERE โดยเฉพาะคือ “ทองสมิทธิ์ ฮอตพอต” เป็นหม้อไฟเนื้อตุ๋น และ “เจริญแกง” ร้านข้าวแกงที่เคยขายแบบเดลิเวอรี่ จะมามีหน้าร้านเป็นแห่งแรกที่นี่
ขณะที่ร้านแบบขยายสาขาใหม่มาคือ “อันเกิม อันก๋า” ร้านอาหารเวียดนาม และ “ฟ้าปลาทาน” ร้านข้าวต้มปลา
[caption id="attachment_1452785" align="aligncenter" width="450"]
โรงกลั่นเนื้อ หนึ่งในร้านสแตนด์อะโลนที่ EMSPHERE ดึงมาขึ้นห้างฯ เป็นครั้งแรก[/caption]
นอกจากนี้ อรธิรายังชูความสำเร็จในการดึงร้านอาหารชื่อดังจากทำเลสแตนด์อะโลนมา ‘ขึ้นห้างฯ’ ได้เป็นครั้งแรก เช่น “โรงกลั่นเนื้อ” จากถนนทรงวาด “Rintaro” ไอศกรีมดังจากพระโขนงและอารีย์ “Beans Coffee Roaster” โรงคั่วกาแฟจากทองหล่อ หรือ “ซาว (Zao)” ร้านขนมจีนเส้นสดจากอุบลฯ และเอกมัย
การกลับมาของ “United Colors of Benetton”
กลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ก็มีหลายร้านที่ถือว่าเป็นไฮไลต์เพราะจะเข้าไทยเป็นครั้งแรกเหมือนกัน เช่น “Deus Ex Machina” แบรนด์สุดเท่จากออสเตรเลีย หรือ “National Geographics” ที่จะเปิดร้านในฟีลสายอาร์ตและของสะสม
ที่น่าสนใจคือการกลับมาของ “United Colors of Benetton” แบรนด์อิตาลีที่เคยฮิตจัดในทศวรรษ 1980-90s (รวมถึงในไทยก็ฮิตมากในหมู่วัยรุ่น 90s) ก่อนความนิยมจะค่อย ๆ เฟดหายไปหลังเจอการแข่งขันในตลาดช่วงทศวรรษ 2000s แต่ล่าสุดแบรนด์ปฏิวัติตัวเองกลับมาอีกครั้ง และจะกลับเข้าสู่ตลาดไทยที่ EMSPHERE
[caption id="attachment_1452786" align="aligncenter" width="1000"]
United Colors of Benetton[/caption]
นอกจากนี้จะมีร้านที่แม้ไม่ได้มาครั้งแรก แต่จะอยู่ยาวเป็นครั้งแรกคือ “Casetify” แบรนด์เคสมือถือสุดฮิตที่เคยเปิด Pop-up Store ที่เซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้เซ็นสัญญายาว 3 ปีแล้วที่ EMSPHERE
“คนรักรถ” เดินได้ทั้งวัน
ส่วนในหมวด “รถยนต์” ที่เคยมีข่าวว่ารถยนต์ไฟฟ้าเจ้าดังจากสหรัฐฯ จะมาเปิดโชว์รูมที่นี่ แต่ล่าสุดในรายชื่อผู้เช่ากลุ่มรถยนต์ยังไม่ได้มีชื่อ Tesla ปรากฏ
แต่คนรักรถก็ไม่ต้องเศร้า เพราะมีรถหรูหลายค่ายขนกันมาเปิดโชว์รูม ได้แก่Lotus Cars, Lamborghini, Porsche, Land Rover, Hyundai และ กลุ่มมิลเลนเนียมออโต้ ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย BMW และ Mini
วันที่ 1 ธันวาคมนี้ อรธิราระบุว่าความพร้อมของส่วนรีเทล (ไม่รวม UOB Live) จะเปิดทั้งหมด 80% ของพื้นที่ อีก 20% ที่เหลือจะเป็นส่วนบาร์บนชั้น 5 และแบรนด์แฟชั่นบางส่วน ที่จะเปิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567