โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 ก.พ. 2567 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2567 เวลา 11.13 น. • ต้ายวี่
คำโปรย เกิดใหม่ทั้งทีดันมาอยู่ในยุค 80 ชีวิตยากลำบากไม่พอยังเป็นแม่หม้ายนิสัยชั่วร้ายที่ผัวตายทิ้งภาระก้อนตัวเอาไว้ให้ ต้องหาเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งสองก้อนและหนี้สินกองโตญาติผัวรังแกจ้องแต่จะเอาเปรียบอยู่

ข้อมูลเบื้องต้น

#ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80

คำโปรย

เกิดใหม่ทั้งทีดันมาอยู่ในยุค 80 ชีวิตยากลำบากไม่พอยังเป็นแม่หม้ายนิสัยชั่วร้ายที่ผัวตายทิ้งภาระก้อนตัวเอาไว้ให้ ต้องหาเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งสองก้อนและหนี้สินกองโตญาติผัวรังแกจ้องแต่จะเอาเปรียบอยู่ทุกทาง ครั้นจะมีรักใหม่ เขาก็ตราหน้าว่าแม่หม้ายถูกกัดกัน กล่าวหาว่าไม่คู่ควร หรือแม่หม้ายอย่างเธอจะมีชีวิตที่ดีไม่ได้ หึ..ใครบอกกัน ในเมื่อชีวิตนี้เป็นของเธอ ถ้าอย่างนั้นเธอจะพาครอบครัวมีความสุขทั้งยังร่ำรวยให้ดู แม่หม้ายแล้วไง..แม่หม้ายอย่างฉันจะสวยและรวยให้ดู!!…

แนะนำตัวละคร

เจียงหยุน : นายตำรวจตงฉิน ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ทว่าทางบ้านคัดค้าน รักเด็ก รักความยุติธรรม และหลงรักแม่หม้ายสาว ครั้นเมื่อคุณนางเจียงรู้เข้าก็คัดค้านอย่าวเด็ดขาด แม่หม้ายหรือจะคู่ควรกับลูกชายเธอ ไหนจะมีแม่ดอกบัวขาวที่คอยแต่เข้ามาแทรกกลาง พี่เจียงคงต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกมากเหลือเกิน

ซูฮุ่ยหมิง : แม่หม้ายผัวตาย ซ้ำร่างกายยังอ่อนแอ ทั้งยังต้องเลี้ยงลูกแฝดชายหญิงอย่างลำบาก ท่ามกลางพี่น้องสามีเก่าที่จ้องจะเอาเปรียบอยู่ทุกลมหายใจ ทว่าชาตินี้ก็อย่างหวังว่าจะเอาเปรียบครอบครัวเธอได้

เฟยเทียน (แฝดพี่) : เป็นลูกชายคนโต ต้องทำหน้าที่แทนพ่อ เลี้ยงน้องปกป้องแม่ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกอย่างเด็ดขาด

เฟยหง (แฝดน้อง) : นิสัยอ่อนโยนไร้เดียงสา รักพี่ชายและแม่เท่าชีวิต

แนะนำเรื่อง

ใครจะไปคาดคิดว่าซูฮุ่ยหมิงนักว่ายน้ำทีมชาติจีน เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกจะต้องมาจมน้ำตาย เพราะคำว่าตะคริวคำเดียว ตอนแรกเธอก็คิดว่าชาตินี้จบสิ้นกันแล้ว แต่สวรรค์ใครจะไปกล้าคิด วิญญาณที่ควรไปยังแม่น้ำเหลืองดื่มน้ำแกงยายเมิงไปเกิดในชาติใหม่ แต่กลับถูกเหวี่ยงมายังยุค 80 ยุคที่ประเทศกำลังพัฒนา เท่านั้นยังไม่พอตอนที่ลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงร้องไห้ เธอก็เห็นเด็กน้อยสองคนที่หน้าตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน พยายามเขย่าตัวเธออย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับเรียกเธอว่า 'แม่' นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เธองงไปหมดแล้ว แอบหยิกตัวเองก็เจ็บจนน้ำตาไหล แต่ภาพตรงหน้าก็ยังไม่หาย

ในชีวิตจริงเธอยังไม่เคยมีลูกเสียหน่อย แต่นี่อะไรเกิดใหม่ทั้งที ดันมีลูกแฝด ที่สำคัญเธอยังเป็นแม่ม่าย ที่ถูกตราหน้าว่าดวงกินผัวอีกด้วย ซูฮุ่ยหมิงจะใช้ชีวิตในโลกที่สับสนนี้ได้อย่างไร จะเลี้ยงลูกแฝดได้หรือไม่ พลิกหน้าต่อไปเลยค่ะ

นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน #ซีรีย์ชุดตัวร้าย 80 จะมีทั้งหมด 3 เรื่อง

1. ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ต้ายวี่ (ไรต์เองคร้าา) ซึ่งก็คือเรื่องนี้

https://writer.dek-d.com/Madam-Fishy/writer/view.php?id=2533846

2. ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ชงเมิ่ง ตามได้ที่ลิงก์นี้

https://dekd.co/w/n/2533123

3. ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ฝออ้าย ตามได้ที่ลิงก์นี้

https://www.readawrite.com/a/5d4b389db8907fb7229e06b6b9ccaf7a

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน สามารถแยกอ่านได้ตามใจชอบค่ะ

รัก….

ตอนที่ 1 บทนำ

ตอนที่ 1 บทนำ

"ฮื้อ ๆ ๆ แม่คะ ฮื้อ ๆ ๆ แม่เป็นอะไรคะ อาเทียนทำไมแม่ไม่ยอมตื่นสักที"

เสียงร้องไห้ด้วยความเสียใจดังเข้ามาในหัวของซูฮุ่ยหมิง หญิงสาวหลับตาคิ้วเรียวขมวดแน่น พยายามตั้งใจฟังว่าเสียงที่แสนปวดใจระคนหวาดกลัวดังมาจากที่ไหน ทว่ายังไม่ทันได้รับรู้ดี เสียงกั้นสะอื้นของเด็กผู้ชายก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

"อึก..อึก..แม่กำลังพักผ่อน..เฟยหงไม่ต้องกลัว เดี๋ยวแม่ก็ตื่น" ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นหวาดกลัวเพียงใดน่าจะกลัวยิ่งกว่าเสียงของเด็กหญิงเมื่อครู่เสียอีก ทว่าเขาก็ยังคงข่มกลั้นเอาไว้ เหมือนกับว่าเด็กผู้ชายคนนั้น กลัวว่าหากตนเองเผลอร้องไห้ออกมา เด็กผู้หญิงอีกคนจะยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า เป็นเช่นนี้กับทำให้คนฟังเศร้าใจยิ่งนัก

ซูฮุ่ยหมิงพยายามบอกตัวเองให้ลืมตาเสียที ทว่าหัวที่หนักลมหายใจที่ติดขัดก็ทำให้เธอไม่อาจทำได้ดังใจนึก ร่างกายของเธอเจ็บปวดเป็นอย่างมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าเธอจมน้ำหรอกหรือ หรือว่ามีคนมาเจอและพยายามช่วยชีวิตเธออยู่กัน ให้ตายเถอะ!!..ไม่น่าโมโหจนลงมาว่ายน้ำดึก ๆ คนเดียวเลย

"แม่คะ..ฮื้อ ๆ ๆ แม่อย่าทำแบบนี้ ตื่นขึ้นมาเถอะค่ะ หนูสัญญาว่าจะไม่ดื้อ หนูกับอาเทียนจะเป็นเด็กดี อาเทียนทำไมแม่เป็นแบบนี้ แม่จะทิ้งเราไปเหมือนพ่อหรือเปล่าคะ ฉันกลัวจังเลย"

"ไม่หรอกอาหงอย่าพูดอย่างนั้น แม่แค่หลับเท่านั้นเดี๋ยวก็ตื่นแล้ว"

เสียงของสองพี่น้องยังคงดังต่อไปไม่หยุด ซูฮุ่ยหมิงได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รู้ทำ ร่างกายเธอถึงได้มีปฏิกิริยากับคำพูดของทั้งคู่แปลก ๆ หัวใจดวงนี้เหมือนจะเจ็บปวด จนหลั่งน้ำตาออกมา เธอรวบรวมพลังเฮือกใหญ่บังคับให้ร่างกายกระเด้งลุกขึ้นนั่ง ดวงตาเบิกโพลงหอบหายใจเข้าอย่างเหนื่อยอ่อน ทันทีที่เธอลุกขึ้นได้ เสียงที่ร้องไห้จนเจ็บปวดนั้นก็หยุดลง

"เฮ้อ..ฉันแค่ฝันไปนี่เอง" ซูฮุ่ยหมิงบอกกับตนเองด้วยความโล่งใจ ทว่าเมื่อหันหน้าไปทางขวา เธอก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ

"แม่คะ..แม่ตื่นแล้ว หนูคิดว่าแม่จะทิ้งหนูไปเหมือนพ่อเสียอีก ฮื้อ ๆ ๆ แม่อย่าหลับไปนานแบบนี้อีกได้ไหมคะ"

"อึก..พี่บอกแล้ว..ฟืด..บอกแล้วว่าแม่แค่หลับไป เฟยหงอย่ากอดแม่แน่นสิ แม่ไม่สบายอยู่นะ" เด็กชายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา เขาหันมายิ้มให้กับซูฮุยหนิงดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปทั้งดวง

"แม่ครับผมจะไปอุ่นยาให้แม่ใหม่ ถ้วยนี้เย็นแล้วแม่อย่ากินเลยครับ มันจะขมมาก แม่ไม่ยอมกินยาขมนี่ครับ" เด็กชายตัวน้อยลุกขึ้นยืน แผ่นหลังเหยียดตรงมองดูก็รู้ว่า พยายามจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่

"แม่!!..ฉันหรือจ๊ะ..พวกเธอเรียกฉันว่าแม่หรือ" เด็กทั้งสองชะงักนิ่ง เด็กชายที่ถือถ้วยยากำขอบถ้วยจนข้อนิ้วขาวซีด เขาค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองใบหน้าของแม่ ที่มองพวกเขาด้วยความสงสัย

ส่วนเด็กผู้หญิงที่กำลังกอดเธออยู่ผละตัวขึ้นมา เงยหน้ามองอย่างตื่นตระหนก หลังจากนั้นก็คว่ำปากลง พร้อมกับปล่อยโฮเสียงดัง

"แม่ไม่ต้องการพวกเราแล้วเหรอคะ ฮื้อ ๆ อย่าไม่ต้องการพวกเราได้ไหม พวกเราจะเป็นเด็กดี"

"แม่ครับผมจะทำหน้าที่แทนพ่อเอง ผมจะทำงาน จะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ตัดฟืน อย่าไม่ต้องการพวกเราเลยได้ไหม"

###############

มาแล้ววว เปิดเรื่องใหม่แล้วนะคะ เรื่องนี้จะแตกต่างกับเสี่ยวเจ๋อในเรื่องเก่าน๊าาา คนะละฟิวกันเลย แต่รับรองว่า เด็ก ๆ เขามีความน่ารักไม่แพ้กันจริง ๆ

เหมือนเดิมมมม รักกันชอบกัน อย่างลืมกดหัวใจและปาคอมเม้นท์มาเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ไรต์พยายามเขียนอย่างเต็มกำลังเลยค่ะ

ไม่อยากพลาดตอนต่อไป กดเข้าชั้นไว้เลยฮ่ะ ฝากเสี่ยวหงกับเสี่ยวเทียนไว้ในอ้อมใจแม่ ๆ ด้วยนะคะ

นิยายเรื่องนี้ไรต์เขียนเซ็ตเดียวกับเพื่อนนักเขียนอีก 2 ท่าน ไม่อยากพลาดทุกความสนุก ก็ตามลิงก์นี้มาน๊าาา

1. ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ต้ายวี่ (ไรต์เองคร้าา) ซึ่งก็คือเรื่องนี้

2. ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ชงเมิ่ง ตามได้ที่ลิงก์นี้

3. ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ฝออ้าย ตามได้ที่ลิงก์นี้

ตอนที่ 2 แม่หม้ายลูกแฝด

ตอนที่ 2 แม่หม้ายลูกแฝด

เพล้ง!!!..

เสียงแตกกระจายของถ้วยดินเผาตกกระทบพื้น พร้อมกับน้ำยาสีดำที่ไหลเจิ่งนอง ปู้เทียนเฟยแฝดพี่ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้น เศษกระเบื้องกรีดลงบนหัวเข่า เลือดสีแดงไหลออกมาจากบาดแผล ซูฮุ่ยหมิงเบิกตามองพร้อมกับเด้งตัวขึ้นหมายจะไปอุ้มเด็กชายขึ้นมา ทว่าบนร่างกายตัวเองก็มีร่างเล็ก ๆ ของเด็กหญิงห้อยติดอยู่ เธอชะงักนิ่งพลางยกคิ้วกำลังจะอุ้มเด็กหญิงลง ทว่าเสียงแหบพร่าของเด็กชายก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

"แม่ครับ..ไม่ต้องการพวกเราแล้วเหรอครับ พวกเราทำอะไรผิดหรือเปล่า แม่บอกพวกเราได้ไหมครับ" เฟยเทียนเงยหน้าขึ้นมอง สองมือกำแน่นวางอยู่บนหัวเข่าตนเอง ดวงตาของเขาแดงก่ำจนแทบจะเป็นสีเลือดเช่นเดียวกับหัวเข่านั้น

"แม่คะ..พวกเราจะออกไปขอเงินที่ตลาด พวกเราจะไม่ไปบ้านย่าอีก แม่อย่าเกลียดพวกเราเลยนะคะ" ปู้เฟยหงแฝดน้องกอดรัดร่างอรชรเอาไว้แน่น เด็กน้อยซบหน้าลงที่หัวไหล่พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลจนเปียกชุ่มไปที่เสื้อของคนเป็นแม่

"ต้องไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้ว เด็กดีลุกขึ้นมาก่อนได้ไหม ให้ฉันดูแผลเธอสิ หัวเข่าเลือดไหลไม่หยุดแล้ว" ซูฮุ่ยหมิงอุ้มเฟยหงนั่งลงที่เตียง และเดินไปอุ้มเฟยเทียนที่พื้นขึ้นมาอย่างเบามือ

มองเห็นเลือดสีแดงที่ไหลออกมา หัวใจก็บีบรัดอย่างหนักซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่า เพราะเหตุใดต้องรู้สึกเช่นนี้ เด็กทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกับเธอเลย อยู่ ๆ ซูฮุ่นหมิงก็ทรุดตัวนั่งลงตรงขาเล็ก ๆ ของเด็กทั้งสอง ภาพตรงหน้าพร่ามัว ศีรษะเอนซบลงบนเตียงเหมือนกับว่าหัวของเธอหนักจนไม่สามารถยกขึ้นได้ เด็กทั้งสองเห็นอย่างนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก ต่างก็ตะโกนร้องเรียกขึ้นมา ทว่าซูฮุ่ยหมิงยกมือขึ้นห้ามเอาไว้ เสียงโหวกเหวกของเด็กน้อยพลันเงียบลง พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของใครบางคนดังขึ้นมาแทน

"ไม่เป็นไรจ้ะ ขอฉันพักแป๊บเดียวนะ" เด็กหญิงเฟยหงยังคงสะอื้นจนตัวโยน ทว่าฝ่ามือด้าน ๆ ของพี่ชายก็วางลงที่มือเล็ก ๆ ของเธอ เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นพี่ชายพูดโดยไม่ออกเสียง

"อย่าร้องแม่ไม่ชอบ เดี๋ยวถูกตี" เฟยหงรีบฮึบตัวเองทันที เธอกัดริมฝีปากแน่น สองพี่น้องบีบมือกันส่งผ่านกำลังใจให้กันและกัน พร้อมทั้งก้มลงไปมองแม่ที่ยังคงนั่งฟุบหน้าบนขาของพวกเขา ด้วยความหวาดกลัว

ถึงแม้แม่จะชอบด่าและตีพวกเขาอยู่บ้าง แต่แม่ก็ไม่เคยทอดทิ้งพวกเขาไปไหน ครั้งนั้นย่าพยายามจะแยกเขาไปให้บ้านอารองเลี้ยง แม่ก็ไม่ยอมแม่บอกว่า เขากับเฟยหงเป็นฝาแฝดกันให้ตายอย่างไร ก็จะไม่ให้ใครมาแยกออกจากกัน ซึ่งต่อให้ใครต่อใครบอกกับเขาว่าแม่ไม่ดีอย่างไร ที่อยากเก็บเขาไว้เพื่อให้เขาหาเงินเข้าบ้าน แล้วอย่างไรล่ะ เขาเป็นผู้ชายคนเดียวของบ้าน ก็ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวไม่ใช่หรือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขากับน้องก็รักแม่มาก หากแม่อยากให้เขากับน้องไปขอเงินที่ตลาด เขาก็จะไป จะไม่ดื้ออีกแล้ว เฟยเทียนกำมือแน่นดวงตาคมเป็นประกายขึ้นมา มาดมั่นตั้งใจเอาใจแน่วแน่ต่อไปนี้จะต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เด็กทั้งสองจ้องมองแม่ที่ฟุบหน้าพลางตัวสั่น หัวเข่าที่เลือดไหลไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับหัวใจที่หวาดกลัวอีกแล้ว แม่อย่าเป็นอะไรเลย พ่ออย่าพาแม่ไปเลยนะ ขอร้องล่ะ…

ซูฮุ่ยหมิงหน้ามืดได้แต่ฟุบหน้าลง เรี่ยวแรงไม่มีหลงเหลืออยู่อีก ยิ่งภาพต่าง ๆ ไหลเข้ามาในหัวเธอมากเท่าไร เธอก็ยิ่งส่งเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดมากเท่านั้น น้ำตาไหลออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสาย เรื่องราวต่าง ๆ ผุดขึ้นมาดังดอกเห็ด ร่างกายที่อ่อนแอนี้ไม่ใช่ของเธอ แต่นับจากนี้ไปจะเป็นของเธอแล้ว เจ้าของร่างเดิมทิ้งร่างตัวเองไปแล้ว ทว่าวิญญาณกับยังคงร่ำไห้ ฝากฝังให้เธอดูแลเด็กทั้งสอง แน่นอนว่าเสียงนั้นเด็กน้อยย่อมไม่ได้ยิน เพราะมันดังแค่ในหัวเธอเท่านั้น

'ขอร้องล่ะฝากลูกฉันด้วย ฉันไม่สามารถอยู่กับพวกเขาได้อีกแล้ว'

'แล้วเธอจะไปไหน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันอยากกลับบ้าน ฉันไม่อยู่นะ ลูกเธอก็ดูแลเองสิ' ซูฮุ่ยหมิงตอบออกไปอย่างไม่ยินยอม พยายามมองจ้องผ่านความมืดหาหญิงสาวเจ้าของเสียงร้องที่น่าเวทนานั้น ไม่นาน!!…ร่างกายผอมแห้งใบหน้าซูบตอบก็ออกมาจากเงามืด ทว่าใบหน้านั้นเหมือนเธอยิ่งนัก หญิงสาวตกใจจนแทบจะหยุดหายใจ คนเรามันเหมือนกันได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

'ฉันไม่มีเวลาแล้ว เธอต้องดูแลเขาให้ดี รักพวกเขาแทนฉันด้วย ฉันเป็นแม่ที่ไม่ดีกับพวกเขาเลย ฉันไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว ถึงฉันจะเป็นแม่ที่ไม่ดี แต่วันที่ฉันคลอดพวกแกมา ฉันไม่เคยเสียใจเลย ตั้งแต่สามีตายทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ความจนมันกัดกินจิตใจฉันจนเผลอทำร้ายพวกแก ฉันเสียใจ ขอร้องล่ะทำหน้าที่แม่แทนฉันด้วย'

เงาร่างนั้นหยุดพูดพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งกอดตัวเองสะอื้นไห้ออกมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ซูฮุ่ยหมิงมองเห็นเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตของผู้หญิงคนนั้นจนหมด จะบอกว่าเธอเป็นแม่ไม่ดีก็ไม่ใช่ ยิ่งไม่ควรใช้คำว่าจนมาบิดเบือนจิตใจตัวเอง หากจะให้ซูฮุ่ยหมิงพูดจริง ๆ ละก็ บอกได้ว่าผู้หญิงคนนั้นสารเลวเป็นอย่างมาก คนเป็นแม่ไม่ควรทำอย่างนั้นกับลูกเธอไม่ยกเฟยเทียนให้ย่า เพราะคิดว่าลูกชายหาเงินเข้าบ้านได้ จิตใจที่รักลูกไปไหนหมด ชั่วเอ๊ย!!.. บังคับลูกไปขอทาน นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังผิดความเป็นมนุษย์อีกด้วย ทว่าก่อนที่จะได้ด่าออกไป วิญญาณน่ารังเกียจนั่นก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

'อีกอย่างเธอก็ไม่สามารถกลับไปโลกเดิมได้อีกแล้ว เพราะร่างกายเธอถูกฝังลงดินแล้ว เธอตายไปแล้ว ฉันมอบร่างกายให้เธอ แต่ขอแค่..ดูแลลูกฉันให้ดี ชดเชยสิ่งที่แม่ชั่ว ๆ อย่างฉันทำไม่ได้ ฝากเธอด้วย'

"ไม่!!..กลับมาก่อน มาคุยกันให้รู้เรื่อง!!…" เงาร่างนั้นลอยหายไปจากความคิด พร้อมกับเสียงเรียกอย่างไม่ยินดีของเธอ..

"แม่ครับแม่เรียกใครครับ" ซูฮุยหมิงดันตัวเองขึ้นมา อาการปวดหัวก่อนหน้านั้นพลันหายไปจนสิ้น เธอสบสายตาเข้ากับเด็กน้อยทั้งสอง ความหวาดกลัว ความสิ้นหวังสะท้อนออกมา อย่างปิดไม่มิด หญิงสาวส่งมือขึ้นไปวางบนศีรษะเล็ก ๆ ของทั้งคู่ ทว่าก็เหลือบเห็นบาดแผลบนหัวเข่าเลือดยังคงไหลออกมา พร้อมทั้งเศษกระเบื้องยังคาอยู่ เธอสูดลมหายใจเข้าสะท้านในอก

"ตายจริงเฟยเทียนแม่ขอโทษ ลูกเจ็บหรือเปล่า นั่งเฉย ๆ นะแม่จะทำแผลให้"

"แม่ครับผมไม่เจ็บ เดี๋ยวผมไปล้างน้ำเปล่าเองครับ แม่ขึ้นมานอนพักเถอะ และไม่ต้องขอโทษผม ผมทำตัวเอง" เฟยเทียนรีบดึงแขนเสื้อแม่ของเขาเอาไว้ เขากระโดดลงจากเตียงแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เจ็บเลยสักนิด ทว่าซูฮุ่ยหมิงก็ยังเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวของลูกชายอยู่ดี เฟยหงเห็นอย่างนั้นก็รีบขยับตัวเองจากเตียงบ้าง แม่จะได้นอนพัก

"ใช่ค่ะเดี๋ยวหนูจะไปช่วยอาเทียนทำแผลเอง แล้วเราค่อยต้มยาให้แม่ใหม่นะคะ แม่ขึ้นมานอนเถอะ" เฟยหงเขย่ามือแม่กระตุ้นให้ขึ้นมานอน

หัวใจซูฮุ่ยหมิงปวดหนึบไปหมด ยิ่งนึกถึงเรื่องที่เด็ก ๆ ต้องเจอเธอก็ยิ่งสงสาร เอาเถอะในเมื่อเธอกลับไปโลกเดิมไม่ได้แล้ว เช่นนั้นเด็กทั้งสองเธอจะเลี้ยงดูเอง เคยอ่านนิยายมาก็หลายเรื่อง คนอื่นทะลุมิติไปเป็นเมียท่านอ๋องบ้าง ไปเป็นเมียทหารบ้าง แต่เธอดันทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายลูกแฝด แถมผัวก็ถูกงูกัดตายตอนไปหาของป่าอีกด้วย เฮ้อ..จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน ชาติที่แล้วเธอพยายามจะมีลูกเป็นอย่างมาก แต่ก็ตรวจพบว่าเป็นหมัน ในเมื่อชาตินี้เธอมีลูกแล้ว สามีไม่ต้องมีก็ได้ เพราะถ้ามีจริง ๆ ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะต้องใช้ชีวิตกันยังไง หญิงสาวยิ้มออกมา ดวงตาทอประกายอ่อนโยน จนเด็กทั้งสองจ้องมองจนลืมหายใจ ตั้งแต่พ่อตาย แม่ก็ไม่เคยยิ้มอีกเลย ทั้งสองจ้องมองจนเหมือนคนโง่งม รอยยิ้มของแม่สวยถึงเพียงนี้ หากยิ้มบ่อย ๆ จะดีเพียงใดนะ

"เด็กดีเชื่อฟังแม่นะจ๊ะ เสี่ยวเทียนนั่งลงดี ๆ บนเตียง ดูสิเลือดไหลออกเยอะแล้ว และทีหลังห้ามคุกเข่าแรงแบบนั้นอีก ส่วนหนูเสี่ยวหง หนูต้องช่วยแม่จับตาดูพี่ชายให้ดี ๆ ถ้าลงจากเตียงละก็ ฮึม!!.." เด็กทั้งสองสะดุ้งกับคำขู่ของแม่ ทว่าเสียงหัวเราะที่สวนทางกับคำขู่ก็ทำให้เด็กน้อยงงเป็นอย่างมาก ตกลงแม่โกรธหรือไม่โกรธกันนะ แต่ทั้งคู่ก็ชอบที่แม่ห่วงใยแบบนี้เหลือเกิน ยิ่งได้ยินคำว่าเสี่ยวเทียน เสี่ยวหง ที่แม่ไม่เคยเรียกมาก่อน หัวใจเล็ก ๆ ก็เต้นแรงขึ้นมา คำเรียกของแม่ ดูรักพวกเขาเป็นอย่างมาก อยากให้แม่เรียกแบบนี้ตลอดไปจังเลย…

###################

เด็ก ๆ ไม่ต้องกลัวนะ หนูได้แม่ไหมณ.บัดนาววว มาเอาใจอาหมิงกับต้าวแฝดกันด้วยนะคะ น้องหมิงแอบบ่น ทะลุมิติมาทั้งทีดันเป็นแม่หม้าย ไหนเมียอ๋องอย่างในนิยายล่ะอยู่หน่ายย 5555 เอ็นดูนางเนอะ

เหมือนเดิมมม…รักกันชอบกันอย่าลืมเติมกำลังใจให้กันนะคะ ขอเพียงแค่หัวใจดวงน้อย ๆ และคอมเม้นท์สักอัน สติกเกอร์ก็ได้ แค่นี้ไรต์ตัวอ้วน ๆ ก็มีกำลังใจเหลือล้นแล้วค่ะ

และที่สำคัญคัญ หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนท์ของแม่ ๆ ต้าวแฝดทุกทุก จะช่วยดันเด็ก ๆ ให้ขึ้นมาอันดับต้น ๆ ในหน้าใหม่มาแรง ตอนนี้แฝดอยู่หน้า 2 แล้วน๊าาา ต้องขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ

ไรต์เขียนไปได้ 70 % แล้วค่ะ อีก 30 % ก็จบแล้ว เรื่องนี้จะยาวกว่าเรื่องเก่าค่ะ ยังไงก็ฝากเอ็นดูต้าวแฝดของอาหมิงด้วยน๊าาาาา

รัก….

ตอนที่ 3 ต่างก็เยียวยาหัวใจกัน

ตอนที่ 3 ต่างก็เยียวยาหัวใจกัน

เฟยเทียนนั่งมองผ้าเช็ดหน้าที่มัดอยู่บนหัวเข่าตัวเอง เขายังจำสัมผัสของมือแม่ได้อยู่เลย แม่ทำแผลให้เขาด้วยล่ะ มือนิ่มมากจนไม่รู้สึกถึงเจ็บเลยสักนิด ตั้งแต่เกิดมาเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกหรือเปล่านะที่แม่ไม่ด่า และยังช่วยทำแผลให้อีกด้วย ริมฝีปากเด็กชายโค้งขึ้น สักเดี๋ยวก็หุบลง มือทั้งสองเดี๋ยวกำเดี๋ยวปล่อยทั้งตกใจ ทั้งดีใจ และก็กลัว กลัวว่ามันจะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น หากตื่นมาก็ยังเป็นเขาที่ต้องทำแผลเอง ดูแลตัวเองเหมือนเดิม อาการของเฟยเทียนแสดงออกมาจนเฟยหงขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย พี่ชายเจ็บแผลจนบื้อไปแล้วหรือ

"อาเทียนเป็นอะไร เดี๋ยวร้องเดี๋ยวยิ้มอยู่ได้ นายเจ็บแผลมากเลยเหรอ เดี๋ยวฉันจะไปต้มยาให้นะ" เฟยเทียนสะดุ้งเฮือกขึ้นมา พร้อมกับอาการเก้อเขิน ใบหน้าเล็ก ๆ พยายามปั้นขรึมให้ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่เหมือนที่เขาชอบทำมาเสมอ เด็กชายเชิดหน้าขึ้นพลาง ตอบแฝดน้อง

"ใครร้องกัน..พี่เป็นผู้ชายไม่ร้องไห้หรอก" เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าจะร้องไห้ ไม่ยอมรับก็ช่าง เธอไม่สนหรอกคนปากแข็ง เฟยหงคว่ำปากลงก่อนจะแอบมองไปที่บาดแผลนั้น ในใจก็เป็นห่วงยิ่งนัก เธอยกมือไปขยับเก้าอี้ออกมาแต่สายตายังคงสอดส่อง สอดไม้กวาดไปกที่ใต้โต๊ะกวาดเศษฝุ่นออกมา เสร็จแล้วก็ดันกลับเข้าไปใหม่ และกวาดไปกองรวม ๆ กัน จากนั้นก็เดินไปหยิบที่โกยมากวาดใส่ และขยับไปกวาดที่อื่น จนทั่วห้อง

เฟยเทียนถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินมาก จึงได้นั่งมองน้องสาวทำงาน ในใจก็รู้สึกผิด เขาเป็นพี่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนในบ้าน จะนั่งขี้เกียจอยู่ได้ยังไง เด็กชายขยับตัวลงจากเตียง ทว่าเพียงแค่ขาสัมผัสพื้น ก็นิ่วหน้าขึ้น ไม่คิดว่าบาดแผลเล็ก ๆ จะเจ็บได้ถึงขนาดนี้

"อาหงมานี่พี่กวาดเอง เธอไปเอาผ้ามาเช็ดฝุ่นเถอะ แม่บอกให้เปิดหน้าต่างไล่กลิ่นอับด้วย หรือในบ้านเราเหม็นนะ"

"ไม่ต้องหรอกอาเทียน เอ๊ะ!!..นั่งลงไปเดี๋ยวนี้นะ!!.. แม่บอกให้นายนั่งเฉย ๆ ไม่ใช่เหรอ แผลที่หัวเข่าลึกระวังเถอะ มันจะไม่หาย ถึงตอนนั้นถูกตัดขาทิ้งขึ้นมา ได้เป็นคนพิการแน่ แล้วนั่นนายยังเจ็บอยู่หรือเปล่า" เฟยเทียนได้ยินแบบนั้นก็ตื่นตระหนกรีบนั่งลงไปเหมือนเดิม ทว่าริมฝีปากเล็กก็แค่นเสียงหัวเราะขึ้นมา กลบเกลื่อนความเจ็บและความกลัว ปิดบังไม่ให้น้องสาวรู้ เขาเป็นพี่ชายจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด

"เฮ่อะ!!..ลูกผู้ชายเจ็บไม่เป็นหรอกนะ พี่ไม่ใช่ผู้หญิงเสียหน่อย แผลเล็ก ๆ ไกลหัวใจไหนเลยจะเจ็บได้" ซูฮุ่ยหมิงได้ยินสองพี่น้องโต้ตอบกันตั้งแต่หน้าประตูแล้ว เธออดจะเอ็นดูไม่ได้ คนหนึ่งก็อ่อนโยนไร้เดียงสา อีกคนก็แข็งแกร่งเหลือเกิน แต่ดูแล้วทั้งสองก็หลอมรวมเข้ากันอย่างลงตัว

"จ้า ๆ คนเก่งของแม่ เสี่ยวเทียนเก่งที่สุด ไม่เจ็บสักนิดเลยใช่ไหมล่ะ เสียวหงหนูว่าพี่ชายหนูเก่งไหมจ๊ะ" ไม่รู้ว่าแม่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร ได้ยินเขากับน้องสาวพูดไปถึงไหน เฟยเทียนที่เพิ่งบอกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่กลับก้มหน้าลง ใบหูแดงก่ำเขินอายจนไม่กล้าสบตา ซูฮุ่ยหมิงยิ้มขำออกมา เฮ้อ..ทำไมเด็กคนนี้มันน่ารักได้ขนาดนี้นะ

"เก่งค่ะอาเทียนเก่งที่สุด แต่แม่คะแล้วหนูไม่เก่งเหรอคะ หนูก็ทำงานบ้านได้เหมือนกันนะ" เฟยหงก้มหน้ากำชายเสื้อตนเอง เสียงแง่งอนจนคนเป็นแม่อ่อนใจ

ซูฮุ่ยหมิงยกถาดใส่อาหารไปวางบนโต๊ะ เธอเดินไปดึงไม้กวาดที่มือลูกสาวออก และอุ้มเด็กหญิงขึ้นมา ไปนั่งข้าง ๆ เฟยเทียนที่นั่งเกร็งอยู่บนเตียง หญิงสาวยื่นมือไปโอบลูกชายมาซบหน้าอก โดยที่ยังมีลูกสาวนั่งอยู่บนตัก ฮุ่ยหมิงกดหัวลูกสาวให้ซบลงที่ซอกคอ ทั้งเฟยหงและเฟยเทียนต่างก็ตกใจจนตัวแข็ง ไม่กล้ากระดุกกระดิก เด็กน้อยกลั้นหายใจกลัวว่า หากเผลอหายใจแรง ๆ อ้อมกอดอุ่น ๆ นี้จะหายไป แม่จะผลักทั้งคู่ออก และบ่นว่าอึดอัดไม่ชอบให้กอดเหมือนทุกครั้งที่เด็ก ๆ กอดแม่ ซูฮุ่ยหมิงมือสั่นจนปวดใจ เธอสูดลมหายใจเข้า เกลียดชังแม่จริง ๆ ของทั้งคู่เป็นอย่างมาก เลวร้ายขนาดไหนกัน แม้แต่กอดลูก ลูกยังกลัวขนาดนี้

"หนูก็เก่งจ๊ะ เสี่ยวหงกับเสี่ยวเทียนของแม่เก่งที่สุดเลย และแม่ก็รักพวกหนูที่สุดเลยด้วย" ซูฮุ่ยหมิงรับรู้ถึงแรงสั่นจากร่างกายของเด็กทั้งสอง เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น ก้มลงไปจูบที่กลางหัวของเด็กทั้งสอง พลางขยับตัวอุ้มเฟยหงลงไปนั่ง และตนเองก็ลงไปคุกเข่าตรงหน้าลูก ๆ ทั้งสอง ดึงมือทั้งคู่มากุมเอาไว้ สองมือเล็กหนึ่งมือใหญ่ประสานเป็นหนึ่ง กลิ่นอายความรัก ความอบอุ่นกระจายไปทั่วบ้าน

"เสี่ยวเทียน เสี่ยวหง เมื่อก่อนแม่เอาแต่เสียใจเพราะพ่อของลูกจากไปกะทันหัน ทำให้แม่ตั้งตัวไม่ทัน แม่ปล่อยให้ความเสียใจทำร้ายทั้งตัวเองและก็พวกลูก หลังจากที่แม่หลับไปสองวัน แม่คิดได้แล้วจ้ะ แม่เกือบจะตายไปแล้ว โชคดีที่พ่อของลูกพาแม่กลับมาส่ง ที่ผ่านมาแม่ขอโทษนะ พวกเรามาเริ่มต้นใหม่กันดีไหม" เพราะไม่รู้จะพูดยังไง จึงได้อ้างปู้อันผัวเก่าของร่างนี้ขึ้นมาอย่างนั้น หากเธอเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม เด็ก ๆ อาจจะสงสัย

"แม่คะ..เฟยหงไม่โกรธแม่ หนูรักแม่ค่ะ รักที่สุด"

"ผม..อึก..ผมก็รักแม่ พวกเราไม่เคยโกรธแม่เลย แม่อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ อย่าร้องไห้เลย พวกเรารักแม่" คนที่บอกไม่ให้แม่ร้องไห้ แต่ตัวเองกลับน้ำตาไหลอาบแก้ม ซูฮุ่ยหมิงโอบกอดเด็กทั้งสองเอาไว้ เฟยหงกับเฟยเทียนก็กอดแม่ของเขาเช่นกัน สามคนแม่ลูกต่างก็ร้องไห้กันออกมา ทว่าเป็นน้ำตาครั้งนี้ เป็นน้ำตาแห่งความปลดปล่อย และเป็นนิมิตแห่งการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง และเธอขอสาบานว่า ชีวิตนี้เธอจะทำให้ความเป็นอยู่ของลูกดีขึ้นให้ได้

เฟยเทียนกับเฟยหงดีใจที่แม่บอกรัก และยังกอดพวกเขาอีกด้วย ส่วนซูฮุ่ยหมิงก็ร้องไห้เพราะความสงสาร และนอกจากนั้น เธอยังเริ่มหลงรักทั้งคู่จากใจจริง เธอไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นกับเด็ก ๆ ยังไง หากเธอเปลี่ยนไป เฟยหงอาจจะไม่รู้ แต่เฟยเทียนย่อมรู้แน่ อย่าได้ดูถูกว่าเขายังเด็กเชียว เท่าที่เธอเห็น เด็กคนนี้ทิ้งความเป็นเด็กไปหมดแล้ว น่าสงสารเหลือเกิน อายุน้อยเพียงเท่านี้ แต่กลับมีความรับผิดชอบยิ่งกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก

"เอาล่ะ ๆ อย่ามัวร้องไห้กันอยู่เลย แม่ต้มบะหมี่มาให้ลูก ไปกินกันก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเย็นชืดแล้วจะไม่อร่อย" หญิงสาวจูงมือลูกทั้งสองไปนั่งบนโต๊ะ แจกจ่ายบะหมี่ออกไปตรงหน้าของเด็ก ๆ คนละถ้วย ของเธอเองอีกหนึ่งถ้วย

กลิ่นหอมของน้ำซุปโชยเข้าจมูก เมื่อสักครู่ไม่ทันได้กลิ่น ทว่าเมื่อใจปลอดโปร่งแล้ว จมูกกับไว้นัก เฟยหงทำจมูกฟุตฟิต พร้อมกับน้ำลายที่หยดลงบนหลังมือตนเอง เฟยเทียนเห็นอย่างนั้นก็เบ้หน้าอย่างรังเกียจ

"อาหงเธอเป็นผู้หญิงผู้หรือเปล่า น่ารังเกียจเสียจริงเช็ดน้ำลายหน่อยเถอะ"

จ๊อก!!..

ทว่าคนที่ต่อว่าน้องสาวว่าน่ารังเกียจ ท้องน้อย ๆ ก็กลับส่งเสียงประท้วงขึ้นมา เด็กชายก้มหน้าลงจนปลายคางชิดหน้าอก ทั้งหน้าและหูแดงก่ำจนแทบไหม้ เฟยหงเบิกตาขึ้นก่อนจะหัวเราะเสียงดัง

"ฮ่า ๆ ๆ ว่าแต่ฉัน นายเองก็หิวใช่ไหมล่ะอาเทียน" ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะของน้องสาว คนเป็นพี่ก็ยิ่งก้มหน้าลงไปมากกว่าเดิม

"ฮ่า ๆ ๆ ลูกทั้งสองนี่ตลกจริง ๆ เอาล่ะ ๆ เสี่ยวหงอย่ามัวแต่หยอกล้อพี่ชายหนูเลย เสี่ยวเทียนก็เลิกอายได้แล้ว มากินกันดีกว่า ตอนนี้บ้านของเขาไม่มีของกินดี ๆ หลงเหลืออยู่เลย แม่ค้นหาของกินได้เท่านี้ ลูกกินไปก่อนนะ เอาไว้ให้แม่หาทางได้ แม่จะทำของอร่อย ๆ ให้ลูกกิน"

เฟยเทียนกับเฟยหงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ไม่ว่าแม่จะทำอะไร พวกเขาก็พร้อมที่จะเชื่อฟัง และทำตามทุกอย่าง ซูฮุ่ยหมิงเห็นเด็ก ๆ พยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวเปลือกก็หัวเราะจนน้ำตาคลอ ทำไมเด็กสองคนนี้น่ารักได้ขนาดนี้ และที่สำคัญเด็กที่น่ารักขนาดนี้ เป็นของเธอแล้ว

"กิน ๆ ลองชิมสิ ฝีมือแม่จะถูกปากลูก ๆ หรือเปล่า" เด็กน้อยต่างก็คีบบะหมี่เข้าปาก ทันทีที่เส้นลื่นไหลเข้าไป ทั้งคู่ก็เบิกตาขึ้น พร้อมกับน้ำตาที่ฉ่ำคลอ ทั้งคู่พร้อมใจกันยกถ้วยขึ้นมา คีบเข้าปากอย่างรวดเร็ว ซดน้ำซุปดังอึก ๆ ท่าทางสีหน้าและแววตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน สมกับที่เป็นฝาแฝดกันจริง ๆ ต่อให้ไม่มีคำพูดใดสักคำ ดูจากการกระทำก็รู้ว่าพวกเขาชอบบะหมี่ของแม่แค่ไหน คนเป็นแม่มือใหม่อย่างเธอ ตื้นตันไปทั้งใจ ถึงแม้ในชามจะเป็นเพียงบะหมี่น้ำใสกับผักไม่มีแม้แต่เนื้อสักชิ้นก็ตาม เด็ก ๆ ก็ยังชอบมากขนาดนี้

"กินช้า ๆ หน่อย ระวังติดคอนะ ไม่ต้องรีบ ๆ ถ้าไม่อิ่มแม่จะทำเพิ่มให้" ซูฮุ่ยหมิงยิ้มออกมา นั่งเท้าคางมองลูกของเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย ชีวิตนี้ไม่ได้สิ้นหวังเสียทีเดียว อย่างน้อย ๆ เธอก็ยังมีเด็กทั้งคู่ ไม่ใช่เพียงเด็ก ๆ ที่ต้องพึ่งพิงเธอ เธอเองก็เอาทั้งคู่เยียวยาหัวใจเช่นกัน เอาเถอะชีวิตที่นี่ก็ไม่แย่ไปเสียทีเดียว อย่างน้อย ๆ เธอก็มีลูกที่น่ารักอย่างนี้

#############

เสี่ยวหงกับเสี่ยวเทียนน่ารักขนาดนี้ แม่หมิงจะไม่รักไหวเหรอ ฝากแม่ ๆ เอาไว้ช่วยครอบครัวนี้ด้วยนะคะ แม่หม้ายลูกสองจะใช้ชีวิตกันยังไง มาเอาใจช่วยกันคร้าาา ใด ๆ คือพี่เทียนฮีแมนมากนะ 555

เหมือนเดิมมมม รักกันชอบกันอย่าลืมเติมกำลังใจให้กันนะคะ ขอเพียง 1 หัวใจ 1 คอมเม้นท์ ก็ทำให้ใจไรต์ฟูฟ่องไปทั้งใจแล้ว และที่สำคัญ 1 คอมเมนท์ของทุกคนจะช่วยผลักดันให้ต้าวแฝดขึ้นไปอยู่ในดันดับบน ๆ อีกด้วย อย่าลืมปากำลังใจให้กันด้วยน๊าาาา

และขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และหัวใจจากทุกคนค่ะ ไรต์อ่านทุกข้อความเลย และจะตอบกลับทุกคนนะคะ รักที่สุด แม่ต้าวแฝด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...