ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80
ข้อมูลเบื้องต้น
#ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80
คำโปรย
เกิดใหม่ทั้งทีดันมาอยู่ในยุค 80 ชีวิตยากลำบากไม่พอยังเป็นแม่หม้ายนิสัยชั่วร้ายที่ผัวตายทิ้งภาระก้อนตัวเอาไว้ให้ ต้องหาเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งสองก้อนและหนี้สินกองโตญาติผัวรังแกจ้องแต่จะเอาเปรียบอยู่ทุกทาง ครั้นจะมีรักใหม่ เขาก็ตราหน้าว่าแม่หม้ายถูกกัดกัน กล่าวหาว่าไม่คู่ควร หรือแม่หม้ายอย่างเธอจะมีชีวิตที่ดีไม่ได้ หึ..ใครบอกกัน ในเมื่อชีวิตนี้เป็นของเธอ ถ้าอย่างนั้นเธอจะพาครอบครัวมีความสุขทั้งยังร่ำรวยให้ดู แม่หม้ายแล้วไง..แม่หม้ายอย่างฉันจะสวยและรวยให้ดู!!…
แนะนำตัวละคร
เจียงหยุน : นายตำรวจตงฉิน ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ทว่าทางบ้านคัดค้าน รักเด็ก รักความยุติธรรม และหลงรักแม่หม้ายสาว ครั้นเมื่อคุณนางเจียงรู้เข้าก็คัดค้านอย่าวเด็ดขาด แม่หม้ายหรือจะคู่ควรกับลูกชายเธอ ไหนจะมีแม่ดอกบัวขาวที่คอยแต่เข้ามาแทรกกลาง พี่เจียงคงต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกมากเหลือเกิน
ซูฮุ่ยหมิง : แม่หม้ายผัวตาย ซ้ำร่างกายยังอ่อนแอ ทั้งยังต้องเลี้ยงลูกแฝดชายหญิงอย่างลำบาก ท่ามกลางพี่น้องสามีเก่าที่จ้องจะเอาเปรียบอยู่ทุกลมหายใจ ทว่าชาตินี้ก็อย่างหวังว่าจะเอาเปรียบครอบครัวเธอได้
เฟยเทียน (แฝดพี่) : เป็นลูกชายคนโต ต้องทำหน้าที่แทนพ่อ เลี้ยงน้องปกป้องแม่ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกอย่างเด็ดขาด
เฟยหง (แฝดน้อง) : นิสัยอ่อนโยนไร้เดียงสา รักพี่ชายและแม่เท่าชีวิต
แนะนำเรื่อง
ใครจะไปคาดคิดว่าซูฮุ่ยหมิงนักว่ายน้ำทีมชาติจีน เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกจะต้องมาจมน้ำตาย เพราะคำว่าตะคริวคำเดียว ตอนแรกเธอก็คิดว่าชาตินี้จบสิ้นกันแล้ว แต่สวรรค์ใครจะไปกล้าคิด วิญญาณที่ควรไปยังแม่น้ำเหลืองดื่มน้ำแกงยายเมิงไปเกิดในชาติใหม่ แต่กลับถูกเหวี่ยงมายังยุค 80 ยุคที่ประเทศกำลังพัฒนา เท่านั้นยังไม่พอตอนที่ลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงร้องไห้ เธอก็เห็นเด็กน้อยสองคนที่หน้าตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน พยายามเขย่าตัวเธออย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับเรียกเธอว่า 'แม่' นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เธองงไปหมดแล้ว แอบหยิกตัวเองก็เจ็บจนน้ำตาไหล แต่ภาพตรงหน้าก็ยังไม่หาย
ในชีวิตจริงเธอยังไม่เคยมีลูกเสียหน่อย แต่นี่อะไรเกิดใหม่ทั้งที ดันมีลูกแฝด ที่สำคัญเธอยังเป็นแม่ม่าย ที่ถูกตราหน้าว่าดวงกินผัวอีกด้วย ซูฮุ่ยหมิงจะใช้ชีวิตในโลกที่สับสนนี้ได้อย่างไร จะเลี้ยงลูกแฝดได้หรือไม่ พลิกหน้าต่อไปเลยค่ะ
นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน #ซีรีย์ชุดตัวร้าย 80 จะมีทั้งหมด 3 เรื่อง
1. ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ต้ายวี่ (ไรต์เองคร้าา) ซึ่งก็คือเรื่องนี้
https://writer.dek-d.com/Madam-Fishy/writer/view.php?id=2533846
2. ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ชงเมิ่ง ตามได้ที่ลิงก์นี้
https://dekd.co/w/n/2533123
3. ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ฝออ้าย ตามได้ที่ลิงก์นี้
https://www.readawrite.com/a/5d4b389db8907fb7229e06b6b9ccaf7a
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน สามารถแยกอ่านได้ตามใจชอบค่ะ
รัก….
ตอนที่ 1 บทนำ
ตอนที่ 1 บทนำ
"ฮื้อ ๆ ๆ แม่คะ ฮื้อ ๆ ๆ แม่เป็นอะไรคะ อาเทียนทำไมแม่ไม่ยอมตื่นสักที"
เสียงร้องไห้ด้วยความเสียใจดังเข้ามาในหัวของซูฮุ่ยหมิง หญิงสาวหลับตาคิ้วเรียวขมวดแน่น พยายามตั้งใจฟังว่าเสียงที่แสนปวดใจระคนหวาดกลัวดังมาจากที่ไหน ทว่ายังไม่ทันได้รับรู้ดี เสียงกั้นสะอื้นของเด็กผู้ชายก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
"อึก..อึก..แม่กำลังพักผ่อน..เฟยหงไม่ต้องกลัว เดี๋ยวแม่ก็ตื่น" ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นหวาดกลัวเพียงใดน่าจะกลัวยิ่งกว่าเสียงของเด็กหญิงเมื่อครู่เสียอีก ทว่าเขาก็ยังคงข่มกลั้นเอาไว้ เหมือนกับว่าเด็กผู้ชายคนนั้น กลัวว่าหากตนเองเผลอร้องไห้ออกมา เด็กผู้หญิงอีกคนจะยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า เป็นเช่นนี้กับทำให้คนฟังเศร้าใจยิ่งนัก
ซูฮุ่ยหมิงพยายามบอกตัวเองให้ลืมตาเสียที ทว่าหัวที่หนักลมหายใจที่ติดขัดก็ทำให้เธอไม่อาจทำได้ดังใจนึก ร่างกายของเธอเจ็บปวดเป็นอย่างมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าเธอจมน้ำหรอกหรือ หรือว่ามีคนมาเจอและพยายามช่วยชีวิตเธออยู่กัน ให้ตายเถอะ!!..ไม่น่าโมโหจนลงมาว่ายน้ำดึก ๆ คนเดียวเลย
"แม่คะ..ฮื้อ ๆ ๆ แม่อย่าทำแบบนี้ ตื่นขึ้นมาเถอะค่ะ หนูสัญญาว่าจะไม่ดื้อ หนูกับอาเทียนจะเป็นเด็กดี อาเทียนทำไมแม่เป็นแบบนี้ แม่จะทิ้งเราไปเหมือนพ่อหรือเปล่าคะ ฉันกลัวจังเลย"
"ไม่หรอกอาหงอย่าพูดอย่างนั้น แม่แค่หลับเท่านั้นเดี๋ยวก็ตื่นแล้ว"
เสียงของสองพี่น้องยังคงดังต่อไปไม่หยุด ซูฮุ่ยหมิงได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รู้ทำ ร่างกายเธอถึงได้มีปฏิกิริยากับคำพูดของทั้งคู่แปลก ๆ หัวใจดวงนี้เหมือนจะเจ็บปวด จนหลั่งน้ำตาออกมา เธอรวบรวมพลังเฮือกใหญ่บังคับให้ร่างกายกระเด้งลุกขึ้นนั่ง ดวงตาเบิกโพลงหอบหายใจเข้าอย่างเหนื่อยอ่อน ทันทีที่เธอลุกขึ้นได้ เสียงที่ร้องไห้จนเจ็บปวดนั้นก็หยุดลง
"เฮ้อ..ฉันแค่ฝันไปนี่เอง" ซูฮุ่ยหมิงบอกกับตนเองด้วยความโล่งใจ ทว่าเมื่อหันหน้าไปทางขวา เธอก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ
"แม่คะ..แม่ตื่นแล้ว หนูคิดว่าแม่จะทิ้งหนูไปเหมือนพ่อเสียอีก ฮื้อ ๆ ๆ แม่อย่าหลับไปนานแบบนี้อีกได้ไหมคะ"
"อึก..พี่บอกแล้ว..ฟืด..บอกแล้วว่าแม่แค่หลับไป เฟยหงอย่ากอดแม่แน่นสิ แม่ไม่สบายอยู่นะ" เด็กชายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา เขาหันมายิ้มให้กับซูฮุยหนิงดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปทั้งดวง
"แม่ครับผมจะไปอุ่นยาให้แม่ใหม่ ถ้วยนี้เย็นแล้วแม่อย่ากินเลยครับ มันจะขมมาก แม่ไม่ยอมกินยาขมนี่ครับ" เด็กชายตัวน้อยลุกขึ้นยืน แผ่นหลังเหยียดตรงมองดูก็รู้ว่า พยายามจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่
"แม่!!..ฉันหรือจ๊ะ..พวกเธอเรียกฉันว่าแม่หรือ" เด็กทั้งสองชะงักนิ่ง เด็กชายที่ถือถ้วยยากำขอบถ้วยจนข้อนิ้วขาวซีด เขาค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองใบหน้าของแม่ ที่มองพวกเขาด้วยความสงสัย
ส่วนเด็กผู้หญิงที่กำลังกอดเธออยู่ผละตัวขึ้นมา เงยหน้ามองอย่างตื่นตระหนก หลังจากนั้นก็คว่ำปากลง พร้อมกับปล่อยโฮเสียงดัง
"แม่ไม่ต้องการพวกเราแล้วเหรอคะ ฮื้อ ๆ อย่าไม่ต้องการพวกเราได้ไหม พวกเราจะเป็นเด็กดี"
"แม่ครับผมจะทำหน้าที่แทนพ่อเอง ผมจะทำงาน จะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ตัดฟืน อย่าไม่ต้องการพวกเราเลยได้ไหม"
###############
มาแล้ววว เปิดเรื่องใหม่แล้วนะคะ เรื่องนี้จะแตกต่างกับเสี่ยวเจ๋อในเรื่องเก่าน๊าาา คนะละฟิวกันเลย แต่รับรองว่า เด็ก ๆ เขามีความน่ารักไม่แพ้กันจริง ๆ
เหมือนเดิมมมม รักกันชอบกัน อย่างลืมกดหัวใจและปาคอมเม้นท์มาเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ไรต์พยายามเขียนอย่างเต็มกำลังเลยค่ะ
ไม่อยากพลาดตอนต่อไป กดเข้าชั้นไว้เลยฮ่ะ ฝากเสี่ยวหงกับเสี่ยวเทียนไว้ในอ้อมใจแม่ ๆ ด้วยนะคะ
นิยายเรื่องนี้ไรต์เขียนเซ็ตเดียวกับเพื่อนนักเขียนอีก 2 ท่าน ไม่อยากพลาดทุกความสนุก ก็ตามลิงก์นี้มาน๊าาา
1. ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ต้ายวี่ (ไรต์เองคร้าา) ซึ่งก็คือเรื่องนี้
2. ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ชงเมิ่ง ตามได้ที่ลิงก์นี้
3. ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุค 80 เขียนโดย ฝออ้าย ตามได้ที่ลิงก์นี้
ตอนที่ 2 แม่หม้ายลูกแฝด
ตอนที่ 2 แม่หม้ายลูกแฝด
เพล้ง!!!..
เสียงแตกกระจายของถ้วยดินเผาตกกระทบพื้น พร้อมกับน้ำยาสีดำที่ไหลเจิ่งนอง ปู้เทียนเฟยแฝดพี่ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้น เศษกระเบื้องกรีดลงบนหัวเข่า เลือดสีแดงไหลออกมาจากบาดแผล ซูฮุ่ยหมิงเบิกตามองพร้อมกับเด้งตัวขึ้นหมายจะไปอุ้มเด็กชายขึ้นมา ทว่าบนร่างกายตัวเองก็มีร่างเล็ก ๆ ของเด็กหญิงห้อยติดอยู่ เธอชะงักนิ่งพลางยกคิ้วกำลังจะอุ้มเด็กหญิงลง ทว่าเสียงแหบพร่าของเด็กชายก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
"แม่ครับ..ไม่ต้องการพวกเราแล้วเหรอครับ พวกเราทำอะไรผิดหรือเปล่า แม่บอกพวกเราได้ไหมครับ" เฟยเทียนเงยหน้าขึ้นมอง สองมือกำแน่นวางอยู่บนหัวเข่าตนเอง ดวงตาของเขาแดงก่ำจนแทบจะเป็นสีเลือดเช่นเดียวกับหัวเข่านั้น
"แม่คะ..พวกเราจะออกไปขอเงินที่ตลาด พวกเราจะไม่ไปบ้านย่าอีก แม่อย่าเกลียดพวกเราเลยนะคะ" ปู้เฟยหงแฝดน้องกอดรัดร่างอรชรเอาไว้แน่น เด็กน้อยซบหน้าลงที่หัวไหล่พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลจนเปียกชุ่มไปที่เสื้อของคนเป็นแม่
"ต้องไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้ว เด็กดีลุกขึ้นมาก่อนได้ไหม ให้ฉันดูแผลเธอสิ หัวเข่าเลือดไหลไม่หยุดแล้ว" ซูฮุ่ยหมิงอุ้มเฟยหงนั่งลงที่เตียง และเดินไปอุ้มเฟยเทียนที่พื้นขึ้นมาอย่างเบามือ
มองเห็นเลือดสีแดงที่ไหลออกมา หัวใจก็บีบรัดอย่างหนักซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่า เพราะเหตุใดต้องรู้สึกเช่นนี้ เด็กทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกับเธอเลย อยู่ ๆ ซูฮุ่นหมิงก็ทรุดตัวนั่งลงตรงขาเล็ก ๆ ของเด็กทั้งสอง ภาพตรงหน้าพร่ามัว ศีรษะเอนซบลงบนเตียงเหมือนกับว่าหัวของเธอหนักจนไม่สามารถยกขึ้นได้ เด็กทั้งสองเห็นอย่างนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก ต่างก็ตะโกนร้องเรียกขึ้นมา ทว่าซูฮุ่ยหมิงยกมือขึ้นห้ามเอาไว้ เสียงโหวกเหวกของเด็กน้อยพลันเงียบลง พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของใครบางคนดังขึ้นมาแทน
"ไม่เป็นไรจ้ะ ขอฉันพักแป๊บเดียวนะ" เด็กหญิงเฟยหงยังคงสะอื้นจนตัวโยน ทว่าฝ่ามือด้าน ๆ ของพี่ชายก็วางลงที่มือเล็ก ๆ ของเธอ เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นพี่ชายพูดโดยไม่ออกเสียง
"อย่าร้องแม่ไม่ชอบ เดี๋ยวถูกตี" เฟยหงรีบฮึบตัวเองทันที เธอกัดริมฝีปากแน่น สองพี่น้องบีบมือกันส่งผ่านกำลังใจให้กันและกัน พร้อมทั้งก้มลงไปมองแม่ที่ยังคงนั่งฟุบหน้าบนขาของพวกเขา ด้วยความหวาดกลัว
ถึงแม้แม่จะชอบด่าและตีพวกเขาอยู่บ้าง แต่แม่ก็ไม่เคยทอดทิ้งพวกเขาไปไหน ครั้งนั้นย่าพยายามจะแยกเขาไปให้บ้านอารองเลี้ยง แม่ก็ไม่ยอมแม่บอกว่า เขากับเฟยหงเป็นฝาแฝดกันให้ตายอย่างไร ก็จะไม่ให้ใครมาแยกออกจากกัน ซึ่งต่อให้ใครต่อใครบอกกับเขาว่าแม่ไม่ดีอย่างไร ที่อยากเก็บเขาไว้เพื่อให้เขาหาเงินเข้าบ้าน แล้วอย่างไรล่ะ เขาเป็นผู้ชายคนเดียวของบ้าน ก็ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวไม่ใช่หรือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขากับน้องก็รักแม่มาก หากแม่อยากให้เขากับน้องไปขอเงินที่ตลาด เขาก็จะไป จะไม่ดื้ออีกแล้ว เฟยเทียนกำมือแน่นดวงตาคมเป็นประกายขึ้นมา มาดมั่นตั้งใจเอาใจแน่วแน่ต่อไปนี้จะต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เด็กทั้งสองจ้องมองแม่ที่ฟุบหน้าพลางตัวสั่น หัวเข่าที่เลือดไหลไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับหัวใจที่หวาดกลัวอีกแล้ว แม่อย่าเป็นอะไรเลย พ่ออย่าพาแม่ไปเลยนะ ขอร้องล่ะ…
ซูฮุ่ยหมิงหน้ามืดได้แต่ฟุบหน้าลง เรี่ยวแรงไม่มีหลงเหลืออยู่อีก ยิ่งภาพต่าง ๆ ไหลเข้ามาในหัวเธอมากเท่าไร เธอก็ยิ่งส่งเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดมากเท่านั้น น้ำตาไหลออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสาย เรื่องราวต่าง ๆ ผุดขึ้นมาดังดอกเห็ด ร่างกายที่อ่อนแอนี้ไม่ใช่ของเธอ แต่นับจากนี้ไปจะเป็นของเธอแล้ว เจ้าของร่างเดิมทิ้งร่างตัวเองไปแล้ว ทว่าวิญญาณกับยังคงร่ำไห้ ฝากฝังให้เธอดูแลเด็กทั้งสอง แน่นอนว่าเสียงนั้นเด็กน้อยย่อมไม่ได้ยิน เพราะมันดังแค่ในหัวเธอเท่านั้น
'ขอร้องล่ะฝากลูกฉันด้วย ฉันไม่สามารถอยู่กับพวกเขาได้อีกแล้ว'
'แล้วเธอจะไปไหน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันอยากกลับบ้าน ฉันไม่อยู่นะ ลูกเธอก็ดูแลเองสิ' ซูฮุ่ยหมิงตอบออกไปอย่างไม่ยินยอม พยายามมองจ้องผ่านความมืดหาหญิงสาวเจ้าของเสียงร้องที่น่าเวทนานั้น ไม่นาน!!…ร่างกายผอมแห้งใบหน้าซูบตอบก็ออกมาจากเงามืด ทว่าใบหน้านั้นเหมือนเธอยิ่งนัก หญิงสาวตกใจจนแทบจะหยุดหายใจ คนเรามันเหมือนกันได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
'ฉันไม่มีเวลาแล้ว เธอต้องดูแลเขาให้ดี รักพวกเขาแทนฉันด้วย ฉันเป็นแม่ที่ไม่ดีกับพวกเขาเลย ฉันไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว ถึงฉันจะเป็นแม่ที่ไม่ดี แต่วันที่ฉันคลอดพวกแกมา ฉันไม่เคยเสียใจเลย ตั้งแต่สามีตายทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ความจนมันกัดกินจิตใจฉันจนเผลอทำร้ายพวกแก ฉันเสียใจ ขอร้องล่ะทำหน้าที่แม่แทนฉันด้วย'
เงาร่างนั้นหยุดพูดพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งกอดตัวเองสะอื้นไห้ออกมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ซูฮุ่ยหมิงมองเห็นเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตของผู้หญิงคนนั้นจนหมด จะบอกว่าเธอเป็นแม่ไม่ดีก็ไม่ใช่ ยิ่งไม่ควรใช้คำว่าจนมาบิดเบือนจิตใจตัวเอง หากจะให้ซูฮุ่ยหมิงพูดจริง ๆ ละก็ บอกได้ว่าผู้หญิงคนนั้นสารเลวเป็นอย่างมาก คนเป็นแม่ไม่ควรทำอย่างนั้นกับลูกเธอไม่ยกเฟยเทียนให้ย่า เพราะคิดว่าลูกชายหาเงินเข้าบ้านได้ จิตใจที่รักลูกไปไหนหมด ชั่วเอ๊ย!!.. บังคับลูกไปขอทาน นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังผิดความเป็นมนุษย์อีกด้วย ทว่าก่อนที่จะได้ด่าออกไป วิญญาณน่ารังเกียจนั่นก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
'อีกอย่างเธอก็ไม่สามารถกลับไปโลกเดิมได้อีกแล้ว เพราะร่างกายเธอถูกฝังลงดินแล้ว เธอตายไปแล้ว ฉันมอบร่างกายให้เธอ แต่ขอแค่..ดูแลลูกฉันให้ดี ชดเชยสิ่งที่แม่ชั่ว ๆ อย่างฉันทำไม่ได้ ฝากเธอด้วย'
"ไม่!!..กลับมาก่อน มาคุยกันให้รู้เรื่อง!!…" เงาร่างนั้นลอยหายไปจากความคิด พร้อมกับเสียงเรียกอย่างไม่ยินดีของเธอ..
"แม่ครับแม่เรียกใครครับ" ซูฮุยหมิงดันตัวเองขึ้นมา อาการปวดหัวก่อนหน้านั้นพลันหายไปจนสิ้น เธอสบสายตาเข้ากับเด็กน้อยทั้งสอง ความหวาดกลัว ความสิ้นหวังสะท้อนออกมา อย่างปิดไม่มิด หญิงสาวส่งมือขึ้นไปวางบนศีรษะเล็ก ๆ ของทั้งคู่ ทว่าก็เหลือบเห็นบาดแผลบนหัวเข่าเลือดยังคงไหลออกมา พร้อมทั้งเศษกระเบื้องยังคาอยู่ เธอสูดลมหายใจเข้าสะท้านในอก
"ตายจริงเฟยเทียนแม่ขอโทษ ลูกเจ็บหรือเปล่า นั่งเฉย ๆ นะแม่จะทำแผลให้"
"แม่ครับผมไม่เจ็บ เดี๋ยวผมไปล้างน้ำเปล่าเองครับ แม่ขึ้นมานอนพักเถอะ และไม่ต้องขอโทษผม ผมทำตัวเอง" เฟยเทียนรีบดึงแขนเสื้อแม่ของเขาเอาไว้ เขากระโดดลงจากเตียงแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เจ็บเลยสักนิด ทว่าซูฮุ่ยหมิงก็ยังเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวของลูกชายอยู่ดี เฟยหงเห็นอย่างนั้นก็รีบขยับตัวเองจากเตียงบ้าง แม่จะได้นอนพัก
"ใช่ค่ะเดี๋ยวหนูจะไปช่วยอาเทียนทำแผลเอง แล้วเราค่อยต้มยาให้แม่ใหม่นะคะ แม่ขึ้นมานอนเถอะ" เฟยหงเขย่ามือแม่กระตุ้นให้ขึ้นมานอน
หัวใจซูฮุ่ยหมิงปวดหนึบไปหมด ยิ่งนึกถึงเรื่องที่เด็ก ๆ ต้องเจอเธอก็ยิ่งสงสาร เอาเถอะในเมื่อเธอกลับไปโลกเดิมไม่ได้แล้ว เช่นนั้นเด็กทั้งสองเธอจะเลี้ยงดูเอง เคยอ่านนิยายมาก็หลายเรื่อง คนอื่นทะลุมิติไปเป็นเมียท่านอ๋องบ้าง ไปเป็นเมียทหารบ้าง แต่เธอดันทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายลูกแฝด แถมผัวก็ถูกงูกัดตายตอนไปหาของป่าอีกด้วย เฮ้อ..จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน ชาติที่แล้วเธอพยายามจะมีลูกเป็นอย่างมาก แต่ก็ตรวจพบว่าเป็นหมัน ในเมื่อชาตินี้เธอมีลูกแล้ว สามีไม่ต้องมีก็ได้ เพราะถ้ามีจริง ๆ ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะต้องใช้ชีวิตกันยังไง หญิงสาวยิ้มออกมา ดวงตาทอประกายอ่อนโยน จนเด็กทั้งสองจ้องมองจนลืมหายใจ ตั้งแต่พ่อตาย แม่ก็ไม่เคยยิ้มอีกเลย ทั้งสองจ้องมองจนเหมือนคนโง่งม รอยยิ้มของแม่สวยถึงเพียงนี้ หากยิ้มบ่อย ๆ จะดีเพียงใดนะ
"เด็กดีเชื่อฟังแม่นะจ๊ะ เสี่ยวเทียนนั่งลงดี ๆ บนเตียง ดูสิเลือดไหลออกเยอะแล้ว และทีหลังห้ามคุกเข่าแรงแบบนั้นอีก ส่วนหนูเสี่ยวหง หนูต้องช่วยแม่จับตาดูพี่ชายให้ดี ๆ ถ้าลงจากเตียงละก็ ฮึม!!.." เด็กทั้งสองสะดุ้งกับคำขู่ของแม่ ทว่าเสียงหัวเราะที่สวนทางกับคำขู่ก็ทำให้เด็กน้อยงงเป็นอย่างมาก ตกลงแม่โกรธหรือไม่โกรธกันนะ แต่ทั้งคู่ก็ชอบที่แม่ห่วงใยแบบนี้เหลือเกิน ยิ่งได้ยินคำว่าเสี่ยวเทียน เสี่ยวหง ที่แม่ไม่เคยเรียกมาก่อน หัวใจเล็ก ๆ ก็เต้นแรงขึ้นมา คำเรียกของแม่ ดูรักพวกเขาเป็นอย่างมาก อยากให้แม่เรียกแบบนี้ตลอดไปจังเลย…
###################
เด็ก ๆ ไม่ต้องกลัวนะ หนูได้แม่ไหมณ.บัดนาววว มาเอาใจอาหมิงกับต้าวแฝดกันด้วยนะคะ น้องหมิงแอบบ่น ทะลุมิติมาทั้งทีดันเป็นแม่หม้าย ไหนเมียอ๋องอย่างในนิยายล่ะอยู่หน่ายย 5555 เอ็นดูนางเนอะ
เหมือนเดิมมม…รักกันชอบกันอย่าลืมเติมกำลังใจให้กันนะคะ ขอเพียงแค่หัวใจดวงน้อย ๆ และคอมเม้นท์สักอัน สติกเกอร์ก็ได้ แค่นี้ไรต์ตัวอ้วน ๆ ก็มีกำลังใจเหลือล้นแล้วค่ะ
และที่สำคัญคัญ หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนท์ของแม่ ๆ ต้าวแฝดทุกทุก จะช่วยดันเด็ก ๆ ให้ขึ้นมาอันดับต้น ๆ ในหน้าใหม่มาแรง ตอนนี้แฝดอยู่หน้า 2 แล้วน๊าาา ต้องขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ
ไรต์เขียนไปได้ 70 % แล้วค่ะ อีก 30 % ก็จบแล้ว เรื่องนี้จะยาวกว่าเรื่องเก่าค่ะ ยังไงก็ฝากเอ็นดูต้าวแฝดของอาหมิงด้วยน๊าาาาา
รัก….
ตอนที่ 3 ต่างก็เยียวยาหัวใจกัน
ตอนที่ 3 ต่างก็เยียวยาหัวใจกัน
เฟยเทียนนั่งมองผ้าเช็ดหน้าที่มัดอยู่บนหัวเข่าตัวเอง เขายังจำสัมผัสของมือแม่ได้อยู่เลย แม่ทำแผลให้เขาด้วยล่ะ มือนิ่มมากจนไม่รู้สึกถึงเจ็บเลยสักนิด ตั้งแต่เกิดมาเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกหรือเปล่านะที่แม่ไม่ด่า และยังช่วยทำแผลให้อีกด้วย ริมฝีปากเด็กชายโค้งขึ้น สักเดี๋ยวก็หุบลง มือทั้งสองเดี๋ยวกำเดี๋ยวปล่อยทั้งตกใจ ทั้งดีใจ และก็กลัว กลัวว่ามันจะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น หากตื่นมาก็ยังเป็นเขาที่ต้องทำแผลเอง ดูแลตัวเองเหมือนเดิม อาการของเฟยเทียนแสดงออกมาจนเฟยหงขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย พี่ชายเจ็บแผลจนบื้อไปแล้วหรือ
"อาเทียนเป็นอะไร เดี๋ยวร้องเดี๋ยวยิ้มอยู่ได้ นายเจ็บแผลมากเลยเหรอ เดี๋ยวฉันจะไปต้มยาให้นะ" เฟยเทียนสะดุ้งเฮือกขึ้นมา พร้อมกับอาการเก้อเขิน ใบหน้าเล็ก ๆ พยายามปั้นขรึมให้ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่เหมือนที่เขาชอบทำมาเสมอ เด็กชายเชิดหน้าขึ้นพลาง ตอบแฝดน้อง
"ใครร้องกัน..พี่เป็นผู้ชายไม่ร้องไห้หรอก" เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าจะร้องไห้ ไม่ยอมรับก็ช่าง เธอไม่สนหรอกคนปากแข็ง เฟยหงคว่ำปากลงก่อนจะแอบมองไปที่บาดแผลนั้น ในใจก็เป็นห่วงยิ่งนัก เธอยกมือไปขยับเก้าอี้ออกมาแต่สายตายังคงสอดส่อง สอดไม้กวาดไปกที่ใต้โต๊ะกวาดเศษฝุ่นออกมา เสร็จแล้วก็ดันกลับเข้าไปใหม่ และกวาดไปกองรวม ๆ กัน จากนั้นก็เดินไปหยิบที่โกยมากวาดใส่ และขยับไปกวาดที่อื่น จนทั่วห้อง
เฟยเทียนถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินมาก จึงได้นั่งมองน้องสาวทำงาน ในใจก็รู้สึกผิด เขาเป็นพี่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนในบ้าน จะนั่งขี้เกียจอยู่ได้ยังไง เด็กชายขยับตัวลงจากเตียง ทว่าเพียงแค่ขาสัมผัสพื้น ก็นิ่วหน้าขึ้น ไม่คิดว่าบาดแผลเล็ก ๆ จะเจ็บได้ถึงขนาดนี้
"อาหงมานี่พี่กวาดเอง เธอไปเอาผ้ามาเช็ดฝุ่นเถอะ แม่บอกให้เปิดหน้าต่างไล่กลิ่นอับด้วย หรือในบ้านเราเหม็นนะ"
"ไม่ต้องหรอกอาเทียน เอ๊ะ!!..นั่งลงไปเดี๋ยวนี้นะ!!.. แม่บอกให้นายนั่งเฉย ๆ ไม่ใช่เหรอ แผลที่หัวเข่าลึกระวังเถอะ มันจะไม่หาย ถึงตอนนั้นถูกตัดขาทิ้งขึ้นมา ได้เป็นคนพิการแน่ แล้วนั่นนายยังเจ็บอยู่หรือเปล่า" เฟยเทียนได้ยินแบบนั้นก็ตื่นตระหนกรีบนั่งลงไปเหมือนเดิม ทว่าริมฝีปากเล็กก็แค่นเสียงหัวเราะขึ้นมา กลบเกลื่อนความเจ็บและความกลัว ปิดบังไม่ให้น้องสาวรู้ เขาเป็นพี่ชายจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด
"เฮ่อะ!!..ลูกผู้ชายเจ็บไม่เป็นหรอกนะ พี่ไม่ใช่ผู้หญิงเสียหน่อย แผลเล็ก ๆ ไกลหัวใจไหนเลยจะเจ็บได้" ซูฮุ่ยหมิงได้ยินสองพี่น้องโต้ตอบกันตั้งแต่หน้าประตูแล้ว เธออดจะเอ็นดูไม่ได้ คนหนึ่งก็อ่อนโยนไร้เดียงสา อีกคนก็แข็งแกร่งเหลือเกิน แต่ดูแล้วทั้งสองก็หลอมรวมเข้ากันอย่างลงตัว
"จ้า ๆ คนเก่งของแม่ เสี่ยวเทียนเก่งที่สุด ไม่เจ็บสักนิดเลยใช่ไหมล่ะ เสียวหงหนูว่าพี่ชายหนูเก่งไหมจ๊ะ" ไม่รู้ว่าแม่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร ได้ยินเขากับน้องสาวพูดไปถึงไหน เฟยเทียนที่เพิ่งบอกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่กลับก้มหน้าลง ใบหูแดงก่ำเขินอายจนไม่กล้าสบตา ซูฮุ่ยหมิงยิ้มขำออกมา เฮ้อ..ทำไมเด็กคนนี้มันน่ารักได้ขนาดนี้นะ
"เก่งค่ะอาเทียนเก่งที่สุด แต่แม่คะแล้วหนูไม่เก่งเหรอคะ หนูก็ทำงานบ้านได้เหมือนกันนะ" เฟยหงก้มหน้ากำชายเสื้อตนเอง เสียงแง่งอนจนคนเป็นแม่อ่อนใจ
ซูฮุ่ยหมิงยกถาดใส่อาหารไปวางบนโต๊ะ เธอเดินไปดึงไม้กวาดที่มือลูกสาวออก และอุ้มเด็กหญิงขึ้นมา ไปนั่งข้าง ๆ เฟยเทียนที่นั่งเกร็งอยู่บนเตียง หญิงสาวยื่นมือไปโอบลูกชายมาซบหน้าอก โดยที่ยังมีลูกสาวนั่งอยู่บนตัก ฮุ่ยหมิงกดหัวลูกสาวให้ซบลงที่ซอกคอ ทั้งเฟยหงและเฟยเทียนต่างก็ตกใจจนตัวแข็ง ไม่กล้ากระดุกกระดิก เด็กน้อยกลั้นหายใจกลัวว่า หากเผลอหายใจแรง ๆ อ้อมกอดอุ่น ๆ นี้จะหายไป แม่จะผลักทั้งคู่ออก และบ่นว่าอึดอัดไม่ชอบให้กอดเหมือนทุกครั้งที่เด็ก ๆ กอดแม่ ซูฮุ่ยหมิงมือสั่นจนปวดใจ เธอสูดลมหายใจเข้า เกลียดชังแม่จริง ๆ ของทั้งคู่เป็นอย่างมาก เลวร้ายขนาดไหนกัน แม้แต่กอดลูก ลูกยังกลัวขนาดนี้
"หนูก็เก่งจ๊ะ เสี่ยวหงกับเสี่ยวเทียนของแม่เก่งที่สุดเลย และแม่ก็รักพวกหนูที่สุดเลยด้วย" ซูฮุ่ยหมิงรับรู้ถึงแรงสั่นจากร่างกายของเด็กทั้งสอง เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น ก้มลงไปจูบที่กลางหัวของเด็กทั้งสอง พลางขยับตัวอุ้มเฟยหงลงไปนั่ง และตนเองก็ลงไปคุกเข่าตรงหน้าลูก ๆ ทั้งสอง ดึงมือทั้งคู่มากุมเอาไว้ สองมือเล็กหนึ่งมือใหญ่ประสานเป็นหนึ่ง กลิ่นอายความรัก ความอบอุ่นกระจายไปทั่วบ้าน
"เสี่ยวเทียน เสี่ยวหง เมื่อก่อนแม่เอาแต่เสียใจเพราะพ่อของลูกจากไปกะทันหัน ทำให้แม่ตั้งตัวไม่ทัน แม่ปล่อยให้ความเสียใจทำร้ายทั้งตัวเองและก็พวกลูก หลังจากที่แม่หลับไปสองวัน แม่คิดได้แล้วจ้ะ แม่เกือบจะตายไปแล้ว โชคดีที่พ่อของลูกพาแม่กลับมาส่ง ที่ผ่านมาแม่ขอโทษนะ พวกเรามาเริ่มต้นใหม่กันดีไหม" เพราะไม่รู้จะพูดยังไง จึงได้อ้างปู้อันผัวเก่าของร่างนี้ขึ้นมาอย่างนั้น หากเธอเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม เด็ก ๆ อาจจะสงสัย
"แม่คะ..เฟยหงไม่โกรธแม่ หนูรักแม่ค่ะ รักที่สุด"
"ผม..อึก..ผมก็รักแม่ พวกเราไม่เคยโกรธแม่เลย แม่อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ อย่าร้องไห้เลย พวกเรารักแม่" คนที่บอกไม่ให้แม่ร้องไห้ แต่ตัวเองกลับน้ำตาไหลอาบแก้ม ซูฮุ่ยหมิงโอบกอดเด็กทั้งสองเอาไว้ เฟยหงกับเฟยเทียนก็กอดแม่ของเขาเช่นกัน สามคนแม่ลูกต่างก็ร้องไห้กันออกมา ทว่าเป็นน้ำตาครั้งนี้ เป็นน้ำตาแห่งความปลดปล่อย และเป็นนิมิตแห่งการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง และเธอขอสาบานว่า ชีวิตนี้เธอจะทำให้ความเป็นอยู่ของลูกดีขึ้นให้ได้
เฟยเทียนกับเฟยหงดีใจที่แม่บอกรัก และยังกอดพวกเขาอีกด้วย ส่วนซูฮุ่ยหมิงก็ร้องไห้เพราะความสงสาร และนอกจากนั้น เธอยังเริ่มหลงรักทั้งคู่จากใจจริง เธอไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นกับเด็ก ๆ ยังไง หากเธอเปลี่ยนไป เฟยหงอาจจะไม่รู้ แต่เฟยเทียนย่อมรู้แน่ อย่าได้ดูถูกว่าเขายังเด็กเชียว เท่าที่เธอเห็น เด็กคนนี้ทิ้งความเป็นเด็กไปหมดแล้ว น่าสงสารเหลือเกิน อายุน้อยเพียงเท่านี้ แต่กลับมีความรับผิดชอบยิ่งกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก
"เอาล่ะ ๆ อย่ามัวร้องไห้กันอยู่เลย แม่ต้มบะหมี่มาให้ลูก ไปกินกันก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเย็นชืดแล้วจะไม่อร่อย" หญิงสาวจูงมือลูกทั้งสองไปนั่งบนโต๊ะ แจกจ่ายบะหมี่ออกไปตรงหน้าของเด็ก ๆ คนละถ้วย ของเธอเองอีกหนึ่งถ้วย
กลิ่นหอมของน้ำซุปโชยเข้าจมูก เมื่อสักครู่ไม่ทันได้กลิ่น ทว่าเมื่อใจปลอดโปร่งแล้ว จมูกกับไว้นัก เฟยหงทำจมูกฟุตฟิต พร้อมกับน้ำลายที่หยดลงบนหลังมือตนเอง เฟยเทียนเห็นอย่างนั้นก็เบ้หน้าอย่างรังเกียจ
"อาหงเธอเป็นผู้หญิงผู้หรือเปล่า น่ารังเกียจเสียจริงเช็ดน้ำลายหน่อยเถอะ"
จ๊อก!!..
ทว่าคนที่ต่อว่าน้องสาวว่าน่ารังเกียจ ท้องน้อย ๆ ก็กลับส่งเสียงประท้วงขึ้นมา เด็กชายก้มหน้าลงจนปลายคางชิดหน้าอก ทั้งหน้าและหูแดงก่ำจนแทบไหม้ เฟยหงเบิกตาขึ้นก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
"ฮ่า ๆ ๆ ว่าแต่ฉัน นายเองก็หิวใช่ไหมล่ะอาเทียน" ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะของน้องสาว คนเป็นพี่ก็ยิ่งก้มหน้าลงไปมากกว่าเดิม
"ฮ่า ๆ ๆ ลูกทั้งสองนี่ตลกจริง ๆ เอาล่ะ ๆ เสี่ยวหงอย่ามัวแต่หยอกล้อพี่ชายหนูเลย เสี่ยวเทียนก็เลิกอายได้แล้ว มากินกันดีกว่า ตอนนี้บ้านของเขาไม่มีของกินดี ๆ หลงเหลืออยู่เลย แม่ค้นหาของกินได้เท่านี้ ลูกกินไปก่อนนะ เอาไว้ให้แม่หาทางได้ แม่จะทำของอร่อย ๆ ให้ลูกกิน"
เฟยเทียนกับเฟยหงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ไม่ว่าแม่จะทำอะไร พวกเขาก็พร้อมที่จะเชื่อฟัง และทำตามทุกอย่าง ซูฮุ่ยหมิงเห็นเด็ก ๆ พยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวเปลือกก็หัวเราะจนน้ำตาคลอ ทำไมเด็กสองคนนี้น่ารักได้ขนาดนี้ และที่สำคัญเด็กที่น่ารักขนาดนี้ เป็นของเธอแล้ว
"กิน ๆ ลองชิมสิ ฝีมือแม่จะถูกปากลูก ๆ หรือเปล่า" เด็กน้อยต่างก็คีบบะหมี่เข้าปาก ทันทีที่เส้นลื่นไหลเข้าไป ทั้งคู่ก็เบิกตาขึ้น พร้อมกับน้ำตาที่ฉ่ำคลอ ทั้งคู่พร้อมใจกันยกถ้วยขึ้นมา คีบเข้าปากอย่างรวดเร็ว ซดน้ำซุปดังอึก ๆ ท่าทางสีหน้าและแววตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน สมกับที่เป็นฝาแฝดกันจริง ๆ ต่อให้ไม่มีคำพูดใดสักคำ ดูจากการกระทำก็รู้ว่าพวกเขาชอบบะหมี่ของแม่แค่ไหน คนเป็นแม่มือใหม่อย่างเธอ ตื้นตันไปทั้งใจ ถึงแม้ในชามจะเป็นเพียงบะหมี่น้ำใสกับผักไม่มีแม้แต่เนื้อสักชิ้นก็ตาม เด็ก ๆ ก็ยังชอบมากขนาดนี้
"กินช้า ๆ หน่อย ระวังติดคอนะ ไม่ต้องรีบ ๆ ถ้าไม่อิ่มแม่จะทำเพิ่มให้" ซูฮุ่ยหมิงยิ้มออกมา นั่งเท้าคางมองลูกของเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย ชีวิตนี้ไม่ได้สิ้นหวังเสียทีเดียว อย่างน้อย ๆ เธอก็ยังมีเด็กทั้งคู่ ไม่ใช่เพียงเด็ก ๆ ที่ต้องพึ่งพิงเธอ เธอเองก็เอาทั้งคู่เยียวยาหัวใจเช่นกัน เอาเถอะชีวิตที่นี่ก็ไม่แย่ไปเสียทีเดียว อย่างน้อย ๆ เธอก็มีลูกที่น่ารักอย่างนี้
#############
เสี่ยวหงกับเสี่ยวเทียนน่ารักขนาดนี้ แม่หมิงจะไม่รักไหวเหรอ ฝากแม่ ๆ เอาไว้ช่วยครอบครัวนี้ด้วยนะคะ แม่หม้ายลูกสองจะใช้ชีวิตกันยังไง มาเอาใจช่วยกันคร้าาา ใด ๆ คือพี่เทียนฮีแมนมากนะ 555
เหมือนเดิมมมม รักกันชอบกันอย่าลืมเติมกำลังใจให้กันนะคะ ขอเพียง 1 หัวใจ 1 คอมเม้นท์ ก็ทำให้ใจไรต์ฟูฟ่องไปทั้งใจแล้ว และที่สำคัญ 1 คอมเมนท์ของทุกคนจะช่วยผลักดันให้ต้าวแฝดขึ้นไปอยู่ในดันดับบน ๆ อีกด้วย อย่าลืมปากำลังใจให้กันด้วยน๊าาาา
และขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และหัวใจจากทุกคนค่ะ ไรต์อ่านทุกข้อความเลย และจะตอบกลับทุกคนนะคะ รักที่สุด แม่ต้าวแฝด