โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

AWC รบทุกสนามอสังหาฯ รุกแบรนเดดเรสซิเดนซ์-ออฟฟิศ 2.7 แสน ตร.ม.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2566 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2566 เวลา 01.10 น.

“เอ็มไพร์ เรสซิเดนซ์” หนึ่งในอาณาจักรธุรกิจภายใต้ AWC-Asset World Corp กำลังนำเสนอโมเดลธุรกิจแห่งแรกในโลก ปักหมุดที่กรุงเทพฯ สู่การยกระดับเป็นมหานครไลฟ์สไตล์ระดับโลก

ถ้าว่ากันตามเนื้อผ้า เอ็มไพร์ทาวเวอร์เป็นสำนักงานให้เช่าหรือออฟฟิศบิลดิ้ง ที่มีความสูง 50 ชั้น ขนาดใหญ่กว่า 3 แสน ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ออฟฟิศครึ่งหนึ่ง หรือ 1.5 แสน ตร.ม. ขนาดใหญ่มากพอที่จะเนรมิตอะไรก็ได้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้เช่า

ประวัติการรีโมเดลเอ็มไพร์เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2011 หรือปีน้ำท่วมใหญ่ 2554 ที่มีการลงทุน 1,000 ล้านบาท อัพเกรดจากออฟฟิศปกติให้เป็นออฟฟิศ+รีเทล ผู้เช่าหรือ Tenant มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต

ล่าสุดการรีโมเดลเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงรอยต่อปี 2566-2567 ลงทุนเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท อัพเกรดจากการเป็นเซอร์วิสออฟฟิศ ที่ไม่ใช่แค่ “Coworking” แต่ก้าวกระโดดไปสู่บิสซิเนสโมเดลในการนำเสนอให้เป็น “Coliving” นำโจทย์การใช้ชีวิตในที่พักอาศัย มาเติมเต็มให้กับการใช้ชีวิตในที่ทำงาน เพราะตระหนักดีว่าทุกวันนี้ คนเราใช้เวลาในออฟฟิศเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ไปแล้ว

โคลิฟวิ่งสเปซสูงที่สุด ชั้น 53

ผู้บริหารสูงสุด“วัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ช่วงปลายธันวาคม 2566 ถือเป็นมิติใหม่ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ในการรวมประสบการณ์บ้าน-โรงแรม-อาคารสำนักงาน เข้าเป็นรูปแบบ Coliving Collective : Empower Future ในการเพิ่มพลังการใช้ชีวิตและการทำงาน และเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประเทศไทยตอบโจทย์ Workplace Destination

โดย AWC เปิดมาตรฐานใหม่ภายใต้ชื่อโปรเจ็กต์ “The Empire Residence” นำเสนอพื้นที่บ้านให้กับทุกคนในอาคารเอ็มไพร์ ได้เชื่อมต่อประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตในหลากหลายไลฟ์สไตล์ครบครัน

ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคตขององค์กรชั้นนำระดับโลก ที่กำลังมองหาออฟฟิศยุคใหม่ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางขององค์กรและพนักงานจากทั่วโลก

The Empire Residence ตั้งอยู่บนชั้น 53 ของอาคารเอ็มไพร์ ด้วยพื้นที่แบบ Coliving กว่า 1,500 ตร.ม. ที่มีขนาดใหญ่และไม่เหมือนที่ไหนในอุตสาหกรรมอาคารสำนักงานในประเทศไทย เป็นจุดเทกวิวของกรุงเทพฯจากมุมสูง เปิดโอกาสให้ผู้เช่าทุกรายสามารถเข้าถึงพื้นที่สร้างสรรค์แห่งนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

มหานครไลฟ์สไตล์ระดับโลก

ทั้งนี้ อาคารเอ็มไพร์ ได้เปิดให้บริการ Cafe Pittore ร้านคาเฟ่สไตล์อิตาเลียนที่นำเสนอกลิ่นอายในแบบเอเชีย บริเวณชั้น G ในรูปแบบล็อบบี้เลานจ์ เปิดให้บริการแก่ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน รองรับการนัดประชุมงาน พักผ่อน หรือนั่งทำงานระหว่างวัน บริการอาหารและเครื่องดื่มที่เรียบง่ายด้วยการบริการระดับโรงแรม

สเต็ปถัดไป อาคารเอ็มไพร์ ยังได้เริ่มเปิดพื้นที่ “EA Rooftop at The Empire” จุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มบนรูฟท็อปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บริเวณชั้น 55-60

ประกอบด้วย “EA Gallery” ชั้น 55 แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ร้านอาหารและคาเฟ่กับทัศนียภาพที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ที่ทยอยเปิดร้านคาเฟ่และร้านอาหารตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 และจะเปิดเต็มรูปแบบในไตรมาสแรกปี 2567

และ “EA Chef’s Table” ชั้น 56 ห้องอาหารไทยบนรูฟท็อปแห่งแรก โดยเชฟมิชลินสตาร์ “เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร” และห้องอาหารจีนที่อยู่สูงที่สุดในไทย โดย “เชฟวิคกี้ เชง”

และ “Nobu Bangkok” ชั้น 57-58 และ “Nobu Bangkok Rooftop Bar” ชั้น 60 ห้องอาหารและบาร์ภายใต้แบรนด์ Nobu ที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงยังเป็นห้องอาหาร Nobu แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าและพนักงานภายในอาคารเอ็มไพร์ ได้อย่างครบวงจร ภายในไตรมาส 3/67

ใช้ชีวิตสะดวกสบายไร้รอยต่อ

สำหรับอาคารเอ็มไพร์ การเปิดตัว Coliving รูปแบบใหม่ในวันนี้ มอบสิทธิประโยชน์จาก “AWC Infinite Lifestyle” (AWI) และแอปพลิเคชั่น “Pikul” เชื่อมโยงผู้เช่าและนักเดินทางเข้ากับเครือข่ายทั้งหมดของกลุ่มโรงแรม ห้องอาหารในเครือ AWC มอบประสบการณ์ลูกค้าเพลิดเพลินไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน ทั้ง “Office-Home-Hotel-Retail” ได้อย่างไร้รอยต่อในสัมผัสเดียว ไม่ว่าจะเป็น การเข้าอาคาร การจองห้องประชุม และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

อาคารเอ็มไพร์เตรียมเพิ่มดีกรีด้านการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ บริการนำรถไปจอด (Valet Parking) เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ (Drop-off Concierge) บริการ Room Service และแผนกต้อนรับลูกค้า (Guest Reception) เป็นต้น

“การเปิดตัว The Empire Residence และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ มากมายในอาคารเอ็มไพร์ ในวันนี้ นอกจากเปิดตัวแลนด์มาร์กแห่งใหม่ตลาดออฟฟิศบิลดิ้งในกรุงเทพฯ ยังแสดงถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ AWC ในการเปิดประสบการณ์อาคารเอ็มไพร์ ให้เป็นจุดหมายปลายทางการทำงานผสานไลฟ์สไตล์แบบ AWC’s Lifestyle Workplace Destination ในรูปแบบที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน”

อัพเกรดออฟฟิศ 2.7 แสน ตร.ม.

สำหรับพอร์ตออฟฟิศบิลดิ้งในเครือข่าย AWC มี 4 แห่งด้วยกัน 1.เอ็มไพร์ทาวเวอร์ หัวมุมถนนสาทรตัดกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 2.แอทธินีทาวเวอร์ ถนนวิทยุ 3.โครงการ 208 ถนนวิทยุ ติดกับ
สถานทูตสหรัฐอเมริกา 4.อินเตอร์ลิงก์ทาวเวอร์ ถนนบางนา-ตราด พื้นที่ออฟฟิศให้เช่ารวมกัน 2.7 แสน ตร.ม.

“…ตอน IPO เข้าตลาดหุ้น AWC เราเป็น largest office owner ใหญ่สุดในประเทศไทย ตอนนี้ก็ยังใหญ่สุด ก่อนที่วัน แบงค็อก จะเปิดให้บริการ (หัวเราะ)”

คำกล่าวปนเปื้อนรอยยิ้มเพราะโครงการวัน แบงค็อก ก็เป็นของตระกูลสิริวัฒนภักดี ที่กำลังก่อสร้างออฟฟิศบิลดิ้ง 5 อาคาร พื้นที่รวมกันอีก 5 แสน ตร.ม. ตามแผนคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการในปี 2567-2568 เป็นต้นไป

แต่ทว่า ถึงแม้จะเป็นออฟฟิศใหม่ที่มาจากกลุ่มธุรกิจเดียวกัน แต่ก็มีดีกรีของการแข่งขันออฟฟิศบิลดิ้งยุคใหม่ จำเป็นจะต้องเติมเต็มไลฟ์สไตล์เซอร์วิสเพื่อสร้างความน่าดึงดูดใจให้กับผู้เช่า

“วันนี้การเช่าออฟฟิศสเปซ ผู้เช่าต้องดูแลผู้บริหาร พนักงาน stakeholder วันนี้เราจึงมองผู้เช่าเราเป็นพาร์ตเนอร์ เขาต้องเอ็นจอยเขาถึงอยากมาใช้ชีวิต มาอยู่ในตึกของเรา ในสเปซของเรา เหมือนเวลาเราพูดถึงรีเทล ผู้เช่าก็คือพาร์ตเนอร์ แล้วเขาจะชวนลูกค้ามาเดินในพร็อพเพอร์ตี้เรา ก็เกิดมูลค่าจับจ่ายใช้สอย ทุกคนร่วมเติบโต แล้วเราจะตอบโจทย์ผู้บริหาร พนักงานของ Tenant เราจะดูแลยังไง ก็เลยเป็นโมเดลพัฒนาคอนเซ็ปต์ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในที่ทำงานแต่เหมือนอยู่บ้าน”

ปีนี้และปีหน้าเริ่มต้นอัพเกรดออฟฟิศที่อาคารเอ็มไพร์ก่อน สเต็ปถัดไปเป็นการเติมเต็มโซนล็อบบี้เลานจ์ในแอทธินีทาวเวอร์ ซึ่งถือเป็นไมเนอร์เชนจ์ และจะมีบิ๊กไมเนอร์เชนจ์เกิดขึ้นที่อินเตอร์ลิงก์ทาวเวอร์ ตามแผนเตรียมใส่โมเดลฟู้ดไลฟ์สเปซ เหมือนเราไปทำงานที่คาเฟ่ บรรยากาศ Sitting รายล้อมด้วยบริการอาหารและเครื่องดื่ม

“โซนบางนามีฟู้ดเลานจ์ให้บริการแต่กระจัดกระจายอยู่หลายโซน กลายเป็นข้อจำกัด ก็เลยบอกทีมงานไปว่าถ้าคนมานั่งทำงานที่อินเตอร์ลิงก์ ต้องมีสถานที่ให้เขาเอ็นจอยกับการใช้ชีวิตได้ตลอดวัน”

จ่อบุก Branded Residence

บิสซิเนสโมเดลมาจบที่การลงทุนเรสซิเดนเชียล แต่ไม่ใช่การซื้อขายแบบโอนกรรมสิทธิ์ทั่ว ๆ ไป หากแต่จับจุดแข็งของการอินเวนทอรี่ห้องพักโรงแรม นำเสนอฟังก์ชั่นห้องพักให้เหมือนกับอยู่บ้านพักอาศัย พ่วงด้วยประสบการณ์โรงแรมระดับไฮเอนด์ กลายเป็นโมเดลยอดฮิตที่เรียกว่า Branded Residence ที่พักอาศัยพ่วงบริการโรงแรม

“ตอนนี้เรามีโมเดลแบรนเดดเรสซิเดนซ์ เรามีอินเวนทอรี่ที่เราเสริมประสบการณ์โรงแรม คนที่มาท่องเที่ยวเราอยากโปรโมตอยู่ยาว เราได้กลุ่มอยู่ยาวเกิน 5 วัน เราก็แฮปปี้แล้ว แต่ตอนนี้เริ่มมีอยู่ 1 สัปดาห์ 1 เดือน เราก็มีห้องให้ด้วย ทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ไฮสเปนดิ้ง และอยากอยู่ยาว มาทั้งทีเขาทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทำอยู่ในโรงแรมก็ได้ ซึ่งโครงการใหม่ AWC เราจะเติมห้องพักแบบ 2-3 เบดรูมมากขึ้น”

เหตุผลที่นิยามว่าการนำห้องพักโรงแรมมาเสนอแพ็กเกจเป็นแบรนเดดเรสซิเดนซ์ คำนิยามคือ “เพราะว่าเราเป็นแบรนด์โรงแรม และเราก็ทำโมเดลเป็นห้องพักเช่าเป็นเรสซิเดนซ์ ใบอนุญาตเราเป็นโรงแรม ซึ่งโรงแรมปกติจะเป็นห้องธรรมดา แล้วก็มีห้องสวีตบ้าง แต่โรงแรมในรูปแบบใหม่ เราจะใส่แพนทรี่ ใส่ประสบการณ์ที่เอ็นจอยได้มากกว่ามาพักโรงแรมเข้าไปด้วย ฉะนั้นจะเพิ่มแวลูและเพิ่มประสบการณ์”

คำถามสุดท้ายเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุน คำตอบสำเร็จรูปคือ ทั้งหมดที่กำลังจะเดินในปี 2567 ลงทุนรวม 18 โครงการทั้งเล็กและใหญ่ ในภาพรวมอยู่ในแผนลงทุน 5 ปี วงเงิน 1 แสนล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...