โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาส่อง! vvvvvvvvvyihfhjj นักล้างจานตัวยงวัย 18 ปี เขียนนิยายคลายเครียดจนติดมหาลัย

Dek-D.com

อัพเดต 05 มี.ค. 2565 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2565 เวลา 09.00 น. • DEK-D.com
เมื่อนักล้างจานเลิฟเวอร์วัย 18 อยากทำตามความฝันเป็นนักเขียนนิยาย เธอจึงเริ่มเขียนนิยายตอนเตรียมสอบเข้ามหาลัย เธอทำยังไงกันนะถึงได้ เตรียมสอบ ล้างจานและแต่งนิยายไปพร้อม ๆ กันได้

ช่วงนี้น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหา'ลัยคงจะเครียดและกังวลกับผลสอบกันอยู่ใช่ไหมคะ วันนี้พี่เบียร์มีงานอดิเรกที่จะช่วยคลายเครียดมานำเสนอ นั่นก็คือ การแต่งนิยายออนไลน์ นั่นเองค่ะ

พี่เบียร์แนะนำงานอดิเรกนี้เพราะว่าในเว็บไซต์เด็กดีก็มีนักเขียนวัยเรียนมาเขียนนิยายคลายเครียดกันเยอะมากๆ และหนึ่งในนั้นก็มี น้องใบตองนักเขียนมือใหม่วัย 18 ปี ที่หันมาแต่งนิยายคลายเครียดจากการสอบ แต่กลับได้ผลลัพธ์เกินคาด เพราะเธอสามารถสร้างรายได้จากนิยายได้ถึงห้าหลัก!

น้องใบตองเล่าให้พี่เบียร์ฟังว่า ก่อนที่เธอจะมาแต่งนิยายคลายเครียด เธอมีงานอดิเรกที่ชอบมากๆ นั่นก็คือการล้างจานค่ะ เรียกได้ว่าเป็นล้างจานเลิฟเวอร์เลย แต่การล้างจานไม่ได้ทำให้เธอหายเครียดจากการเรียนได้เลยค่ะ เธอเลยหันมาลองแต่งนิยายออนไลน์ แล้วเขียนเรื่อง ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงินจากแรงบันดาลใจสุดปัง ที่ใครอยากรู้ต้องเข้าไปอ่านในบทความนี้กันเลย นอกจากนี้ นิยายเรื่องนี้ ยังน่าสนใจตรงที่เป็นนิยายจีนแต่อ่านแล้วได้กลิ่นอายความเป็นอีสานนี่แหละ แปลกและแหวกแนวขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่นักอ่านจะพร้อมเปย์จนสร้างรายได้ให้เธอมากถึงห้าหลัก!

ว่าแล้ว ก็มาตามส่องชีวิตนักเขียนของน้องใบตองกันดีกว่าค่ะ ดูสิว่านักเขียนมือใหม่ที่ต้องติวหนังสือทุกวัน ล้างจานทุกวัน แถมยังต้องแบ่งเวลามาแต่งนิยายทุกวัน เธอจะหัวหมุน หรือสนุกกับงานอดิเรกอยู่กันแน่!!!

ฝันอยากเป็นนักเขียน แต่ต้องช่วยแม่ล้างจานก่อน!

“สวัสดีค่ะชาวเด็กดี เราชื่อใบตอง นามปากกา พี่ใบหรือ vvvvvvvvvyihfhjjค่ะ ตอนนี้อายุ 18 ปี และกำลังเตรียมสอบเข้ามหา'ลัยอยู่ค่ะ”

เชื่อว่าหลายคนน่าจะสงสัยกันอยู่ในใจว่านามปากกาของน้องใบตองอ่านว่าอย่างไรกันแน่ เธอกระซิบบอกพี่แล้วค่ะว่านามปากกาของเธอเป็นการสุ่มรวมตัวอักษรไม่มีความหมาย เน้นแปลกและแตกต่างขนาดเธอที่เป็นคนตั้งยังอ่านไม่ออกเลยค่ะ พอพี่เบียร์ฟังปุ๊ปก็รู้สึกว่าน้องคนนี้แปลกจัง แต่น้องไม่ได้แปลกแค่นามปากกาแน่นอนค่ะ เพราะงานอดิเรกของนักเขียนคนนี้ก็ทำให้พี่แปลกใจได้ไม่แพ้กัน

งานอดิเรกของใบตองคือช่วยแม่ล้างจานค่ะทีแรกตอนเด็ก ๆ โดนใช้ก็ค่อยไม่เต็มใจเท่าไหร่ แต่พอโตขึ้นมาเราทำบ่อย ๆ ก็เลยชอบล้างจานไปอัตโนมัติเลยค่ะ นอกจากล้างจานแล้วหนูก็จะช่วยพ่อแม่ไปเอาวัวและควายเข้าคอกด้วยนะคะ .

โอ้โห เป็นเด็กที่ขยันจริง ๆ ขอซูฮกเพราะพี่คนหนึ่งล่ะที่ไม่ชอบล้างจาน 555 แต่ แต่ แต่ นอกจากชอบล้างจานแล้ว น้องใบตองยังมีงานอดิเรกอีกอย่างคือการอ่านนิยายด้วยนะ เธอชอบอ่านนิยายมากขนาดฝันอยากเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์เลยล่ะค่ะ

“ตอน ม.2 ใบตองชอบอ่านนิยายที่เป็นหนังสือมาก เคยมีความคิดอยากจะเขียนส่งสำนักพิมพ์เหมือนกัน แต่เพราะเรายังไม่มีประสบการณ์เลยไม่กล้าส่งไป และเราก็ไม่รู้ว่านักเขียนไม่จำเป็นต้องส่งสำนักพิมพ์อย่างเดียว เราสามารถแต่งลงในเว็บได้เลย ก็รู้สึกเสียดายมาก ๆ ที่ตอนนั้นตัวเองไม่รู้จักเว็บไซต์เด็กดี จึงทำให้พลาดโอกาสไปเพราะฉะนั้นการเขียนนิยายมันจึงเป็นความฝันของเราค่ะ ฝันว่าสักวันจะต้องเป็นนักเขียนให้ได้”

แค่ล้างจานอาจจะยังไม่พอ ลองเขียนนิยายคลายเครียดดีกว่า!

หลังจากที่เธอพลาดโอกาสในวัยเด็กไป เส้นทางความฝันการเป็นนักเขียนของน้องใบตองก็เหมือนได้กลับมาสานต่ออีกครั้ง ในวันที่เธอโตขึ้น และมีความกล้าที่จะลองทำตามความฝันดูอีกครั้ง แม้ว่าฝันนี้จะเริ่มต้นขึ้นในขณะที่เธอกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย?!

“พอขึ้นชั้น ม.4-6 เราก็เริ่มเข้ามาอ่านนิยายในเว็บเด็กดี เริ่มได้อ่านแนวใหม่ ๆ เราก็นึกอยากแต่งขึ้นมาค่ะ 555 แถมช่วงนั้นเราคิดจะไปต่อคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาจีนสื่อสาร เราเลยอยากศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของจีนเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียน เราเลยเขียนนิยายเรื่อง ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงินขึ้นมา นอกจากจะได้ช่วยทบทวนความรู้แล้ว นิยายเรื่องนี้ยังช่วยคลายเครียดด้วยค่ะเพราะเราต้องเริ่มติวเองในเวลากลางคืน ถ้าเหนื่อยมากก็จะพักจากการติว แล้วไปเขียนนิยายเพื่อผ่อนคลายสมองแทน”

เรื่องแรกยากมาก แต่ผ่านมาได้เพราะเป็นลูกอีสาน!?

“ยมทูตให้ข้า ห้าตำลึงเงิน เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนเลยค่ะแรงบันดาลใจนิยายเรื่องนี้มาจากตอนที่แม่ให้เงินเรามาห้าสิบบาทเพื่อเก็บไว้เราเลยปิ๊งไอเดียขึ้นมา แล้วเรื่องนี้พล็อตที่เราคิดมันมีความเกี่ยวข้องกับยมทูต งั้นเป็น ยมทูตให้ข้า แค่ห้าตำลึงเงิน เหมือนกับแม่ที่ให้เรามาแค่ 50 บาทก็แล้วกัน เงินนี้เราจะต้องเก็บไว้ใช้ในชีวิต เหมือนกับที่หลินเหมยก็จะได้เงินแค่ห้าตำเงินไปใช้ชีวิตในโลกใหม่เช่นกันค่ะ”

ขอสารภาพค่ะว่าแรงบันดาลใจของน้องใบตองเนี่ยเป็นสิ่งที่พี่คิดไม่ถึงจริง ๆ ใครจะคิดว่าแค่เงินห้าสิบบาทก็เป็นพล็อตนิยายได้แล้ว น้อง ๆ เห็นไหมคะว่าพล็อตนิยายเกิดขึ้นได้รอบตัวเราเลย แต่นอกจากแรงบันดาลใจเรื่องเงินแล้ว พี่เบียร์รู้สึกว่าจุดเด่นของเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายแนวจีนเหมือนที่เราเคยอ่านกันเลย เพราะยิ่งอ่านยิ่งได้กลิ่นอายความเป็นอีสานบ้านเรามาเต็มๆ พอถามน้องใบตองว่าเป็นแบบที่พี่คิดไหม น้องก็เฉลยให้เราฟังเลยว่า…

“เราเป็นคนอีสานค่ะเราอยากนำอาหารอีสาน และการใช้ชีวิตแบบอีสานเราลงไปในนิยายด้วย เราเลยให้นางเอกของเราเป็นนักศึกษาไทยเข้าไปเผยแพร่ความเป็นไทยในยุคจีนค่ะพล็อตของเราเลยจะเน้นการใช้ชีวิตอยู่ในอีกยุคหนึ่ง จากนั้นก็นำความรู้ที่ตัวเองได้มาจากอาจารย์หรือคุณครูที่สอนมาปรับใช้ค่ะ”

“ถึงพล็อตเราอาจจะเหมือนกับนิยายเรื่องทะลุมิติเรื่องอื่นๆ แต่พิเศษเพราะนางเอกไม่ค่อยเป็นกุลสตรีนั่งเย็บปักถักร้อยเหมือนชาวบ้านคนอื่นเท่านั้นเอง 555 และตัวเอกของเราจะไม่มีมิติ ไม่มีของวิเศษเน้นการขอจากท่านยมทูตเท่านั้น แล้วก็ใช้สองมือหนึ่งสมองทำงานหาเงินและรู้จักการใช้ชีวิตในโลกใหม่

“ตัวเอกของเรา "หลินเหมย" มีความรู้เรื่องการสานและรู้จักพืชต่าง ๆ ค่ะ พืชบางชนิดหรือผลไม้บางอย่าง บางคนที่เข้ามาอ่านแทบไม่รู้เลยว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไร เราเลยรู้สึกว่ามันเป็นจุดขายของเรื่องนี้ บางเรื่องที่เราอยากรู้ เราก็เขียนลงในนิยาย เป็นการให้ความรู้ตัวเองและคนอ่านทางอ้อมค่ะ

พออ่านมาถึงตรงนี้น้อง ๆ คงรู้สึกว่าเส้นทางการเป็นนักเขียนของน้องใบตองดูราบรื่นดีใช่ไหมคะ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ เพราะน้องใบตองก็เคยมีความทุกข์เพราะงานเขียนเหมือนกัน ทั้งอุปสรรคด้านภาษา และการใช้คำ แถมยังมีคอมเมนต์หนัก ๆ เข้ามาอีกด้วย

“ตอนแรกที่เราอ่านคอมเมนต์ที่ติก็รู้สึกเฟลมาก ๆ เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองเลยค่ะ ว่าเราแต่งไม่ดีขนาดนั้นเลยหรอจนได้หยุดเขียนไปเกือบอาทิตย์หนึ่ง พักทำใจตัดสินใจว่าจะเขียนต่อหรือหยุดดี เพราะคอมเมนต์มันเป็นอะไรที่มีอิทธิพลต่อนักเขียนมากๆค่ะ รู้สึกกลัวการดูคอมเมนต์เลยจนมีน้องส่งคลิปหนึ่งมา มันเป็นคลิปเกี่ยวกับการเรียกความมั่นใจตัวเองให้กลับมา เราเลยกดเข้าไปดูจนจบจึงได้ตัดสินใจเปิดอ่านคอมเมนต์และแก้ปัญหาต่างๆ บางคอมเมนต์ที่แย่หน่อยเราก็เลือกที่จะไม่สนใจ แต่บางคอมเมนต์ที่เขาแนะนำเราก็พร้อมนำมาปรับแก้ให้ดีมากขึ้น”

นิยายเรื่องแรกก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ พี่เบียร์อยากขอบคุณทุกคนที่คอยซัพพอร์ตและเป็นกำลังใจให้น้องใบตองสู้ต่อมากๆ เพราะมันทำให้เธอเลือกที่จะกลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง ไม่งั้นหลินเหมยของเราคงไม่บรรลุเป้าหมายแน่ ๆ ค่ะ

ได้ทำงานอดิเรกที่ชอบ แถมยังขายนิยายได้ค่าขนมอีก!

หลังจากน้องใบตองกลับมามีความมั่นใจและเริ่มเขียนนิยายอีกครั้ง เธอก็ตัดสินใจเปิดขายนิยายออนไลน์ค่ะเธอเปิดขายแค่ตอนสำคัญ และขายแบบตอนอ่านล่วงหน้าเท่านั้น แถมยังขายไม่แพงอีกด้วย แค่ตอนละ 2 เหรียญเองค่ะ

“ช่วงนั้นเราอยากได้ปกนิยายใหม่ และอยากได้ค่าขนมจากส่วนนี้ เราเลยตัดสินใจลองขายดูค่ะ แต่เราก็ได้บอกแก่นักอ่านของเราล่วงหน้าแล้วค่ะว่าจะขอติดเหรียญนิยายน้า ไม่แพงมาก นักอ่านก็ตอบรับกลับมาว่าติดเลยค้า แต่อย่าติดแพงน้า ช่วย ๆ กัน มันเป็นอะไรที่น่ารักมาก ๆ เลย

ตอนแรกเราก็ไม่คาดหวังเลยค่ะ เราไม่ได้กดดันตัวเอง เพราะคิดว่านิยายของเรามันไม่ได้ปังขนาดนั้น อาจจะมีคนซื้อไม่มาก เราเห็นยอดวันแรกคือ 72 บาทคือดีใจมาก นึกว่าจะไม่มีคนมาซื้อแล้วซะอีก แต่ตอนนี้รายได้ดีมากค่ะ 555 รวม ๆ แล้วได้มา 5 หลักทำให้หายเหนื่อยจากการเขียนเลยแต่งนิยายเลยค่ะ

ถึงน้องใบตองจะเปิดขายตอนในราคาถูก แต่ปัญหานักอ่านลดลงก็ยังเกิดขึ้นกับเธออยู่ค่ะ แต่เธอไม่ได้กังวลใจนะคะ เพราะเธอบอกว่ายังมีครอบครัว เพื่อน และแฟนคลับคนอื่น ๆ ที่คอยสนับสนุนเธออยู่เสมอ

“พอเริ่มติดเหรียญคนติดตามก็เริ่มลดลงบ้างค่ะ แต่แฟนคลับที่เขายังสนับสนุนเราอยู่เขาก็สนับสนุนเราต่อไปพร้อมอยู่เคียงข้างเราเสมอและคอยคอมเมนต์ให้กำลังใจอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

“เราอยากขอบคุณแฟนคลับที่คอยติดตามเรามาและคอยให้กำลังใจเรามากๆ ค่ะ พวกคุณเป็นนักอ่านที่น่ารักมาก ๆ วันไหนที่เราไม่ลงนิยายหรือไม่ว่าง พวกคุณก็รอเราอยู่เสมอ ขอบคุณมากๆนะคะที่คอยสนับสนุน สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ในคอมเมนต์ได้เลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ”

แบ่งเวลาสุดปัง ได้ทำในสิ่งที่รักและเจอคณะที่ใช่!

น้อง ๆ รู้ไหมคะว่าน้องใบตองเธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ เธอบอกกับพี่ว่าการแต่งนิยายครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปแล้ว

“สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือสายตาเริ่มสั้นค่ะ 555 เพราะจ้องหน้าคอมบ่อยเกินไป ต่อมาก็คือปวดหลังมากค่ะ 555 เข้าสาระเราเลยดีกว่า งานเขียนนิยายเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่นิสัยเลยค่ะ ทำให้เรารู้จักการใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ค่ะรู้สึกว่าตัวเองมีความคิดที่โตขึ้นเพราะการเขียน ต่อมาก็เริ่มใช้คำให้ถูกต้องมากขึ้นและรู้จักการแบ่งเวลาค่ะ

น้องใบตองเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ ทั้งนิสัย และร่างกาย 555 แต่พี่จะบอกว่าการปวดหลังเป็นของคู่กันกับเราค่ะ ผู้ไม่ปวดหลังคือมีผู้ลาภอันประเสริฐ ดังนั้นน้อง ๆ ทำใจและเตรียมหมอนวดไว้รอเลยนะคะ

นอกนี้น้องใบตองก็มีอีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากได้มาเขียนนิยายค่ะ นั่นก็คือ น้องใบตองของเราเป็นนิสิตสาวเอกจีนเรียบร้อยแล้วนะคะ เย้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริง ๆ น้อง ๆ คงตื่นเต้นและอยากรู้กันใช่ไหมละคะ ว่าน้องใบตองของเราทำได้ยังไง ทั้งเตรียมสอบ และเขียนนิยายไปพร้อม ๆ กัน เธอมีความลับที่ทำสำเร็จแล้วมาบอกเรากันค่ะ

“อย่างแรก เราตั้งเป้าหมายไว้ค่ะ คือ ทำไปเรื่อย ๆ ไม่รีบ ไม่กดดันตัวเอง และพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นพร้อมกับเขียนเรื่องใหม่ ๆ ออกมา”

“เราเป็นคนแบ่งเวลาแบบไม่กดดันตัวเองจนเกินไป คือเวลาที่ิอยู่โรงเรียนจะเคลียร์งานที่ค้างให้เสร็จ ส่วนการติว เราก็เริ่มติวเองในเวลากลางคืนก่อนเขียนนิยายค่ะ บางวันถ้าเหนื่อยมากก็จะพักการติว แล้วไปเขียนนิยายเพื่อผ่อนคลายสมอง แต่ถ้าวันไหนคิดอะไรไม่ออกก็จะไม่แต่งเลย เราคิดว่างานเขียนควรจะเป็นอะไรที่สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลและไม่กดดันเป็นสิ่งที่เราเขียนจินตนาการลงไปเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายไม่ใช่มานั่งอมทุกข์เพราะงานเขียนเราไม่ดีค่ะ”

เคล็ดลับของน้องใบตองดูชิลมากใช่ไหมคะ เธอมีวิธีคิดและเป้าหมายที่น่าสนใจเลยล่ะค่ะ ดังนั้นน้อง ๆ อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปนะคะ ลองผ่อนคลายตัวเองบ้างอาจจะทำอะไรได้ดีขึ้นก็ได้ สุดท้ายนี้ใบตองก็ฝากพี่มาบอกกับน้อง ๆ ที่มีความฝันแต่ยังไม่กล้าลงมือทำกันค่ะ

“เราก็เป็นมือใหม่ที่ยังใช้สำนวนภาษายังไม่คล่อง ทุกคนไม่ต้องกลัวว่าเราจะทำไม่ได้ ถ้าทุกคนยังไม่เริ่มทำ ก็จะไม่รู้จักคำว่าประสบการณ์ การมีประสบการณ์มันจะทำให้เรากล้าที่จะคิดกล้าที่จะทำเพราะฉะนั้นอย่ากลัวว่าตัวเองทำไม่ได้และอย่าดูถูกตัวเองมากเกินไป ความคิด จินตนาการของเราไม่มีผิดไม่มีถูก เริ่มทำเถอะค่ะอย่าลังเล”

เห็นไหมคะเส้นทางการเป็นนักเขียนไม่ง่ายและก็ไม่ยากเลยนะ น้องใบตองเริ่มต้นการเป็นนักเขียนเพียงเพราะอยากทบทวนความรู้และคลายเครียดจากการเตรียมสอบเท่านั้น แถมพล็อตเรื่องที่เอามาเขียนก็ใกล้ตัวซะเหลือเกิน ถึงแม้จะเจอกับอุปสรรคในการแต่งนิยายในเรื่องภาษาบ้าง แต่เพราะเธอมีครอบครัว เพื่อนและแฟนคลับคอยซัพพอร์ต ทำให้เธอสามารถพัฒนาการเขียนนิยายของตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ตอนนี้เธอมีค่าขนมจากนิยายของตัวเอง และยังสอบติดในคณะที่ชอบอีกต่างหาก เรียกได้ว่ากำไรคูณสองเลยทีเดียว

น้อง ๆ คนไหนที่พอมองเห็นแล้วว่า การเขียนนิยายช่วยคลายเครียดได้ยังไงมาลองเขียนกันไหมคะ พี่ว่านอกจากจะช่วยน้องคลายเครียดแล้ว อาจทำให้น้องมีงานอดิเรกที่ชอบเพิ่มขึ้นเหมือนใบตองก็ได้

มาเขียนนิยายกันค่ะ

พี่เบียร์

อ่านนิยายของ “Vvvvvvvvvyihfhjj”

  • ยมทูตให้ข้า แค่ห้าตำลึงเงิน
  • ฉันยินดีที่ได้เจอ..เธอ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...