โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รีวิว Garmin Venu 2 Series Smartwatch เพื่อสุขภาพดีไซน์พรีเมี่ยม

BT Beartai

อัพเดต 01 ต.ค. 2564 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2564 เวลา 07.55 น.
รีวิว Garmin Venu 2 Series Smartwatch เพื่อสุขภาพดีไซน์พรีเมี่ยม

เราอยู่กับ Garmin Venu 2 และ Venu 2S สมาร์ตวอตช์ที่มาพร้อมคำปฎิญาณตนว่าจะอยู่คู่ร่างกายผู้ใช้งานในทุกอิริยาบถ! ด้วยแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานสูงสุด 11 วัน ดีไซน์ที่ไม่จำกัดการแต่งตัว และที่สำคัญ GARMIN PAY ในรุ่นนี้จับมือกับ Rabbit Card ชำระเงินได้แบบไร้สัมผัส (contactless) ต้อนรับการเปิดเมือง แต่ฟีเจอร์ทั้งหมดโดยละเอียดจะมีอะไรบ้าง ผมหนุ่ย พงศ์สุข จะ #beartai ให้ได้รู้กันครับ

ดีไซน์

เรามาเริ่มกันที่ดีไซน์ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในตัวชูโรงของ Garmin มาโดยตลอดก่อนละกันครับ ในรุ่น Venu ซีรีส์ จะมีให้เลือก 2 ขนาดหน้าปัด Venu 2 คือ 45 มม. หนัก 49 กรัม มี 2 สีให้เลือกเป็น

  • Silver / Granite Blue (ขอบเงิน / ตัวเรือนเงินอ่อน ๆ)
  • Slate / Black (ขอบเทา / ตัวเรือนดำ)

ส่วนรุ่น Venu 2S หน้าปัดขนาด 40 มม. มีน้ำหนักอยู่ที่ 38.2 กรัม ซึ่งมีให้เลือก 4 สี

  • Rose Gold / White (ขอบทองชมพู / ตัวเรือนขาว)
  • Silver / Mist Gray (ขอบเงิน / ตัวเรือนเทาอ่อน ๆ )
  • Light Gold / Light Sand (ขอบทองอ่อน / ตัวเรือนขาวอมเหลืองอ่อน )
  • Slate / Graphite (ขอบเทา / ตัวเรือนดำ)

โดยทั้งความต่างของทั้ง 2 รุ่น นอกเหนือจากขนาดหน้าปัด ก็จะมีเรื่องของแบตเตอรี่ที่ โดย Venu 2 จะอยู่ได้นานสูงสุด 11 วัน ในขณะที่ Venu 2S ก็ลดหลั่นลงมาที่ 10 วัน นอกนั้นมีทุกอย่างเท่ากันไม่เว้นแม้แต่ราคาครับ โดยดีไซน์ที่สัมผัสได้ผ่านตาเลย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ จับคู่กับสูทก็ไม่ดูผ่าเหล่า จะใส่กับชุดออกกำลังกายก็เข้ากัน

ในด้านของวัสดุ ขอบตัวเรือนจะใช้เป็นสเตนเลส สตีล, หน้าจอเป็น Gorilla Glass 3, ตัวเรือนเป็นพอลิเมอร์เสริมเส้นใยด้วยไฟเบอร์ ส่วนสายจะเป็นซิลิโคนก็ให้ความรู้สึกสบาย ไม่รู้สึกว่าผิวถูกถูด้วยยาง

ภาพรวมในแง่การใช้งานคือรับมือกับอุบัติเหตุเช่นการเผลอแกว่งมือแล้วหน้าจอไปชนเสา หรือแม้แต่ตัวเครื่องตกในระดับความสูง 1 – 1.5 เมตร ก็ยังได้ แถมยังได้ค่ามาตรฐานกันน้ำที่ 5 ATM (Physical Atmosphere) ทนทานแรงดันน้ำได้ที่ความลึก 50 เมตร ฉะนั้นในการนำไปใช้ออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ ก็สบายใจได้ว่าเราจะมีผู้ช่วยที่ถึกทนไม่เป็นอะไรง่าย ๆ

หน้าจอ

เขยิบถัดมาอีกนิดกับเรื่องของหน้าจอ Garmin Venu ในรุ่นที่แล้วได้รับคำชมด้านการแสดงผลด้วยหน้าจอ AMOLED จากหลายสำนักนะครับ ฉะนั้นพอมาในรุ่นที่ 2 นี้ก็เลยยังคงเป็นจุดเด่นอยู่เหมือนเดิม แถมตัวเครื่องยังรองรับการภาษาไทยทั้งการอ่านและการตอบกลับผ่านข้อความแบบด่วนอัตโนมัติ ไม่มีสระลอยหรือตก จะมีก็แค่การแปลบางคำที่ตรงตัวเกินไป แต่ไม่ผิดความหมายครับ

ความละเอียดหน้าจอในรุ่น Venu 2S จะอยู่ที่ 360 x 360 พิกเซล ส่วน Venu 2 จะอยู่ที่ 416 x 416 พิกเซล มากกว่ารุ่นเดิมราว ๆ 10% (ของเดิมอยู่ที่ 390 x 390 พิกเซล) ก็จะเห็นข้อความหรือหน้าปัดบอกเวลาได้เต็มตาขึ้น มีความคมชัดขึ้น และความสว่างหน้าจอที่สู้แสงได้มากขึ้น

แต่เห็นพรีเมียมแบบนี้ Garmin ก็ให้อิสระกับผู้ใช้งานในการเลือกเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาได้ทั้งจากที่ให้มาเริ่มต้นผ่านการกดปุ่มล่างค้าง หรือเปลี่ยนที่เมนูหน้าปัดนาฬิกา หรือจะดาวน์โหลดผ่านแอป Connect IQ Store ที่ในหลากหลายแบบที่เลือกปรับจูนค่าต่าง ๆ ก็ยังได้ หรือถ้าอยากเป็นเอกเทศก็มีฟีเจอร์ในชื่อ Face it ถ่ายภาพหรือนำรูปจากในมือถือของเรามาตั้งเป็นภาพหน้าปัดนาฬิกาไปเลย

ซึ่งก็ไม่เพียงแต่ Connect IQ Store จะใช้ในการเปลี่ยนหน้าปัด แต่ยังใช้ในการดาวน์โหลดแอปประเภทต่าง ๆ ติดตั้งลงบนสมาร์ตวอตช์ได้ โดยที่น่าสนใจก็คือแอปแผนที่ ที่ไม่ได้แสดงแค่เข็มทิศกับพิกัด แต่ได้เห็นแผนที่จริง ๆ เลย ส่วนนอกนั้นก็เป็นแอปจิปาถะ แต่นอกเหนือจากแผนที่แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแอปเฉพาะทางเกี่ยวกับการออกกำลังกายครับ

ฟังก์ชันที่น่าสนใจ

ต่อมาเป็นฟังก์ชันที่จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์โควิดในตอนนี้ นั่นคือ GARMIN PAY ที่เป็นการทำให้สมาร์ตวอตช์เครื่องนี้เชื่อมต่อเข้ากับบัตรชำระเงินรูปแบบต่าง ๆ ช่วยให้จ่ายเงินได้อย่างง่าย ๆ แบบไร้การสัมผัส

ซึ่ง Garmin Venu 2 มีความพิเศษกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ตรงที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Rabbit Card! ก็เป็นตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่ใช้การเดินทางด้วย BTS หรือแม้กระทั่งการซื้อของกินรองท้องก่อนไปถึงที่ทำงานบนสถานี ให้สะดวกสบายมากขึ้น และในบริบทของสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ นั่นหมายถึงเราไม่ต้องไปรับความเสี่ยงผ่านการกดหรือแตะอุปกรณ์รับชำระเงินใด ๆ

Health Snapshot ฟีเจอร์นี้จะเป็นการวัดข้อมูลสุขภาพที่สำคัญ ๆ นะภายใน 2 นาทีให้แสดงผลในหน้าเดียว เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด การหายใจ และระดับความเครียด

ทางด้าน Built-in Sports App หรือว่าง่าย ๆ คือโหมดออกกำลังกาย Garmin Venu 2 และ Venu 2S ก็มีให้ 25 ประเภท มีตั้งแต่การออกกำลังกายพื้นฐานอย่าง เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ไปจนถึงปีนผา พายเรือ แต่ที่เจ๋งคือตรงนี้ครับ หากเลือกเป็นการออกกำลังกายเป็นคาร์ดิโอ ปัดหน้าจอขึ้นมาแล้วจิ้มไปที่ Workout ตัวสมาร์ตวอตช์มีฟีเจอร์แสดงแอนิเมชันไกด์ท่าทางต่าง ๆ ให้ ที่ยังดาวน์โหลดเพิ่มได้อีกผ่านแอป Garmin Connect เป็นไง TABATA ยังมีเลย!

และถ้าใครเป็นสายเล่นเวทแบบจริงจัง ก็น่าจะถูกใจ Advanced Strength Training กราฟิกที่ช่วยระบุจุดของกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานในแต่ละท่าช่วยให้วางแผนการออกกำลังกายได้อย่างละเอียดและตรงจุดมากขึ้น อีกทั้งยังมีสถิติที่เกื้อหนุนต่อการออกกำลังกายและสุขภาพโดยละเอียดต่าง ๆ อีกมากมาย ไล่ตั้งแต่สภาพอากาศว่ากี่องศา, การแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ, Fitness Age ฟีเจอร์ที่จะคาดการณ์อายุร่างกายของเรากับอายุจริงตามปีเกิดว่าแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งตัวสมาร์ตวอตช์จะช่วยเตือนและสร้างเป้าหมายให้ในทุกครั้งที่ออกกำลังกายสำเร็จอายุร่างกายของเราจะค่อย ๆ กลับเข้าหาสู่อายุจริง ซึ่งสำหรับ Venu ซีรีส์ สามารถกดดู feature นี้ได้อย่างง่ายดายจากหน้าปัดนาฬิกา

PULSE OX เป็นการวัดค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือด (SpO2) ที่จะบ่งบอกได้ว่าเรามีประสิทธิภาพในการออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน โดย Venu 2 และ Venu 2S ได้นำเซนเซอร์ใหม่มาใช้ในชื่อ Optical HR sensor ที่จะเก็บค่า SpO2 แม่นยำขึ้น

การเก็บค่าสถิติคุณภาพการนอนซึ่งก็แบ่งว่าเราดีแค่ไหน รวมไปถึง Stress Tracking การเก็บติดตามระความเครียดตลอดทั้งวันและนำมาใช้คำนวณหาช่วงเวลาที่ควรจะผ่อนคลาย ซึ่งทั้งสองค่านี้จะมีการเก็บค่าสถิติที่แม่นยำขึ้นผ่านเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัลใหม่ในชื่อ Garmin Elevate V.4

Garmin Venu 2 และ 2S ยังมีความจุภายในที่ไว้ใช้สำหรับการเก็บเพลงมาให้ที่ 7GB จากรุ่นเดิมที่มีมาแค่ 3GB ก็ ซึ่งทางเว็บไซต์ Official ก็ตีกลม ๆ มาให้ว่าเก็บได้ 650 เพลง หรือถ้าไม่อยากเปลืองพื้นที่ ก็ฟังผ่าน Spotify หรือแม้แต่ Joox ก็ยังมีให้

แบตเตอรี่

คราวนี้เรามาพูดเรื่องของแบตเตอรี่ บอกเลยนะครับว่าน่าพอใจมาก โดยหากเราปรับให้เป็นโหมดประหยัดแบตเตอรี่ซึ่งจะทำได้แค่บอกเวลา “Garmin Venu 2 จะใช้งานได้ที่ 11 วัน ส่วน Venu 2S ก็จะใช้งานได้ที่ 10 วันต่างกันแค่วันเดียว” โดยตัวสมาร์ตวอตช์จะแสดงค่าเฉลี่ยของแบตเตอรี่ให้ได้เห็นตลอดว่าเหลือเท่าไหร่

ซึ่งหากนับจากการที่จอ AMOLED ยังทำงานอยู่ ก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เยอะมากอยู่ดีนะครับ สามารถใช้ได้สูงสุด 5 วัน ซึ่งทั้งนี้ต้องอยู่ที่การใช้งานของเราว่าเปิดปิดฟีเจอร์อะไรบ้างที่จะใช้แบตเตอรี่มากน้อยต่างกันไป

ข้อสังเกต

โดยใน Garmin Venu 2 และ Venu 2S สิ่งที่เราจะฝากไว้เป็นข้อสังเกต คือ เรื่องตัวแอป Connect IQ Store ที่รู้สึกว่ามีหมวดหมู่ประเภทของแอปให้เลือกดาวน์โหลดมาใช้งานได้น้อยไปสักหน่อย รวมไปถึงแอปแผนที่ก็ไม่มีติดมาให้กับตัวเครื่อง ซึ่งเราก็ต้องไปดูคะแนนและอ่านรายละเอียดแอปแผนที่ใน Connect IQ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลดมาใช้เอาเอง

อีกจุดหนึ่งคือไม่มีฟีเจอร์ตรวจสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และวัดความดันโลหิต จริงอยู่ที่สมาร์ตวอตช์ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่การมีไว้เพื่อประเมินแนวโน้มสุขภาพเบื้องต้นได้ก็ถือว่าดีกว่าโดยเฉพาะกับเรตราคาของสมาร์ตวอตช์เรือนนี้

และจุดสุดท้าย คือ Venu 2S ควรมีราคาที่ถูกกว่ารุ่น 2 ธรรมดา เพื่อเข้าถึงคนได้มากขึ้นครับ

รีวิวที่ดีต้องมีราคา!

Garmin Venu 2 และ Venu 2S สนนราคาอยู่ที่ 13,690 บำท ก็สามารถหาซื้อได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Garmin ได้ทุกสาขาได้เลยครับ แถมถ้าซื้อตั้งแต่วันนี้– 31 ตุลาคม ไม่ว่าจะรุ่น Venu 2 ธรรมดาหรือว่า Venu 2S ก็รับฟรีไปเลย คูปอง Top-up มูลค่า 500 บาท หรือจนกว่าคูปองจะหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...