โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคระบาดมา พลาสติกได้เวลาพิสูจน์ตัวเอง

The MATTER

อัพเดต 17 เม.ย. 2563 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2563 เวลา 23.00 น. • Branded Content

เพราะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกแม้เพียงหนึ่งองศาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ที่ผ่านมาจึงเห็นแคมเปญสิ่งแวดล้อมทั้งตามโซเชียลมีเดียและสื่อทุกกระแสที่พยายามบอกให้เราช่วยกันคนละเล็กละน้อยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การประหยัดพลังงาน บริโภคเท่าที่จำเป็น และการลดละเลิกใช้ถุงพลาสติก เพราะมันทั้งต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีกว่าจะย่อยสลายได้ แล้วก็สร้างขยะอันล้นเกินให้โลกไปในคราวเดียวกัน

จนเมื่อเข้าสู่ดีเดย์ในวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่หลายประเทศเริ่มประกาศแบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ส่วนประเทศไทยเองก็ใช้วันปีใหม่นี้เป็นโอกาสในการขอความร่วมมือจากร้านค้าทุกภาคส่วน ให้งดแจกถุงพลาสติกให้กับผู้มาใช้บริการ

ทั้งหมดนั้นเกิดเป็นคำถามของใครหลายคนว่าจริงๆ แล้วพลาสติกผิดขนาดนั้นเลยหรือ ในเมื่อแท้จริงแล้ว พลาสติกมีคุณสมบัติและประโยชน์มากมายในตัวเอง หากเลือกนำมาใช้งานอย่างถูกวิธี

วงการแพทย์ต้องพึ่งพลาสติกเพื่อต่อสู้กับโควิด-19

ท่ามกลางกระแสสังคมที่บอกให้เรา ลด ละ เลิก พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือบางคนอาจจะเคยเจอการเหน็บแนมจากเพื่อนฝูงอยู่บ้างเวลาใช้หลอดหรือเผลอถือถุงพลาสติกว่าเธอมันช่างไม่รักโลกเอาซะเลย แล้วอยู่ๆ เป้าหมายลดพลาสติกก็ถูกทดสอบด้วยการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั่นเพราะการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับทุกสิ่งอย่างซ้ำๆ ย่อมทำให้ทั้งเราและร้านค้าต้องกลับมาใช้ถุงหรือแก้วพลาสติกกันน่ะสิ แล้วอุปกรณ์ป้องกันและรักษาเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพในตอนนี้ มันก็ทำมาจากพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งนี่เอง

นั่นแปลว่าพลาสติกกำลังจะกลับมา และถ้ามองกันจริงๆ จังๆ เราก็จะเห็นว่าพลาสติกมันมีประโยชน์อยู่มากเลยนี่นา เพราะนอกจากที่กล่าวไปข้างต้น วงการแพทย์ตอนนี้ก็ตามหาพลาสติกเพื่อมารองรับกระบวนการรักษาและป้องกันโรคกันอยู่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็น หน้ากาก N95 หน้ากากอนามัย เสื้อกาวน์ หน้ากากครอบหน้าเพื่อป้องกันการกระเด็นของละอองน้ำและสารคัดหลั่ง หรือเฟสชิลด์ กระบอกสูบของเหลว สายยางสำหรับคนไข้ ชุดตรวจ หรือแม้แต่ถุงพลาสติกที่คนที่กักตัวอยู่บ้านเองก็ต้องหามาห่อหุ้มหน้ากากที่ใส่ไปแล้วก่อนทิ้งลงถังขยะเพื่อไม่ให้เชื้อโรคกระจายตัว รวมถึงการสั่งอาหารมาทานที่บ้านที่ยังไง๊ยังไงก็มีการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอย่างแน่นอน

ด้วยความที่พลาสติกมีต้นทุนค่อนข้างต่ำ แถมสำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งสหราชอาณาจักร (Food Standard Agency – FSA) เองก็แนะนำว่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารหรือวัตถุที่เราใส่ไปในถุงผ้า เช่น แบคทีเรียอย่าง อี.โคไล ก็อาจจะหลุดไปเกาะสะสมอยู่บนถุงผ้าได้นานถึง 10 วัน ในสถานการณ์แห่งความระวังเช่นนี้ พลาสติกจึงเป็นตัวเลือกที่ได้เวลากลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากมันมีคุณสมบัติเฉพาะที่ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถมีชีวิตเกาะอยู่นานได้ และยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำ ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถทะลุผิวของพลาสติกเข้าไปปะปนกับของในถุงได้

ไม่ใช่ผู้วิเศษ แต่ก็ไม่ได้ร้ายอย่างที่คิดนะ

โดยรวมแล้วพลาสติกมีประโยชน์ต่อโลกอยู่มาก อย่างไรก็ดี ผู้ใช้งานอย่างเราทุกคน จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้และเลือกทิ้งให้ถูกวิธี  เพื่อลดปัญหาและช่วยกันจัดการขยะให้ได้มากที่สุด  

เรื่องพลาสติกจึงมีความซับซ้อนมากกว่าการหยุดใช้แล้วทุกปัญหาสิ่งแวดล้อมจะจบสิ้น และเมื่อพลาสติกกลับมามีบทบาทในการช่วยเพื่อนมนุษย์ในช่วงโรคระบาดตอนนี้มากขึ้น หลังจากนี้ไปเราน่าจะได้กลับมาทบทวนแนวทางจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพและใช้งานพลาสติกให้เป็นมิตรต่อโลกได้มากกว่าเดิมกัน

รักษาระยะห่างระหว่างเชื้อโรค

พลาสติกจึงกลายมาเป็นพระเอกที่ช่วยให้เรารักษาระยะห่างจากเชื้อโรคอย่างไวรัสโควิด-19 ในตอนนี้ได้มากขึ้น และเพื่อลดความเสี่ยงและร่วมด้วยช่วยกันลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสให้ไวที่สุด กลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ CG Group จึงเห็นความสำคัญของการเร่งผลิตเสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจากเม็ดพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีนคุณภาพดีของ GC Group ที่ทำให้วัสดุมีน้ำหนักเบา กันน้ำ แต่ก็เหนียวทนทานและระบายอากาศได้เป็นอย่างดี เพื่อส่งต่อให้กับโรงพยาบาลและสถานประกอบการที่ให้การรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 12 แห่งทั่วประเทศ

โดยการออกแบบและตัดเย็บชุดกาวน์นั้นเน้นให้สวมใส่ง่าย มีปลายแขนยาว น้ำหนักเบา ช่วยอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์เกิดคล่องตัวในการปฏิบัติงานมากที่สุด และได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนของสารคัดหลั่งรวมถึงลดความเสี่ยงของการติดเชื้อจากผู้ป่วยถึงคนไข้ได้ในคราวเดียวกัน ชุดกาวน์ดังกล่าวยังออกแบบมาให้ส่วนคอและบ่าด้านหลังมีรอยบากที่ช่วยให้บุคลากรการแพทย์ทุกคนสามารถกระตุกเพื่อให้เสื้อฉีกขาดพร้อมนำไปคัดแยกรวมถึงจัดการขยะต่อได้อย่างง่ายดาย

ไม่เพียงเท่านั้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา GC Group ยังจัดทำโครงการ Green Health Project เพื่อส่งมอบกลีเซอรีนคุณภาพสูงให้แก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนจะส่งต่อและส่งเสริมการป้องกันไวรัสที่ทุกคนก็ทำได้ด้วยตัวเองผ่านการล้างมือให้สะอาดและรักษาระยะห่างทางสังคมให้กับประชาชนทั่วไปรวมถึงพนักงานในเครือ GC Group อีกด้วย

เมื่อคิดทุกอย่างให้รอบคอบตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงขั้นตอนการจัดการกับขยะอย่างมีประสิทธิภาพเหมือนอย่างโมเดลนี้ของ GC Group พลาสติกก็กลายมาเป็นตัวช่วยในการรักษาระยะห่างระหว่างเรากับเชื้อโรค แถมยังไม่เหลือภาระให้กับโลกไปในคราวเดียวกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.matichon.co.th/columnists/news_1869654

https://www.bloomberg.com/news/articles/2020-03-15/plastics-had-been-falling-out-of-favor-then-came-coronavirus

https://nypost.com/2020/03/14/using-tote-bags-instead-of-plastic-could-help-spread-the-coronavirus/

https://www.nationalgeographic.com/magazine/2018/06/plastic-planet-waste-pollution-trash-crisis/

Content by Nalinee Maleeyakul

Illustration by Phitsacha Thanawanichnam

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...