โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

บอร์ด กสศ.ห่วงโควิดทำ"ครอบครัวไทย"จนเฉียบพลัน เด็กกว่าครึ่งล้านหลุดรร.

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 20 ก.ค. 2564 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 12.15 น.

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(บอร์ดกสศ.) ครั้งที่ 8/2564 เมื่อเร็วๆ นี้ มี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. เป็นประธาน มีวาระความคืบหน้าผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุนเสมอภาคให้แก่กลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษและกลุ่มรอยต่อทางการศึกษา

ดร.ประสาร กล่าวว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กสศ. ได้จัดสรรงบประมาณให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษในระดับการศึกษาภาคบังคับ จำนวน911,364 คน ที่ยังศึกษาต่อในสถานศึกษาเดิม ในปีการศึกษาที่ 1/2564 (กลุ่มชั้นเคลื่อน) ในอัตรา 1,500 บาท/คน จำนวน 1,419 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ กสศ. และ หน่วยงานต้นสังกัด สพฐ. สถ. และ บช.ตชด. ได้ดำเนินการติดตามสถานะนักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มชั้นรอยต่อทางการศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ที่ กสศ. ได้สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการสมัครและเรียนต่อ จำนวน 294,454 คน รายละ 800 บาทไปเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค.2564

โดยพบว่า ขณะนี้มีจำนวนนักเรียนยากจนพิเศษที่ยังไม่พบข้อมูลการเรียนต่อในฐานข้อมูล จำนวน 57,590 คน (ราว 20%)

ประกอบด้วย นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ที่ไม่พบข้อมูลศึกษาต่อชั้นป. 1 จำนวน 1,159 คน คิดเป็น 1% ของนักเรียนยากจนชั้นรอยต่อในระดับเดียวกัน นักเรียนชั้น ป.6 ที่ไม่พบข้อมูลศึกษาต่อชั้น ม. 1 จำนวน 25,556 คน คิดเป็น 22% และ ม.3 ที่ไม่พบข้อมูลศึกษาต่อ จำนวน 30,875 คน คิดเป็น 53% โดยกว่าครึ่งหนึ่งยังอยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับ

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

“ปัจจุบันมีเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาระดับอนุบาล-ม.ต้น ที่อาศัยอยู่กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนของสภาพัฒน์ อยู่ราว 2.2 ล้านคน ในปีงบประมาณ 2564 กสศ. ศธ. สถ. และ บช.ตชด. ได้รับจัดสรรงบประมาณดูแลอยู่เพียง 1.8 ล้านคน" ดร.ประสาร ระบุ 

ดร.ประสาร  แจกแจงอีกว่า จากการประเมินของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) พบว่าการทวีความรุนแรงของโควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลต่อประชาชนกลุ่มที่มีรายได้น้อยทำให้เกิดภาวะยากจนเฉียบพลันมากขึ้นราว 10% หรือราว 300,000 คน

"ก่อนที่กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้จะทยอยหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงมีความจำเป็นต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามที่น่าเป็นห่วงคือ การที่กสศ. ถูกตัดงบประมาณจำนวน 904.57 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเยาวชนยากจนพิเศษและกลุ่มรอยต่อทางการศึกษา จำนวน 712,725 คน ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ” ดร.ประสาร กล่าว

ขณะที่นายภูวนาท กองธรรม ครูโรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวงวิทยา จ.ตาก กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนในกลุ่มยากจนพิเศษทุนเสมอภาคจาก กสศ. พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง ยิ่งในช่วงนี้ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรง หลายคนต้องตกงานกลับมาอยู่บ้านขาดรายได้

"การมีทุนเสมอภาคทำให้ช่วยลดภาระผู้ปกครอง เด็กๆ สามารถเรียนหนังสืออยู่ในระบบการศึกษาต่อไปไม่ต้องออกไปช่วยผู้ปกครองทำงานหารายได้ ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าทุนที่ให้กับนักเรียนรายหัวเป็นเงินจำนวนไม่มาก

แต่สำหรับเด็กที่นี่แล้วเงินจำนวนนี้ถือว่ามีค่ามาก ก่อนหน้านี้เคยถามเด็ก ๆ ที่ไม่ได้เรียนต่อส่วนใหญ่บอกว่าพ่อแม่ไม่มีเงินอยากให้ออกมาทำงาน ดังนั้นหากพวกเขาได้ทุนก็จะช่วยทำให้เขาได้เรียนต่อ และยังมีเด็กยากจนด้อยโอกาสอีกจำนวนมากที่ยังรอโอกาสจากทุนนี้"นายภูวนาท กล่าว

นางวิภาดา ผ่านชมภู ครูโรงเรียนผาสุกประชานุกูล จ.อุดรธานี กล่าวว่า ผลกระทบจากโควิด-19 รอบนี้รุนแรงมาก เห็นได้จากจำนวนผู้ปกครองที่เคยไปทำงานในกรุงเทพฯ ต้องถูกเลิกจ้างไม่มีทางออกต้องพาบุตรหลานกลับมาเรียนที่ในพื้นที่สิบกว่าคน ตั้งแต่ป.4 จนถึง ม.1

"จากที่ได้สอบถามผู้ปกครองส่วนหนึ่งทำงานรับจ้างเป็นลูกจ้างที่ร้านอาหารพอร้านปิดไม่มีรายได้ก็ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน เพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่าอยู่ในเมือง ดังนั้นการมีทุนเสมอภาคเข้ามาช่วยเหลือนักเรียนก็จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองที่กำลังประสบปัญหาได้เป็นอย่างมาก"นางวิภาดา กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

ชาวเน็ตวิจารณ์หนัก "นักเรียนติดโควิด-19" ครูถูกกักตัว ไม่มีใครดูแล

ผู้ปกครองมีเฮ รร.ชื่อดัง "คืนเงินทัศนศึกษา" ที่ไม่ได้ใช้หลังเกิดโควิด

"ครูไทย" ไม่เคย เวิร์คฟอร์มโฮม

สวนกระแส "ครูแห่ฉีดซิโนแวค" เข็มแรก มั่นใจได้แอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2

ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง "ครูธุรการ" ลูกจ้างนอก ม.33 ของกระทรวงศึกษาธิการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...