โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช.เตรียม "แผนน้ำ 5 ปี" ป้อนอุตฯ 3 เขตเศรษฐกิจพิเศษอีสาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 09.34 น.

น้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด หนองคาย นครพนม มุกดาหาร ซึ่งบริบทเดิมพึ่งพาแม่น้ำโขงเป็นหลัก แต่เกิดปัญหาทั้งแล้งและอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา จึงถือเป็นความท้าทายที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ต้องเริ่มวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำบริหารจัดการน้ำใหม่ ควบคู่แผนแม่บทและคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) ที่ไม่เพียงเน้นป้อนเศรษฐกิจพิเศษ แต่ต้องทำควบคู่ทุกมิติทั้งภาคเกษตร โลจิสติกส์ และสังคมด้วย

ดีมานด์น้ำ 5 ล้าน ลบ.ม.

ดร.สมปอง บุญประเสริฐ ผู้จัดการโครงการศึกษาพัฒนาการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งพื้นที่เกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร กล่าวว่า เบื้องต้น 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท พีซีบีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท วายพี คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอ กรุ๊ป คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้ประเมินความต้องการใช้น้ำเพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัด ปริมาณ 5 ล้าน ลบ.ม. (พื้นที่ 1,000 ไร่) ระยะแรก ซึ่งยังไม่มากนัก เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้ยังเป็นเพียงอุตสาหกรรมเบาไม่ใช่ขนาดใหญ่

นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำ สทนช. กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการบริหารจัดการน้ำภาคอีสานขณะนี้ คือ สภาพอากาศและความเปลี่ยนแปลงโลกส่งผลให้ลุ่มน้ำหลักภาคอีสาน “โขง ชี มูล” เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก การจัดหาแหล่งน้ำสำรองจึงสำคัญ จากที่เคยสูบน้ำโขงอย่างเดียวในอดีตคงไม่เพียงพอ คณะกรรมการลุ่มน้ำจึงต้องปรับรูปแบบบริหารจัดการใหม่ การจัดสรรน้ำโดยเฉพาะการป้องกันการแย่งน้ำซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญทั้งต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรม

เร่งโปรเจ็กต์น้ำอีสาน 5 ปี

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช. กล่าวว่า สทนช.เร่งรัดโครงการศึกษาการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งพื้นที่เกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย นครพนม และมุกดาหาร เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ (area based) ระยะ 5 ปี (ปี 2561-2565) และเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีโครงการเร่งด่วน อาทิ โครงการประตูระบายน้ำ ลำน้ำพุง-น้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร วงเงิน 2,100 ล้านบาท โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง จ.อุดรธานี จ.หนองคาย วงเงิน 21,000 ล้านบาท รวมทั้งจัดหาสำรองแหล่งน้ำ

ทั้งโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาและวางท่อขยาย โครงการประตูระบายน้ำห้วยบังอี่ ประตูระบายน้ำห้วยบางทราย จ.มุกดาหาร โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ประตูระบายน้ำสุรัสวดี จ.สกลนคร สะพานร่วมใจขาด สะพานข้ามลำเซบก ซึ่งเป็นอุปสรรคการระบายน้ำ จ.อุบลราชธานี

จากการประเมินศักยภาพพื้นที่ 3 จังหวัด พบว่า ยังมีศักยภาพอีกมากแต่ขาดแหล่งน้ำกักเก็บและขาดการเชื่อมโยงข้อมูลจากลำน้ำสาขา สปป.ลาว โดยเตรียมแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.หนองคาย เพิ่มเติมอีก 24.92 ล้าน ลบ.ม. จ.นครพนม เพิ่มเติมอีก 34.59 ล้าน ลบ.ม. และ จ.มุกดาหาร เพิ่มเติมอีก 39.31 ล้าน ลบ.ม ดังนั้น โครงการนี้จะช่วยกักเก็บและรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจค้าชายแดนที่มีมูลค่าการค้าหลายแสนล้านต่อปี เชื่อมโยงเส้นทางสายไหม One Belt One Road จากจีน

“เราจะใช้เวลา 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2563 ทุกขั้นตอนของการศึกษาจะให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้หลักการบริหารจัดการน้ำคล้ายคลึงกับ EEC ศึกษาทั้งเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม แต่ต้องยอมรับว่าตอนนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ประกอบกับจีน ลาวมีแหล่งน้ำเองมากขึ้น เราจะนิ่งเฉยไม่ได้ จึงได้หารือผู้แทนระดับสูงลุ่มแม่น้ำโขง-ล้านช้างพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...