โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลงทุนยุค ‘ดอกเบี้ยขาลง’ ธุรกิจไหนได้ประโยชน์

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ก.ย 2562 เวลา 01.37 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2562 เวลา 01.36 น. • The Bangkok Insight

เวลาที่อัตราดอกเบี้ยเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะขาขึ้นหรือขาลง แน่นอนว่าย่อมกระทบต่อภาคธุรกิจไม่มากก็น้อยแตกต่างกันไปครับ เมื่อเป็นแบบนี้การวางแผนลงทุน เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียว

อย่างล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%  จากเดิม 1.75% เหลือ 1.5% ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ส่งสัญญาณว่าครึ่งหลังของปีนี้ อาจมีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นกัน 

 

 

แน่นอนถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ รวมทั้งผลจากความตึงเครียดของสงครามการค้าที่ขยายความรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยคงเป็นขาลงสักพักใหญ่เลยทีเดียว 

คำถามคือแล้วเทรนด์ที่เป็นขาลงของอัตราดอกเบี้ยแบบนี้ หุ้นกลุ่มไหนจะได้รับประโยชน์บ้าง ลองมาดูกันเลยครับ 

1.ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อ

ปกติแล้วการคิดดอกเบี้ยของสถาบันการเงินที่เป็นธนาคารจะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Float Rate) ต่างกับกลุ่มธุรกิจลีสซิ่ง-เช่าซื้อ ที่มักปล่อยสินเชื่อในอัตราคงที่ (Fixed Rate) เพราะฉะนั้น กลุ่มลีสซิ่งและเช่าซื้อ จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบ จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) เท่าไหร่นัก 

ที่สำคัญยังเป็นผลดีด้วยหากดอกเบี้ยเป็นขาลง เนื่องจากสังเกตได้ว่า ธุรกิจนี้จะมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับสูง เพราะมีการกู้เงินจากธนาคารมาหมุนเพื่อปล่อยกู้ต่อให้รายย่อยต่อ ดังนั้น เมื่อดอกเบี้ยขาลง ย่อมทำให้ภาระหนี้สินลดตามไปด้วย

2.พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

แน่นอนว่าต้นทุนดอกเบี้ย คือต้นทุนสำคัญของกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่นเดียวกันช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยเป็นขาลง D/E Ratio ของธุรกิจจะลดลงตามไปโดยปริยาย

อีกทั้งยังได้อานิสงส์ต่อความรู้สึกของลูกค้า เพราะเมื่อดอกเบี้ยถูก คนก็มักจะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยกันได้ง่ายขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพมูลค่างานในมือ (Backlog) สามารถโอนมาเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจริงคล่องตัวมากขึ้นด้วยนั่นเอง

3.สื่อสารและสายการบิน  

คือ กลุ่มธุรกิจที่มีโครงสร้างการเงินเป็นจำนวนหนี้สูง เพราะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการขยายธุรกิจต่อเนื่อง ทำให้มีหนี้สินกับสถาบันการเงิน ที่เป็นดอกเบี้ยลอยตัว อย่างไรก็ตาม ในยุคดอกเบี้ยขาลงพวกเขาจึงได้ประโยชน์จาก D/E Ratio ลดลง สามารถผ่อนคลายภาระไปได้ระดับหนึ่งทีเดียว

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST มองกลยุทธ์ลงทุนช่วงนี้ว่า ควรเป็นไปแบบระมัดระวัง (Conservative) โดยสินทรัพย์ประเภทหุ้นควรเน้นลงทุนตลาดที่น่าสนใจและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะ 1 – 2 ปี เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบของเศรษฐกิจที่ชะลอการเติบโต

โดยมองว่ามีหุ้น 4 กลุ่ม ที่น่าสนใจและได้รับผลบวกโดยตรงจากการลดดอกเบี้ย คือ

– กลุ่มการเงิน ได้แก่ SAWAD, MTC 

– กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า ได้แก่ BGRIM, GULF 

– กลุ่มที่มีกระแสเงินสดดีและจ่ายปันผลสูง  ได้แก่ ADVANC, VGI , KKP, TISCO, DIF  

– กลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BDMS  

สรุปแล้วการลดลงของดอกเบี้ยทั่วโลก แน่นอนว่าเมื่อมีบางกลุ่มได้ประโยชน์ ก็ต้องมีบางกลุ่มที่เสียประโยชน์ สุดท้ายเราคงต้องมาพิจารณากันให้ดีครับ ซึ่งการวิเคราะห์ไปถึงปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนั้นๆ อย่างดี ก็จะทำให้เราเข้าใจและสามารถเห็นโอกาสในช่วงวิกฤตได้เร็วกว่าคนอื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...