โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผิวแห้ง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้น

HonestDocs

อัพเดต 22 พ.ย. 2563 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2563 เวลา 18.49 น. • HonestDocs
ผิวแห้ง คัน ลอก แสบ ตกสะเก็ด เป็นขุย ขาดน้ำ มีสาเหตุมาจากอะไร? ผิวแห้งมาก ขาดวิตามินอะไร? เราสามารถป้องกัน ผิวแห้ง ได้หรือไม่? วิธีดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้น เป็นอย่างไร?

เข้าหน้าหนาวหลายคนอาจสังเกตเห็นว่าตัวเองมีอาการ ผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis) หรือ ภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากสูญเสียน้ำให้กับชั้นบรรยากาศโดยการระเหยออก ยิ่งอากาศหนาว ยิ่งทำให้อากาศในชั้นบรรยากาศแห้ง ยิ่งทำให้น้ำที่อยู่ใต้ผิวหนังระเหยสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น

โดยปกติแล้วชั้นผิวหนังจะป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว โดยมีเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ถูกเชื่อมด้วยไขมันของผิวหนังมีลักษณะคล้ายกำแพงที่คอยปกป้องผิวหนัง หากกำแพงนี้เกิดความบกพร่องขึ้นก็จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำให้กับอากาศที่อยู่รอบตัวทำให้เกิดภาวะผิวแห้งได้

ภาวะผิวแห้งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย มักพบว่า ยิ่งมีอายุมากยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้น และการมีผิวที่แห้งยังเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่อาจจะทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ ตามมาได้ด้วย

สาเหตุของผิวแห้ง

ภาวะผิวแห้งเกิดได้จากหลากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก คือ

ปัจจัยภายใน

  • พันธุกรรม ในบางคนที่ผิวแห้งมาแต่กำเนิด เป็นผลมาจากการถูกถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมซึ่งเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้นจะมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ มักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ปัจจัยภายนอก

  • สภาพอากาศ เมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศเย็น หรือมีความชื้นต่ำ จะทำให้ผิวเกิดอาการแห้งกร้านมากกว่าปกติ เนื่องจากอากาศจะปรับสมดุลความชื้นทางอากาศ โดยการดูดความชื้นจากชั้นผิวหนัง เพื่อนำไปทดแทนความชื้นในอากาศ

  • การขัดผิว หลายคนอาจจะมองว่า การขัดผิวคือ วิธีขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป แต่ในการขัดทุกครั้งจะเกิดการเสียดสีที่รุนแรงขึ้น และหากทำบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้านมากขึ้น

  • การอาบน้ำร้อน อุณหภูมิของน้ำที่ร้อนจะส่งผลให้ผิวต้องสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและแห้งตึง

ลักษณะอาการผิวแห้ง

ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง จะจำแนกได้ 2 กรณี คือ

  • อาการผิวแห้งแค่เพียงเล็กน้อย คือ ผิวจะมีลักษณะแห้งกร้าน หยาบกระด้าง มองเห็นร่องลายของผิว พบมากบริเวณ แขน ขา และมือ หากไม่สังเกตจะมองไม่เห็นชัดเจน

  • อาการผิวแห้งมาก คือ ผิวจะมีลักษณะแห้ง แดง ลอกเป็นขุย แตกลาย มักพบบริเวณ แขน ขา และมือ แต่จะค่อนข้างสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีอาการแสบคัน หากเกาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดการอักเสบของผิวหนังได้ด้วย

วิธีรักษาปัญหาผิวแห้ง

กรณีที่ผิวแห้งไม่มาก 

ใช้วิธีรักษาเบื้องต้นด้วยการอาบน้ำในอุณหภูมิปกติ ทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำในตอนเช้าและตอนเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อน จึงค่อยทาโลชั่น เพราะเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลาที่ผิวกำลังดูดซึมได้ดี หรือ เมื่อรู้สึกว่าผิวแห้งก็สามารถทาโลชั่นได้ตลอด ไม่ใช่เฉพาะหลังอาบน้ำเท่านั้น 

โลชั่นให้เลือกใช้ชนิดที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือมีสีเจือปน เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้

กรณีที่ผิวแห้งมาก 

  • สังเกตได้จากเกิดอาการแสบคัน แตก ลอกเป็นขุย หรือมีการอักเสบของผิวเกิดขึ้น

  • สามารถรักษาด้วยการรับประทานยาแก้คัน เช่น Hydroxyzine (Atarax) Cetirizine (Zyrtec) Loratidine (Claritin) หรือใช้ยาทาสเตียรอยด์ทา เพื่อลดอาการอักเสบและคันที่เกิดขึ้นกับผิว

  • ไม่ควรทายาติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ เพราะยาอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นกับผิวได้ เช่น ผิวบางขึ้น ผิวติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

  • ในกรณีที่ติดเชื้อแบคทีเรียจากการเกา ให้รับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

  • ควรทาโลชั่น หรือครีมบำรุงผิวที่มีมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้น โดยทาหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วทั้งเช้าและเย็น ในระหว่างวันก็ควรทาครีมบำรุงผิว ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นจากภายใน

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด หรือควรทาครีมกันแดดปกป้องผิวก่อนออกจากบ้านด้วยจะดีที่สุด เพราะแสงแดดก็เป็นตัวการทำลายผิวให้ยิ่งแห้งกร้านมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

วิธีป้องกันปัญหาผิวแห้ง

การป้องกันปัญหาผิวแห้ง สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้ง หรือเย็นจัด เช่น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน

  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ หรืออาบน้ำเป็นเวลานาน ในกรณีที่ต้องไปว่ายน้ำก็ไม่ควรที่จะแช่อยู่ในสระน้ำเป็นเวลานานเช่นกัน เพราะในสระน้ำจะมีคลอรีนที่มีปฏิกิริยาต่อผิว ซึ่งอาจจะทำให้ผิวแห้งได้

  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณหภูมิที่ร้อนจัด

  • เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยน หรือสบู่เด็ก โดยการฟอกสบู่นั่นให้ฟอกเฉพาะบริเวณที่จำเป็น เช่น ลำตัว รักแร้ ขาหนีบ

  • ไม่ควรขัดผิวบ่อยจนเกินไปเพราะการขัดผิว แม้ว่าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรลดการขัดผิวให้น้อยลง อาจขัดสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นการเสียดสีกับผิว ทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง และอักเสบได้

  • นวดบำรุงผิวด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ โดยอาจจะเลือกใช้น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอกที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิว เพียงนำมาทาลงบนผิวแล้วนวดให้ซึมซาบลงสู่ผิวเป็นประจำก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มเอิบ และไร้ปัญหาแห้งแตกได้แล้ว
    แต่หากใครไม่มีเวลาก็อาจจะเลือกใช้เบบี้ออยล์ชโลมผิวหลังจากอาบน้ำทุกครั้งก็ได้เช่นกัน จากนั้นจึงทาโลชั่นบำรุงผิวต่อไป

  • ทาโลชั่น/ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยพยายามทาให้เหมือนกิจวัตรอย่างหนึ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน

  • ดื่มน้ำเยอะๆ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิว เช่น มะเขือเทศ กล้วย พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมถึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ด้วย

ผิวแห้งสามารถป้องกันได้ อย่าปล่อยปละละเลย เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวอักเสบได้ หมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผิวพรรณที่เปล่งปลั่งดูสุขภาพดี 

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจนวดตัว จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @hdcoth หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...