Jacinda Ardern : นายกฯ นิวซีแลนด์ ผู้ใช้ ‘ความอ่อนโยน’ ฝ่าวิกฤต - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา
“ผู้นำ ต้องมีทั้งความเห็นอกเห็นใจและเข้มแข็ง
“ตอนนี้โลกไม่ต้องการนักการเมืองที่แข็งกร้าวจำนวนมากอีกแล้ว เราต้องการคนที่มีความห่วงใย”
กว่า 3 ปี ที่เธอขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นิวซีแลนด์ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่สะเทือนความรู้สึกประชาชนในชาติ ทั้งการกราดยิงชาวมุสลิมจนมีผู้เสียชีวิต 51 คน ภูเขาไฟปะทุ และโคโรนาไวรัส ที่คร่าชีวิตผู้คนล้มตาย ลุกลามไปถึงเศรษฐกิจระดับชาติพังครืน
แต่ด้วยการรับมือที่อ่อนโยน เมตตา มีความเป็นมนุษย์ ทำให้นายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งที่เธออายุเพียง 40 ปีเศษ ซึ่งนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แดนกีวี
ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ขอชวนไปรู้จักกับ จาซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardern) ผู้นำหญิงที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในเวลานี้
01
แสงสว่างท่ามกลางวิกฤต
มีคำกล่าวว่า ในยามวิกฤต คือบทพิสูจน์ฝีมือของผู้นำ
วันที่ 15 มีนาคม ปี 2019 เวลาเที่ยง ขณะที่ชาวมุสลิมรวมตัวกันที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชเพื่อละหมาดประจำวัน ชายผิวขาวคนหนึ่งบุกเข้ามาพร้อมกับปืนไรเฟิล ก่อนกราดยิงคนบริสุทธิ์ไม่เลือกหน้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 51 ราย บาดเจ็บอีก 50 ราย สร้างความตื่นตะลึงไปทั่ว
ฆาตกรเป็นชาวออสซี่หัวรุนแรง วัย 28 ปี ติดกล้องวิดีโอไว้กับศีรษะเพื่อถ่ายทอดสดความโหดร้าย ก่อนหน้านี้เขาได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียแสดงความเกลียดชังต่อชาวมุสลิมอพยพ ซึ่งมีจำนวนมากในนิวซีแลนด์ ด้วยเชื่อว่า คนกลุ่มนี้ทำให้ประเทศต้องประสบกับความทุกข์ยาก
เมื่ออาร์เดิร์น ทราบข่าว เธอประณามว่านี่เป็น ‘การก่อการร้าย’ ทันที แถมยังปฏิเสธที่จะเอ่ยถึงชื่อของผู้ก่อเหตุ เพราะไม่อยากให้ได้รับชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จัก ตามที่คนร้ายต้องการ
วันถัดมา ผู้นำหญิงเดินทางไปร่วมไว้อาลัย เธอสวมฮิญาบสีดำเพื่อสื่อถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมุสลิมทั่วโลก พร้อมทั้งโอบกอดญาติผู้เสียชีวิตแสดงความเสียใจ ประกาศจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง การเหยียดเชื้อชาติ และความขัดแย้งทางศาสนา
“ฉันนำความเศร้าโศกของชาวนิวซีแลนด์ทั้งหมดมาด้วย ฉันมาที่นี่เพื่อยืนเคียงข้างคุณ ..เรารู้สึกถึงความอยุติธรรม และโกรธ ..นิวซีแลนด์คือบ้านของพวกเรา ไม่ว่าคนนั้นจะเคยอยู่มาหลายชั่วอายุคน หรือย้ายมาเมื่อปีก่อน ที่นี่คือบ้าน พวกเขาควรจะปลอดภัย”
เธอยังต่อสายไปคุยกับพนักงานระดับสูงของ Facebook, YouTube และ Twitter ในประเด็นที่โซเชียลมีเดียควรมีกฎระเบียบควบคุมการโพสต์ และถ่ายทอดสดเนื้อหาที่รุนแรง
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ไม่ถึงเดือนหลังจากนั้น รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศกฎหมายห้ามครอบครองอาวุธกึ่งอัตโนมัติ ทั้งปืนไรเฟิลและปืนขนาดเล็กทุกชนิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการก่อการร้ายลักษณะเดิมได้ง่ายๆ อีก โดยให้โอกาสผู้ที่ครอบครองนำปืนมาคืน แล้วรัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้
ท่าทีแห่งความอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจต่อผู้เคราะห์ร้าย พร้อมหาทางป้องกันปัญหาอย่างเอาจริง ไม่เพียงทำให้ชาวมุสลิมอพยพที่ไครสต์เชิร์ช ตื้นตันและกล่าวคำขอบคุณ แต่ยังทำให้ผู้คนชื่นชมการรับมือที่ยอดเยี่ยมของอาร์เดิร์น จากเหตุการณ์นี้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
“ทั้งหมดที่ฉันทำในตอนนั้น มาจากความรู้สึกที่แท้จริง ท่ามกลางโศกนาฏกรรมที่น่าสยดสยองของมนุษย์ ฉันเห็นความเศร้าโศกและความรักต่อชุมชน สิ่งที่สะท้อนออกไปจึงเป็นความรักและความปรารถนาดี”
อีก 9 เดือนถัดมา ชาวกีวีต้องเศร้าโศกอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุภูเขาไฟไวท์ไอส์แลนด์ปะทุขึ้น โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ มาก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากลาวาร้อนเผาไหม้ 21 ราย และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก วันรุ่งขึ้นอาร์เดิร์นลงพื้นที่ไปให้กำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก และกอดปลอบโยนผู้ประสบภัยและเครือญาติที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัว
นับเป็นอีกครั้งที่ อาร์เดิร์น ใช้ความอ่อนโยน และความเห็นอกเห็นใจ เผชิญหน้ากับวิกฤต
แต่เหตุการณ์ที่ทำให้นายกฯ หญิงนิวซีแลนด์ได้รับการกล่าวถึงในวงกว้างอีกครั้ง คือ การรับมือกับโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก
ต้นปี 2020 รัฐบาลของอาร์เดินใช้แนวทาง ‘เข้มข้นและเร็วที่สุด’ รับมือกับโรคระบาด
นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ปิดพรมแดนและล็อกดาว์นอย่างเข้มงวด 1 เดือน ตั้งแต่มีผู้ติดเชื้อเพียง 100 ราย แม้จะทำให้เศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวได้รับความเสียหายอย่างหนัก จน GDP ร่วงลงมากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ มากที่สุดในประวัติศาสตร์
แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นน่าทึ่งอย่างมาก เพราะราว 100 วัน ตั้งแต่คลายล็อกดาว์นจนถึงเดือนสิงหาคม ไม่พบการแพร่กระจายของไวรัสอีกเลย แม้ต่อมาจะพบผู้ติดเชื้อในรัฐโอ๊คแลนด์จนต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และปิดประเทศอีกครั้ง แต่ก็ทำให้นิวซีแลนด์สามารถจำกัดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศให้อยู่ที่ประมาณ 2,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพียง 25 คน จนยกเลิกมาตรการสวมหน้ากาก และเว้นระยะห่างทางสังคมได้
ในระหว่างการต่อสู้กับเชื้อโรคร้าย อาเดิร์นยังประกาศลดเงินเดือนตัวเองรวมถึงรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานราชการลง 20 เปอร์เซ็นต์ นาน 6 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ พร้อมกันนั้นยังใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารกับคนในประเทศอย่างเป็นกันเอง เพื่อลดความเครียดและวิตกกังวล โดยยืนยันหนักแน่นว่ารัฐบาลจะดูแลคุณเอง
ผลงานของเธอตลอด 3 ปีชนะใจประชาชน ในการเลือกตั้งนิวซีแลนด์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เธอจึงได้รับโอกาสให้กลับมาดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 3 ปี ด้วยคะแนนเสียงล้นหลาม
02
เส้นทางสู่การเมือง
จาซินดา อาร์เดิร์น เติบโตขึ้นใน Murupara เมืองเล็กๆ ซึ่งรู้จักกันดีในฐานะศูนย์กลางของชาวเมารี - ชนเผ่าพื้นเมืองนิวซีแลนด์ ที่นี่เต็มไปด้วยเด็กยากจนที่ไม่มีรองเท้าใส่ หรือไม่ได้กินอะไรเป็นอาหารกลางวันเพราะไม่มีเงิน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เธอก้าวเข้ามาในถนนสายการเมือง
อาร์เดิร์นฉายแววความเป็นผู้นำมาตั้งแต่เด็ก เมื่อได้รับเลือกเป็นตัวแทนคณะกรรมการมูลนิธิของโรงเรียน ตอนอายุ 17 ปี ป้าของเธอช่วยฝากฝังให้เข้าสู่พรรคแรงงาน และได้มีส่วนร่วมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของ Harry Duynhovenสมาชิกพรรค ประจำเมืองนิวพลีมัธ
“ฉันเข้าร่วมพรรคการเมืองตั้งแต่วัยรุ่น ไม่ใช่เพราะฉันอยากเป็นนักการเมือง ไม่อย่างแน่นอน! ฉันก็เหมือนคนหนุ่มสาวที่อยากเปลี่ยนแปลงโลก แม้จะเป็นวิธีที่เล็กที่สุด แต่ฉันรู้สึกเหมือนกำลังทำบางอย่างที่จะสร้างความแตกต่าง”
หลังเรียนจบด้านนิเทศศาสตร์ อาร์เดิร์นทำงานวิจัยให้พรรค ก่อนได้รับโอกาสให้เป็นคณะทำงานของ Helen Clarkนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองในประวัติศาสตร์นิวซีแลนด์ Clark เป็นฮีโร่ของอาร์เดิร์นและให้คำแนะนำทางการเมืองกับเธอมากมาย
ในปี 2005 หญิงสาวตัดสินใจเดินทางมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อังกฤษ เธอใช้เวลาสองปีครึ่งในสำนักงานคณะรัฐมนตรีของ Tony Blairนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรียนรู้งานปรับปรุงระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานท้องถิ่นกับธุรกิจขนาดเล็กให้ดีขึ้น
อาร์เดิร์นกลับบ้านเกิดในปี 2008 และเข้าสู่สนามการเมืองโดยเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต Waikato แม้ว่าจะสอบตกไป 13,000 คะแนน แต่เธอก็เข้าสู่รัฐสภาในฐานะผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ โดยเป็นสมาชิกสภาที่อายุน้อยสุด ด้วยวัยเพียง 28 ปี
ผลงานที่โดดเด่น ทำให้เธอเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ของพรรค และกลับมาสู่สภาอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งถัดมา อาร์เดิร์นเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากนโยบายรณรงค์ให้โรงเรียนในนิวซีแลนด์สอนภาษาเมารี การรับมือกับภาวะโลกร้อน สนับสนุนสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ รวมถึงตัวเธอประกาศยกเลิกนับถือนิกายมอรมอนซึ่งนับถือมาแต่เด็ก เพราะมอรมอนไม่ยอมรับการแต่งงานเพศเดียวกัน
ปี 2017 ถือเป็นจุดพลิกผันชีวิต เมื่อ Andrew Littleหัวหน้าพรรคแรงงานเรียกเข้าไปพบและบอกว่าเขาจะลาออก โดยเชื่อว่าอาร์เดิร์นจะรับตำแหน่งนี้แทนได้ ตอนแรกเธอไม่มั่นใจคิดว่าตัวเองไม่มีประสบการณ์เพียงพอหรือเด็กเกินไป แต่สุดท้ายเธอก็ตอบตกลง
“ตอนนั้นฉันเป็นรองหัวหน้าพรรค และไม่คิดว่าฉันจะทำให้เราชนะการเลือกตั้ง เพราะเหลืออีก 7 สัปดาห์ก็จะลงคะแนนกันแล้ว แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องทำต่อไป ผู้คนต้องการได้ยินว่า ‘ฉันทำได้’ ดังนั้นฉันต้องออกไปข้างหน้าและแสดงให้ทุกคนเห็น”
เมื่อถึงการเลือกตั้ง อาร์เดิร์นในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รณรงค์หาเสียงว่าจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนนิวซีแลนด์ดีขึ้น โดยการขจัดความยากจนของเด็กที่มีกว่า 2 แสนคน ทำให้แม่น้ำกลับมาสะอาดจนลงไปว่ายน้ำได้ สร้างบ้านพักที่เป็นเจ้าของได้ และเตรียมคนหนุ่มสาวเพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ผ่านการศึกษาฟรีในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ ขณะที่เดียวกันยังเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิสตรีและปัญหาสุขภาพจิต
แม้ว่าพรรคแรงงานจะได้คะแนนเสียง 36 เปอร์เซ็นต์ ตามมาเป็นลำดับที่ 2 แต่สามารถชักชวนพรรคพันธมิตรมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาสำเร็จ ทำให้อาร์เดิร์น ในวัย 37 ปี ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศนับตั้งแต่ปี 1856
03
ผู้นำที่มี ‘ความเป็นมนุษย์’
มีหลายสิ่งที่อาร์เดิร์นแสดงให้เห็นว่า เธอก็เป็นคนธรรมดา ไม่ได้มีมิติแค่เป็นทำหน้าที่ปกครองประเทศเพียงอย่างเดียว
นายกฯ หญิงแดนกีวีเป็นผู้นำคนแรกในรอบเกือบ 30 ปีที่ตั้งครรภ์และคลอดลูกขณะดำรงตำแหน่ง โดยให้กำเนิดลูกคนแรกในเดือนมิถุนายน 2018
หลังพักงานไป 6 สัปดาห์ เธอฝากลูกให้แฟนทำหน้าที่เลี้ยงดูและกลับมาทำหน้าที่ในทำเนียบอีกครั้ง เมื่อมีการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติประจำปีที่นครนิวยอร์ก อาร์เดิร์นก็พาบุตรสาววัย 3 เดือนไปด้วย เพราะต้องปั๊มน้ำนมให้ลูก โดยออกเงินค่าเครื่องบินให้ว่าที่สามีตามไปด้วยเพื่อคอยเลี้ยงดูลูกขณะปฏิบัติหน้าที่
เธอแสดงให้เห็นว่า ผู้นำหญิงก็ทำหน้าที่แม่ และผู้นำประเทศไปพร้อมกันได้ โดยไม่ขาดตกบกพร่อง
ความโดดเด่นอีกอย่างของอาร์เดิร์น คือเธอสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ สื่อสารผลงาน นโยบาย และทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิด
อย่างตอนที่มีกระแสการท้าทาย ‘2-minute Video Challenge’ หรือให้พูดสรุปสิ่งที่ทำมาทั้งหมดภายในเวลา 2 นาที เธออธิบาย ‘ความสำเร็จที่สำคัญ’ ของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโดยแทบไม่หยุดหายใจ
ทั้งการสร้างงาน 92,000 ตำแหน่ง กฎหมายควบคุมปืน สร้างบ้านของรัฐกว่า 2,200 หลัง แบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ปลูกต้นไม้ 140 ล้านต้น จ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ 1,600 คน ออกนโยบายใบเรียกเก็บเงินคาร์บอนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในประเทศ นอกเหนือจากนี้เธอยังกล่าวถึงอาหารกลางวันฟรีในโรงเรียน และทำให้อัตราการว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี
แม้จะใช้เวลาเกินมา 56 วินาที แต่ก็มีผู้ดูวิดีโอดังกล่าวมากกว่า 2.1 ล้านครั้ง และแชร์ออกไปมากกว่า 43,000 ครั้ง
ในช่วงล็อกดาว์นเพราะโควิด-19 เธอก็ไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ตอบปัญหาของประชาชน พูดคุยถึงราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนนำหน้ากากผ้าที่เธอเย็บด้วยตัวเองมาแนะนำให้คนนิวซีแลนด์ได้ทำบ้าง
04
การกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง
หลังชนะการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2020 ผู้นำหญิงแห่งนิวซีแลนด์ได้ออกมากล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกให้เธอได้ทำหน้าที่ต่อ รวมทั้งพูดถึงการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ควรนำไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติ
“เราอาศัยอยู่ในโลกที่มีการแบ่งขั้วมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากสูญเสียความสามารถในการมองเห็นมุมมองของกันและกัน ฉันหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ นิวซีแลนด์จะแสดงให้เห็นว่าในฐานะเพื่อนร่วมชาติเราสามารถรับฟังและถกเถียงกันได้ โดยไม่มองข้ามมุมมองของคนอื่น การเลือกตั้งไม่ใช่กิจกรรมที่ทำให้ผู้คนรวมใจกัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเกลียดกันและกัน”
แม้ว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวาระแรก อาร์เดิร์นจะไม่สามารถทำหลายสิ่งได้ตามที่สัญญาไว้กับประชาชน เช่นโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง ที่ทำได้เพียง 500 หลัง จาก 100,000 หลัง หรือการแก้ไขปัญหาความยากจนของเด็กที่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งเธอก็ยอมรับโดยดี
“ฉันยังดำเนินการไม่เสร็จ..หลายคนหวังว่าฉันจะแก้ไขปัญหาที่ยาวนานหลายสิบปีได้ภายใน 3 ปี แต่ทำไม่ได้”
การทำงานในวาระที่ 2 อีก 3 ปีถัดไปนั้น พรรคแรงงานของเธอให้สัญญากับประชาชนว่าจะลดความยากจนของเด็กลงครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2030 ลดการปล่อยคาร์บอนเป็น 0 ในปี 2050 สร้างที่อยู่อาศัยของรัฐเพิ่มเติม และพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่ถดถอยเพราะโรคระบาด
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อาร์เดินก็ให้คำมั่นว่าจะทำอย่างเต็มที่
“นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความวิตกกังวล เราตั้งเป้าที่จะผ่านไปให้ได้ เราจำเป็นต้องมีแผนฟื้นฟู
“ในอีกสามปีข้างหน้ามีงานต้องทำอีกมาก เราจะสร้างประเทศให้ดีขึ้นจากวิกฤต”
จากนี้ไป อาร์เดินจะยังเป็นผู้นำหญิงที่โดดเด่นที่สุดต่อไปอีกหรือไม่ ผลงานในอนาคตของเธอจะเป็นคำตอบ
ติดตามบทความใหม่ๆ จาก เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา ได้บน LINE TODAY ทุกวันอาทิตย์
เรียบเรียงและภาพประกอบจาก
- thaipublica.org - เจซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำที่ได้รับยกย่องทั่วโลก ในวันที่มืดมนที่สุดของนิวซีแลนด์
- thairath.co.th - รู้จัก จาซินดา อาร์เดิร์น เก่งจริง อายุแค่ 37 นายกฯ ใหม่นิวซีแลนด์
- theguardian.com - Jacinda Ardern: 'Political leaders can be both empathetic and strong'
- theguardian.com - Jacinda Ardern: ‘Very little of what I have done has been deliberate. It's intuitive’
- britannica.com - Jacinda Ardern prime minister of New Zealand
- rev.com - New Zealand PM Jacinda Ardern Victory Speech Transcript: Wins 2020 New Zealand Election
- time.com - A Year After Christchurch, Jacinda Ardern Has the World's Attention. How Will She Use It?