โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Jacinda Ardern : นายกฯ นิวซีแลนด์ ผู้ใช้ ‘ความอ่อนโยน’ ฝ่าวิกฤต - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 07 พ.ย. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา

“ผู้นำ ต้องมีทั้งความเห็นอกเห็นใจและเข้มแข็ง 

“ตอนนี้โลกไม่ต้องการนักการเมืองที่แข็งกร้าวจำนวนมากอีกแล้ว เราต้องการคนที่มีความห่วงใย”

กว่า 3 ปี ที่เธอขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นิวซีแลนด์ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่สะเทือนความรู้สึกประชาชนในชาติ ทั้งการกราดยิงชาวมุสลิมจนมีผู้เสียชีวิต 51 คน ภูเขาไฟปะทุ และโคโรนาไวรัส ที่คร่าชีวิตผู้คนล้มตาย ลุกลามไปถึงเศรษฐกิจระดับชาติพังครืน

แต่ด้วยการรับมือที่อ่อนโยน เมตตา มีความเป็นมนุษย์ ทำให้นายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งที่เธออายุเพียง 40 ปีเศษ ซึ่งนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แดนกีวี 

ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ขอชวนไปรู้จักกับ จาซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardern) ผู้นำหญิงที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในเวลานี้

01 

แสงสว่างท่ามกลางวิกฤต

มีคำกล่าวว่า ในยามวิกฤต คือบทพิสูจน์ฝีมือของผู้นำ

วันที่ 15 มีนาคม ปี 2019 เวลาเที่ยง ขณะที่ชาวมุสลิมรวมตัวกันที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชเพื่อละหมาดประจำวัน ชายผิวขาวคนหนึ่งบุกเข้ามาพร้อมกับปืนไรเฟิล ก่อนกราดยิงคนบริสุทธิ์ไม่เลือกหน้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 51 ราย บาดเจ็บอีก 50 ราย สร้างความตื่นตะลึงไปทั่ว 

ฆาตกรเป็นชาวออสซี่หัวรุนแรง วัย 28 ปี ติดกล้องวิดีโอไว้กับศีรษะเพื่อถ่ายทอดสดความโหดร้าย ก่อนหน้านี้เขาได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียแสดงความเกลียดชังต่อชาวมุสลิมอพยพ ซึ่งมีจำนวนมากในนิวซีแลนด์ ด้วยเชื่อว่า คนกลุ่มนี้ทำให้ประเทศต้องประสบกับความทุกข์ยาก

เมื่ออาร์เดิร์น ทราบข่าว เธอประณามว่านี่เป็น ‘การก่อการร้าย’ ทันที แถมยังปฏิเสธที่จะเอ่ยถึงชื่อของผู้ก่อเหตุ เพราะไม่อยากให้ได้รับชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จัก ตามที่คนร้ายต้องการ 

วันถัดมา ผู้นำหญิงเดินทางไปร่วมไว้อาลัย เธอสวมฮิญาบสีดำเพื่อสื่อถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมุสลิมทั่วโลก พร้อมทั้งโอบกอดญาติผู้เสียชีวิตแสดงความเสียใจ ประกาศจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง การเหยียดเชื้อชาติ และความขัดแย้งทางศาสนา 

“ฉันนำความเศร้าโศกของชาวนิวซีแลนด์ทั้งหมดมาด้วย ฉันมาที่นี่เพื่อยืนเคียงข้างคุณ ..เรารู้สึกถึงความอยุติธรรม และโกรธ ..นิวซีแลนด์คือบ้านของพวกเรา ไม่ว่าคนนั้นจะเคยอยู่มาหลายชั่วอายุคน หรือย้ายมาเมื่อปีก่อน ที่นี่คือบ้าน พวกเขาควรจะปลอดภัย” 

เธอยังต่อสายไปคุยกับพนักงานระดับสูงของ Facebook, YouTube และ Twitter ในประเด็นที่โซเชียลมีเดียควรมีกฎระเบียบควบคุมการโพสต์ และถ่ายทอดสดเนื้อหาที่รุนแรง

ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ไม่ถึงเดือนหลังจากนั้น รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศกฎหมายห้ามครอบครองอาวุธกึ่งอัตโนมัติ ทั้งปืนไรเฟิลและปืนขนาดเล็กทุกชนิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการก่อการร้ายลักษณะเดิมได้ง่ายๆ อีก โดยให้โอกาสผู้ที่ครอบครองนำปืนมาคืน แล้วรัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้ 

ท่าทีแห่งความอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจต่อผู้เคราะห์ร้าย พร้อมหาทางป้องกันปัญหาอย่างเอาจริง ไม่เพียงทำให้ชาวมุสลิมอพยพที่ไครสต์เชิร์ช ตื้นตันและกล่าวคำขอบคุณ แต่ยังทำให้ผู้คนชื่นชมการรับมือที่ยอดเยี่ยมของอาร์เดิร์น จากเหตุการณ์นี้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

“ทั้งหมดที่ฉันทำในตอนนั้น มาจากความรู้สึกที่แท้จริง ท่ามกลางโศกนาฏกรรมที่น่าสยดสยองของมนุษย์ ฉันเห็นความเศร้าโศกและความรักต่อชุมชน สิ่งที่สะท้อนออกไปจึงเป็นความรักและความปรารถนาดี”

อีก 9 เดือนถัดมา ชาวกีวีต้องเศร้าโศกอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุภูเขาไฟไวท์ไอส์แลนด์ปะทุขึ้น โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ มาก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากลาวาร้อนเผาไหม้ 21 ราย และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก วันรุ่งขึ้นอาร์เดิร์นลงพื้นที่ไปให้กำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก และกอดปลอบโยนผู้ประสบภัยและเครือญาติที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัว 

นับเป็นอีกครั้งที่ อาร์เดิร์น ใช้ความอ่อนโยน และความเห็นอกเห็นใจ เผชิญหน้ากับวิกฤต

แต่เหตุการณ์ที่ทำให้นายกฯ หญิงนิวซีแลนด์ได้รับการกล่าวถึงในวงกว้างอีกครั้ง คือ การรับมือกับโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก 

ต้นปี 2020 รัฐบาลของอาร์เดินใช้แนวทาง ‘เข้มข้นและเร็วที่สุด’ รับมือกับโรคระบาด

นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ปิดพรมแดนและล็อกดาว์นอย่างเข้มงวด 1 เดือน ตั้งแต่มีผู้ติดเชื้อเพียง 100 ราย แม้จะทำให้เศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวได้รับความเสียหายอย่างหนัก จน GDP ร่วงลงมากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ 

แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นน่าทึ่งอย่างมาก เพราะราว 100 วัน ตั้งแต่คลายล็อกดาว์นจนถึงเดือนสิงหาคม ไม่พบการแพร่กระจายของไวรัสอีกเลย แม้ต่อมาจะพบผู้ติดเชื้อในรัฐโอ๊คแลนด์จนต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และปิดประเทศอีกครั้ง แต่ก็ทำให้นิวซีแลนด์สามารถจำกัดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศให้อยู่ที่ประมาณ 2,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพียง 25 คน จนยกเลิกมาตรการสวมหน้ากาก และเว้นระยะห่างทางสังคมได้ 

ในระหว่างการต่อสู้กับเชื้อโรคร้าย อาเดิร์นยังประกาศลดเงินเดือนตัวเองรวมถึงรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานราชการลง 20 เปอร์เซ็นต์ นาน 6 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ พร้อมกันนั้นยังใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารกับคนในประเทศอย่างเป็นกันเอง เพื่อลดความเครียดและวิตกกังวล โดยยืนยันหนักแน่นว่ารัฐบาลจะดูแลคุณเอง 

ผลงานของเธอตลอด 3 ปีชนะใจประชาชน ในการเลือกตั้งนิวซีแลนด์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เธอจึงได้รับโอกาสให้กลับมาดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 3 ปี ด้วยคะแนนเสียงล้นหลาม  

02 

เส้นทางสู่การเมือง

จาซินดา อาร์เดิร์น เติบโตขึ้นใน Murupara เมืองเล็กๆ ซึ่งรู้จักกันดีในฐานะศูนย์กลางของชาวเมารี - ชนเผ่าพื้นเมืองนิวซีแลนด์ ที่นี่เต็มไปด้วยเด็กยากจนที่ไม่มีรองเท้าใส่ หรือไม่ได้กินอะไรเป็นอาหารกลางวันเพราะไม่มีเงิน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เธอก้าวเข้ามาในถนนสายการเมือง

อาร์เดิร์นฉายแววความเป็นผู้นำมาตั้งแต่เด็ก เมื่อได้รับเลือกเป็นตัวแทนคณะกรรมการมูลนิธิของโรงเรียน ตอนอายุ 17 ปี ป้าของเธอช่วยฝากฝังให้เข้าสู่พรรคแรงงาน และได้มีส่วนร่วมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของ Harry Duynhovenสมาชิกพรรค ประจำเมืองนิวพลีมัธ

“ฉันเข้าร่วมพรรคการเมืองตั้งแต่วัยรุ่น ไม่ใช่เพราะฉันอยากเป็นนักการเมือง ไม่อย่างแน่นอน! ฉันก็เหมือนคนหนุ่มสาวที่อยากเปลี่ยนแปลงโลก แม้จะเป็นวิธีที่เล็กที่สุด แต่ฉันรู้สึกเหมือนกำลังทำบางอย่างที่จะสร้างความแตกต่าง” 

หลังเรียนจบด้านนิเทศศาสตร์ อาร์เดิร์นทำงานวิจัยให้พรรค ก่อนได้รับโอกาสให้เป็นคณะทำงานของ Helen Clarkนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองในประวัติศาสตร์นิวซีแลนด์ Clark เป็นฮีโร่ของอาร์เดิร์นและให้คำแนะนำทางการเมืองกับเธอมากมาย

ในปี 2005 หญิงสาวตัดสินใจเดินทางมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อังกฤษ เธอใช้เวลาสองปีครึ่งในสำนักงานคณะรัฐมนตรีของ Tony Blairนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรียนรู้งานปรับปรุงระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานท้องถิ่นกับธุรกิจขนาดเล็กให้ดีขึ้น 

อาร์เดิร์นกลับบ้านเกิดในปี 2008 และเข้าสู่สนามการเมืองโดยเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต Waikato แม้ว่าจะสอบตกไป 13,000 คะแนน แต่เธอก็เข้าสู่รัฐสภาในฐานะผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ โดยเป็นสมาชิกสภาที่อายุน้อยสุด ด้วยวัยเพียง 28 ปี 

ผลงานที่โดดเด่น ทำให้เธอเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ของพรรค และกลับมาสู่สภาอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งถัดมา อาร์เดิร์นเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากนโยบายรณรงค์ให้โรงเรียนในนิวซีแลนด์สอนภาษาเมารี การรับมือกับภาวะโลกร้อน สนับสนุนสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ รวมถึงตัวเธอประกาศยกเลิกนับถือนิกายมอรมอนซึ่งนับถือมาแต่เด็ก เพราะมอรมอนไม่ยอมรับการแต่งงานเพศเดียวกัน

ปี 2017 ถือเป็นจุดพลิกผันชีวิต เมื่อ Andrew Littleหัวหน้าพรรคแรงงานเรียกเข้าไปพบและบอกว่าเขาจะลาออก โดยเชื่อว่าอาร์เดิร์นจะรับตำแหน่งนี้แทนได้ ตอนแรกเธอไม่มั่นใจคิดว่าตัวเองไม่มีประสบการณ์เพียงพอหรือเด็กเกินไป แต่สุดท้ายเธอก็ตอบตกลง

“ตอนนั้นฉันเป็นรองหัวหน้าพรรค และไม่คิดว่าฉันจะทำให้เราชนะการเลือกตั้ง เพราะเหลืออีก 7 สัปดาห์ก็จะลงคะแนนกันแล้ว แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องทำต่อไป ผู้คนต้องการได้ยินว่า ‘ฉันทำได้’ ดังนั้นฉันต้องออกไปข้างหน้าและแสดงให้ทุกคนเห็น”  

เมื่อถึงการเลือกตั้ง อาร์เดิร์นในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รณรงค์หาเสียงว่าจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนนิวซีแลนด์ดีขึ้น โดยการขจัดความยากจนของเด็กที่มีกว่า 2 แสนคน ทำให้แม่น้ำกลับมาสะอาดจนลงไปว่ายน้ำได้ สร้างบ้านพักที่เป็นเจ้าของได้ และเตรียมคนหนุ่มสาวเพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ผ่านการศึกษาฟรีในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ ขณะที่เดียวกันยังเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิสตรีและปัญหาสุขภาพจิต 

แม้ว่าพรรคแรงงานจะได้คะแนนเสียง 36 เปอร์เซ็นต์ ตามมาเป็นลำดับที่ 2 แต่สามารถชักชวนพรรคพันธมิตรมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาสำเร็จ ทำให้อาร์เดิร์น ในวัย 37 ปี ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศนับตั้งแต่ปี 1856 

03 

ผู้นำที่มี ‘ความเป็นมนุษย์’

มีหลายสิ่งที่อาร์เดิร์นแสดงให้เห็นว่า เธอก็เป็นคนธรรมดา ไม่ได้มีมิติแค่เป็นทำหน้าที่ปกครองประเทศเพียงอย่างเดียว    

นายกฯ หญิงแดนกีวีเป็นผู้นำคนแรกในรอบเกือบ 30 ปีที่ตั้งครรภ์และคลอดลูกขณะดำรงตำแหน่ง โดยให้กำเนิดลูกคนแรกในเดือนมิถุนายน 2018 

หลังพักงานไป 6 สัปดาห์ เธอฝากลูกให้แฟนทำหน้าที่เลี้ยงดูและกลับมาทำหน้าที่ในทำเนียบอีกครั้ง เมื่อมีการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติประจำปีที่นครนิวยอร์ก อาร์เดิร์นก็พาบุตรสาววัย 3 เดือนไปด้วย เพราะต้องปั๊มน้ำนมให้ลูก โดยออกเงินค่าเครื่องบินให้ว่าที่สามีตามไปด้วยเพื่อคอยเลี้ยงดูลูกขณะปฏิบัติหน้าที่ 

เธอแสดงให้เห็นว่า ผู้นำหญิงก็ทำหน้าที่แม่ และผู้นำประเทศไปพร้อมกันได้ โดยไม่ขาดตกบกพร่อง 

ความโดดเด่นอีกอย่างของอาร์เดิร์น คือเธอสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ สื่อสารผลงาน นโยบาย และทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิด

อย่างตอนที่มีกระแสการท้าทาย ‘2-minute Video Challenge’ หรือให้พูดสรุปสิ่งที่ทำมาทั้งหมดภายในเวลา 2 นาที เธออธิบาย ‘ความสำเร็จที่สำคัญ’ ของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโดยแทบไม่หยุดหายใจ 

ทั้งการสร้างงาน 92,000 ตำแหน่ง กฎหมายควบคุมปืน สร้างบ้านของรัฐกว่า 2,200 หลัง แบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ปลูกต้นไม้ 140 ล้านต้น จ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ 1,600 คน ออกนโยบายใบเรียกเก็บเงินคาร์บอนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในประเทศ นอกเหนือจากนี้เธอยังกล่าวถึงอาหารกลางวันฟรีในโรงเรียน และทำให้อัตราการว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี

แม้จะใช้เวลาเกินมา 56 วินาที แต่ก็มีผู้ดูวิดีโอดังกล่าวมากกว่า 2.1 ล้านครั้ง และแชร์ออกไปมากกว่า 43,000 ครั้ง 

ในช่วงล็อกดาว์นเพราะโควิด-19 เธอก็ไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ตอบปัญหาของประชาชน พูดคุยถึงราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนนำหน้ากากผ้าที่เธอเย็บด้วยตัวเองมาแนะนำให้คนนิวซีแลนด์ได้ทำบ้าง

04

การกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง

หลังชนะการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2020 ผู้นำหญิงแห่งนิวซีแลนด์ได้ออกมากล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกให้เธอได้ทำหน้าที่ต่อ รวมทั้งพูดถึงการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ควรนำไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติ

“เราอาศัยอยู่ในโลกที่มีการแบ่งขั้วมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากสูญเสียความสามารถในการมองเห็นมุมมองของกันและกัน ฉันหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ นิวซีแลนด์จะแสดงให้เห็นว่าในฐานะเพื่อนร่วมชาติเราสามารถรับฟังและถกเถียงกันได้ โดยไม่มองข้ามมุมมองของคนอื่น การเลือกตั้งไม่ใช่กิจกรรมที่ทำให้ผู้คนรวมใจกัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเกลียดกันและกัน”

แม้ว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวาระแรก อาร์เดิร์นจะไม่สามารถทำหลายสิ่งได้ตามที่สัญญาไว้กับประชาชน เช่นโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง ที่ทำได้เพียง 500 หลัง จาก 100,000 หลัง หรือการแก้ไขปัญหาความยากจนของเด็กที่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งเธอก็ยอมรับโดยดี

“ฉันยังดำเนินการไม่เสร็จ..หลายคนหวังว่าฉันจะแก้ไขปัญหาที่ยาวนานหลายสิบปีได้ภายใน 3 ปี แต่ทำไม่ได้” 

การทำงานในวาระที่ 2 อีก 3 ปีถัดไปนั้น พรรคแรงงานของเธอให้สัญญากับประชาชนว่าจะลดความยากจนของเด็กลงครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2030 ลดการปล่อยคาร์บอนเป็น 0 ในปี 2050 สร้างที่อยู่อาศัยของรัฐเพิ่มเติม และพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่ถดถอยเพราะโรคระบาด

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อาร์เดินก็ให้คำมั่นว่าจะทำอย่างเต็มที่

“นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความวิตกกังวล เราตั้งเป้าที่จะผ่านไปให้ได้ เราจำเป็นต้องมีแผนฟื้นฟู 

“ในอีกสามปีข้างหน้ามีงานต้องทำอีกมาก เราจะสร้างประเทศให้ดีขึ้นจากวิกฤต”

จากนี้ไป อาร์เดินจะยังเป็นผู้นำหญิงที่โดดเด่นที่สุดต่อไปอีกหรือไม่ ผลงานในอนาคตของเธอจะเป็นคำตอบ

ติดตามบทความใหม่ๆ จาก เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา ได้บน LINE TODAY ทุกวันอาทิตย์

เรียบเรียงและภาพประกอบจาก

  • thaipublica.org - เจซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำที่ได้รับยกย่องทั่วโลก ในวันที่มืดมนที่สุดของนิวซีแลนด์
  • thairath.co.th - รู้จัก จาซินดา อาร์เดิร์น เก่งจริง อายุแค่ 37 นายกฯ ใหม่นิวซีแลนด์
  • theguardian.com - Jacinda Ardern: 'Political leaders can be both empathetic and strong'
  • theguardian.com - Jacinda Ardern: ‘Very little of what I have done has been deliberate. It's intuitive’
  • britannica.com - Jacinda Ardern prime minister of New Zealand
  • rev.com - New Zealand PM Jacinda Ardern Victory Speech Transcript: Wins 2020 New Zealand Election
  • time.com - A Year After Christchurch, Jacinda Ardern Has the World's Attention. How Will She Use It?
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...