โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐประกาศคว่ำบาตรนายพลเมียนมาอีก 2 นาย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ก.พ. 2564 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2564 เวลา 02.48 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

วอชิงตัน 23 ก.พ. – สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรสองนายพลเมียนมาที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาบริหารแห่งรัฐของรัฐบาลทหาร และขู่ว่าจะใช้มาตรการเพิ่มเติมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่นายพลหม่อง หม่อง จอ ผู้บัญชาการทหารอากาศเมียนมา และพลโทโม เมียง ทัน อดีตเสนาธิการทหารบกและผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพหนึ่งที่สั่งการมาจากกรุงเนปิดอว์ กองทัพเมียนมาต้องสละอำนาจการปกครองและคืนอำนาจให้แก่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยโดยด่วน มิฉะนั้น กระทรวงการคลังสหรัฐจะไม่ลังเลในการใช้มาตรการเพิ่มเติม ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐระบุในแถลงการณ์อีกฉบับที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับกระทรวงการคลังว่า สหรัฐจะไม่ลังเลในการออกมาตรการเพิ่มเติมกับผู้ที่ใช้ความรุนแรงและปราบปรามเจตนารมณ์ของประชาชน สหรัฐขอเรียกร้องให้กองทัพและตำรวจหยุดทำร้ายผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอย่างสงบในทุกรูปแบบ ปล่อยตัวผู้ประท้วงที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่เป็นธรรมทั้งหมดทันที หยุดโจมตีและข่มขู่นักข่าวและนักเคลื่อนไหว รวมถึงคืนอำนาจการปกครองให้แก่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ

นายพลเมียนมาทั้งสองนายถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น หลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาบริหารแห่งรัฐของรัฐบาลทหาร มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวมีผลเช่นเดียวกับผู้นำทหารเมียนมาอีกหลายคนที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรในรอบแรก ซึ่งจะทำให้ทรัพย์สินที่พวกเขาอาจมีในสหรัฐถูกอายัดและห้ามชาวอเมริกันติดต่อกับพวกเขา. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...