LDCอัพทันตกรรมพรีเมียม ปักเป้าปั๊มงบเทิร์นอะราวด์
ทันหุ้น – LDC ทุ่มงบ 10 ล้านบาท ยกระดับศูนย์ทันตกรรมพรีเมียม “LDC The Next Normal” สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ พร้อมปักธงดันผลงานเทิร์นอะราวน์ เชื่อทิศทางธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมเปิดกระเป๋ารับทรัพย์บริการครบ 30 สาขา
นายวัฒนา ชัยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) หรือ LDC ผู้ให้บริการศูนย์ทันตกรรมทันตแพทย์เฉพาะทางในนาม LDC Dental เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจปี 2564 บริษัทจะยกระดับการบริการให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจต่อคนไข้ หรือผู้เข้าใช้บริการ โดยวางแผนจะปรับปรุง 5 สาขาจากทั้งหมด 30 สาขา ให้เป็นสาขาภายใต้คอนเซ็ปต์ “No Touch for High Touch” ลดการสัมผัส เพิ่มความปลอดภัย ในรูปแบบของ LDC The Next Normal หรือคล้ายกับสาขาต้นแบบ ที่รามอินทรา กม.10 ซึ่งบริษัทเปิดให้บริการไปในปลายปีที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดจะใช้เงิน เพื่อปรับปรุงสาขาทั้งหมด 10 ล้านบาท หรือประมาณ 2-3 ล้านบาทต่อสาขา
ดันผลงานบวก
นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าผลักดันผลประกอบการปี 2564 ให้กลับมาเป็นบวก และมีอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) อยู่ที่ระดับ 5% จากการให้บริการแบบพรีเมียม ประกอบกับบริษัทคาดจะรับรู้รายได้จากการบริการเข้ามาในปีนี้ 30 สาขา แบ่งเป็น สาขาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 20 สาขา สาขาต่างจังหวัด 10 สาขา ซึ่งปีก่อน หรือปี 2563 ปิดบริการไปเกือบ 2 เดือนหลังมีการแพร่ะบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้บุคลากร ทีมแพทย์ รวมถึงผู้ใช้บริการไม่มั่นใจในการบริการ จึงทำการปิดสาขา ขณะที่ปัจจุบันบริษัทสามารถเปิดให้บริการได้แล้วครบทุกสาขา
อนึ่ง ศูนย์ทันตกรรมที่เปิดให้บริการแล้วจํานวน 30 สาขา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 20 สาขาดังนี้ สาขาลาดพร้าว 89 สาขารามคําแหง 135 สาขารามอินทรา 37 สาขาแจ้งวัฒนะ สาขาศรีนครินทร์สาขาอ่อนนุช สาขาราชพฤกษ์ สาขารังสิต สาขาเพชรเกษม สาขาพระราม 2 สาขางามวงศ์วาน สาขาพระราม 5 สาขาบางใหญ่ สาขานวมินทร์สาขาสะพานใหม่ สาขาเสรีไทย สาขาถนนเพชรบุรีสาขารามอินทรา(กม.10) และสาขาศาลายา
เปิดสาขาต่างจังหวัด
นอกจากนี้ยังมีสาขาที่เปิดในต่างจังหวัดอีก 10 สาขา (จากเดิม 11 สาขา) โดยมีทําเลที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลักและเป็นย่านเศรษฐกิจสําคัญดังนี้ สาขามุกดาหาร สาขานครพนม สาขานครราชสีมา สาขามหาสารคาม สาขาเชียงราย สาขาอุบลราชธานีสาขาเชียงใหม่ สาขานครศรีธรรมราช สาขาลําปางและสาขาอุดรธานี ทั้งนี้บริษัทปิดดําเนินการสาขานครสวรรค์ในปี 2562
อย่างไรก็ดีบริษัทประเมินทิศทางธุรกิจและผลประกอบการจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะในไตรมาส 3/2563 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 4.36 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 121.69 ล้านบาท ซึ่งกำไรมีแนวโน้มดีขึ้นจากช่วงไตรมาส 2/2563 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19
ทั้งนี้บริษัทยังใกระแสเงินสดอยู่จำนวนหนึ่งและคาดจะยังเพียงพอต่อการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งในด้านการแข่งขันมากขึ้น การขยายธุรกิจหรือการผลักดันการเติบโตของกิจการ ซึ่งบริษัทมองเห็นถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมทันตกรรมและศักยภาพการขยายธุรกิจ จึงได้กำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์ที่ไม่ลอกเลียนแบบ หรือไม่ลงไปแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดทันตกรรม อนึ่ง 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 311.24 ล้านบาท และขาดทุน 17.43 ล้านบาท