โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายพลฟรังโก : ครอบครัวอดีตผู้นำเผด็จการฟรังโก ถูกทางการสเปนเรียกคืนพระราชวังฤดูร้อน

Khaosod

อัพเดต 04 ก.ย 2563 เวลา 05.10 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2563 เวลา 05.10 น.

นายพลฟรังโก : ครอบครัวอดีตผู้นำเผด็จการฟรังโก ถูกทางการสเปนเรียกคืนพระราชวังฤดูร้อน - BBCไทย

ศาลสเปนมีคำสั่งให้พระราชวังฤดูร้อนที่นายพลฟรานซิสโก ฟรังโก เผด็จการฟาสซิสต์ของสเปนเคยครอบครอง ตกเป็นสมบัติของรัฐ และให้ครอบครัวของเขาส่งมอบคืน

ผู้พิพากษาชี้ว่าพระราชวังฤดูร้อน Pazo de Meirás ซึ่งถูกยกให้นายพลฟรังโกเมื่อปี 1938 นั้น เป็นการมอบให้ในฐานะประมุขแห่งรัฐ มิใช่เพื่อการครอบครองส่วนตัว

นายพลฟรังโก สถาปนาระบอบเผด็จการขึ้น และตั้งตัวเองเป็นประมุขแห่งรัฐ เขาครองอำนาจไว้อย่างเหนียวแน่นจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1975 หลังจากนั้นสเปนจึงได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย

แม้สเปนจะมีประชาธิปไตยที่ตั้งมั่นแล้วในตอนนี้ แต่ยุคสมัยของฟรังโกยังคงตามหลอกหลอน โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นประชาธิปไตย ได้มี "ข้อตกลงลืมเลือน" ที่ไม่ได้เป็นลายลักษณ์อักษรเกิดขึ้น มีการรื้อถอนอนุสาวรีย์ฟรังโก และเปลี่ยนชื่อถนนสายต่าง ๆ

เรื่องนี้กลายเป็นคดีความขึ้นมาหลังมีข่าวทายาทของนายพลฟรังโกประกาศขายพระราชวัง

ทายาทของเขาพยายามสู้คดีในศาลอยู่หลายครั้งเพื่อพิทักษ์อดีตที่เป็นตำนานของเขา แต่เมื่อปีที่แล้วทายาทเพิ่งแพ้คดีความที่มีการฟ้องร้องกันกับรัฐบาลสังคมนิยมของสเปนที่ตัดสินใจย้ายศพนายพลฟรังโกออกจากสุสานหุบเขาของผู้วายชนม์ รัฐบาลต้องการให้หุบเขาของผู้วายชนม์เป็น "สถานที่แห่งการระลึกถึงและเคารพผู้เสียชีวิตจากสงครามกลางเมือง" การที่ศพของนายพลฟรังโกถูกฝังไว้ที่นี่ ถือเป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อการมีประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์

คดีพระราชวังฤดูร้อนมีที่มาอย่างไร

พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงปี 1893 ถึง 1907 เดิมทีเป็นของครอบครัว เอมิเลีย ปาร์โด บาซัน นักเขียนชาวสเปน

เมื่อปี 2018 บรรดาหลานของนายพลฟรังโกประกาศขายพระราชวังนี้ในราคา 8 ล้านยูโร (ราว 294 ล้านบาท) ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้สาธารณชนอย่างมาก ทางการเมืองอาโกรุญญา ในแคว้นกาลิเซียซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวัง จึงดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาในปี 2019 ยิ่งเกิดความตึงเครียดมากขึ้นเมื่อรัฐบาลสเปนอ้างกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย โดยแย้งว่าการซื้อขายอย่างเป็นทางการซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของนายพลฟรังโกและภรรยาเมื่อปี 1941 นั้นเป็นการฉ้อโกง

แม้ข้ออ้างของรัฐบาลจะได้รับการสนับสนุนจากทางการระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค แต่หลานของนายพลฟรังโกทั้ง 6 คนแย้งว่าการขายพระราชวังครั้งนั้นถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้เสียชีวิตหลายพันคนจากสงครามกลางเมือง ถูกฝังที่สุสานหุบเขาของผู้วายชนม์ (Valley of the Fallen)

นายฟรานซิส ฟรังโก หลานชายคนหนึ่งกล่าวหารัฐบาลว่าพยายาม "เอาคืน" กับครอบครัวฟรังโก จากการที่ครอบครัวไม่ยอมถอยในข้อพิพาทเรื่องสถานที่ฝังศพนายพลฟรังโก ทางครอบครัวยังได้แสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาได้จ่ายเงินในการบูรณะซ่อมแซมพระราชวัง

ศาลตัดสินว่าอย่างไร

ผู้พิพากษา มาร์ทา คานาเลส เห็นด้วยกับรายงานที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และกฎหมายจัดทำขึ้นในปี 2018 ตามการว่าจ้างของทางการท้องถิ่น รายงานระบุว่าการขายพระราชวังให้นายพลฟรังโกในปี 1941 นั้นไม่ใช่สัญญาที่แท้จริง ดังนั้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผู้พิพากษามีคำตัดสินว่า คฤหาสน์หลังนี้ถูกมอบเป็นของขวัญให้แก่ "นายพลแห่งกองทัพและประมุขของรัฐ" มิใช่เป็นการยกให้ในนามของ ฟรานซิสโก ฟรังโก บาฮามอนเด ซึ่งเป็นชื่อที่เขาเป็นที่รู้จัก

ฟรังโก ยกมือ

คำตัดสินนี้หมายถึงอะไร

คำสั่งของศาลตีความได้ง่าย ๆ ว่า "ฟรังโกไม่เคยซื้อมันไว้" ถือเป็นการพลิกข้ออ้างกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลที่ครอบครัวยึดถือไว้มากว่า 8 ทศวรรษ

นายพลฟรังโกได้รับมอบพระราชวังแห่งนี้ในปี 1938 จากกลุ่มผู้นำชุมชน ซึ่งบางคนบีบบังคับให้ลูกสมุนออกเงินลงขันด้วย ขณะนั้นฟรังโกเป็นผู้นำแนวร่วมชาตินิยมสเปน และต่อมาไม่นานกลายเป็นผู้นำเผด็จการ แต่หนังสือสัญญาที่ทำขึ้นในปี 1941 ซึ่งอาคารหลังนี้ถูกจดทะเบียนสินทรัพย์ว่าเป็นสมบัติส่วนตัวนั้นเป็นสัญญาที่ถูกแต่งขึ้น ทำให้ผลทางกฎหมายที่เกิดขึ้นนับจากนั้น รวมทั้งการถือกรรมสิทธิ์ของลูกหลานของเขามีผลเป็นโมฆะและถูกยกเลิกไป

นอกจากจะเป็นประเด็นเรื่องทางกฎหมายแล้ว คำสั่งของศาลยังเสมือนเป็นการรื้อประเด็นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังนายพลฟรังโกเสียชีวิตในปี 1975 ซึ่งมีหลายแง่มุมของยุคเผด็จการที่ไม่มีใครพูดถึง เห็นได้จากการที่รัฐบาลสเปนสู้คดีเพื่อถือกรรมสิทธิ์พระราชวัง หลังจากที่ศพของนายพลฟรังโกถูกย้ายออกจากสุสานหุบเขาของผู้วายชมม์ ซึ่งเป็นสุสานขนาดใหญ่ที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตในสงครามกลางเมืองของทั้งสองฝ่ายหลายหมื่นคนได้ไม่ถึงหนึ่งปี

ทายาทของนายพลฟรังโกมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ หากเห็นว่าเป็นการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม

ภาพของฟรานซิสโก ฟรังโก ที่ถ่ายในปี 1937

นายพลฟรังโกเกิดที่เมืองกาลิเซีย แม้จะเสียชีวิตไปกว่า 45 ปีแล้ว แต่อิทธิพลของเขาก็ยังเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ในสเปน

กษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ซึ่งมีส่วนช่วยให้สเปนเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยในปี 1975 ทรงสละราชสมบัติในปี 2014 และเมื่อเดือนที่แล้ว สื่อสเปนรายงานว่าทรงปรากฏพระองค์ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากเสด็จออกนอกประเทศ สืบเนื่องจากทรงตกเป็นข่าวอื้อฉาวว่าพัวพันการทุจริต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...