โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงงานยาสูบฮึดสู้บุหรี่นอก ส่ง "WonderS" ราคาถูกชน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 18 ก.พ. 2561 เวลา 16.41 น.

โรงงานยาสูบ แก้เกมบุหรี่นอกแย่งตลาดล่าง ลอนช์ยี่ห้อใหม่สู้ ขาย 60 บาท/ซอง ดีเดย์ 17 ก.พ.นี้ แจงกระทบหนัก เดือน ม.ค.ไม่มีเงินส่งรายได้เข้ารัฐ ลุ้นร่างกฎหมายใหม่ได้รับไฟเขียวยกชั้นเป็นการยาสูบแห่งประเทศไทย เปิดทางส่งออกบุหรี่ตีตลาดต่างประเทศ-ทำบุหรี่ไฟฟ้า

แหล่งข่าวจากวงการยาสูบเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ตัวแทนจำหน่าย (เอเย่นต์) ของโรงงานยาสูบได้รับแจ้งว่า โรงงานยาสูบได้ผลิตบุหรี่แบรนด์ใหม่ “Wonder S” ราคาขายซองละ 60 บาท เพื่อแข่งขันแย่งส่วนแบ่งตลาดกลับคืนจากบุหรี่ต่างประเทศ ที่ก่อนหน้านี้ได้ลดราคาบุหรี่ลง อาทิ “L&M (แดง) 7.1”, “L&M (เขียว) 7.1”, “วินสตันคอมแพค เรด”, “วินสตันคอมแพค กรีน”, “คาเมล ฟิลเตอร์” เป็นต้น ตั้งราคาขาย 60 บาท/ซอง จนทำให้มาร์เก็ตแชร์ของโรงงานยาสูบหายไปมาก

ทั้งนี้ การกำหนดราคาขายที่ 60 บาท/ซอง จะทำให้ภาระภาษีของโรงงานยาสูบลดลง เนื่องจากจะเสียภาษีที่ 20% ขณะที่บุหรี่ Wonder แดง กับ Wonder เขียว ที่ขาย 90 บาท/ซอง ต้องเสียภาษี 40% ตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบ ที่แบ่งการจัดเก็บภาษีออกเป็น 2 ขั้น (เทียร์)

“บุหรี่ตัวใหม่นี้มีการแจ้งว่า จะนำมาขายแทนบุหรี่แบรนด์ Wonder ตัวเก่า คือ Wonder แดง กับ Wonder เขียว ที่ก่อนบังคับใช้โครงสร้างภาษีใหม่ 16 ก.ย. 2560 เคยขายที่ 63 บาท/ซอง เมื่อภาษีใหม่บังคับใช้ โรงงานยาสูบเคยลดราคาลงเหลือ 60 บาท/ซอง แต่ไม่นานก็ขยับราคาขึ้นไปขาย 90 บาท/ซอง ครั้งนี้ จึงเป็นการออกแบรนด์ใหม่ ไม่ใช่ลดราคาแบรนด์เก่าลง”

แหล่งข่าวกล่าวว่า เอเย่นต์ได้รับแจ้งว่า จะเริ่มจัดจำหน่ายบุหรี่ยี่ห้อใหม่ตั้งแต่ 17 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป ราคาขายส่ง 556 บาท/กล่อง (คอตตอน) ขายปลีก 562 บาท/กล่อง (คอตตอน)

ขณะที่นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการยาสูบ กล่าวว่า การแก้ปัญหาเรื่องภาษียาสูบ ต้องรอให้กรมสรรพสามิตเป็นผู้ตอบว่าจะดำเนินการอย่างไร โรงงานยาสูบไม่สามารถทำอะไรได้ และ ปัจจุบันยังคงได้รับผลกระทบจากโครงสร้างภาษีใหม่ จนไม่สามารถนำส่งรายได้เข้ารัฐได้ ซึ่งตามปกติแล้วจะนำส่งรายได้ปีละ 2 ครั้ง คือเดือน ม.ค.และ ก.ค.

ส่วนแผนการออกโปรดักต์ใหม่ นางสาวดาวน้อยกล่าวว่า ยังไม่มีการปรับปรุง หรือออกโปรดักต์ใหม่ในช่วงที่ผ่านมา

ด้านแหล่งข่าวจากโรงงานยาสูบเปิดเผยว่า คณะกรรมการยาสูบได้เห็นชอบให้ออกโปรดักต์ใหม่สู้กับบุหรี่ต่างประเทศที่ลด ราคาลงมาขายที่ 60 บาท/ซอง แต่อาจไม่ได้ช่วยให้โรงงานยาสูบแข่งขันได้เพิ่มมากขึ้น เพราะแบรนด์สู้บุหรี่ต่างประเทศไม่ได้

“การแก้ปัญหาต้องแก้กฎกระทรวง ที่กำหนดอัตราภาษีอย่างเดียว วิธีอื่นไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่โรงงานยาสูบต้องดิ้นรนไม่ให้เสียส่วนแบ่งการตลาดมากกว่านี้”

ระหว่างนี้คงต้องรอให้ร่าง พ.ร.บ.การยาสูบแห่งประเทศไทย ที่จะยกระดับโรงงานยาสูบให้เป็น “นิติบุคคล” ผ่านออกมาบังคับใช้ก่อน จึงสามารถดำเนินการทางธุรกิจได้สะดวกมากขึ้น จากปัจจุบันต้องรอนโยบายจากกรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังเป็นหลัก

“อย่างการขยายตลาดไปต่างประเทศ ปัจจุบันจะทำก็ลำบาก เพราะต้องรอนโยบาย ทั้งที่จีนก็สนใจร่วมลงทุน นอกจากนี้การออกโปรดักต์ใหม่ ๆ จะสะดวกขึ้นด้วย อย่างเช่น บุหรี่ไฟฟ้า เพราะต่างประเทศไปทางนี้แล้ว หรือการผลิตก้นกรอง หรือพิมพ์ซอง จะสามารถทำได้เอง จากปัจจุบันต้องจัดจ้างทั้งหมด”

นอกจากนี้ปัจจุบันการแข่งขันระหว่างโรงงานยาสูบกับบุหรี่ต่างประเทศก็ไม่ได้เท่า เทียมกัน เนื่องจากโรงงานยาสูบต้องเสียภาษีเงินได้แทนผู้ประกอบการค้า ซึ่งต้องแก้ไขกฎหมาย หรืออาจกำหนดให้บริษัทบุหรี่ต่างประเทศเสียภาษีเงินได้แทนผู้ประกอบการค้า ด้วย

ทั้งนี้ ประเมินว่า ผลกระทบจากโครงสร้างภาษีปัจจุบัน ปีงบฯ 2561 โรงงานยาสูบอาจขาดทุน 1,575 ล้านบาท ไม่มีเงินนำส่งรัฐ จากปกติต้องนำส่ง 88% ของกำไรสุทธิทุกปี ล่าสุด ปีงบฯ 2560 มีกำไรสุทธิ 9,344.37 ล้านบาท นำส่งรายได้ 8,816.56 ล้านบาท

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ช่วง 4 เดือนแรกปีงบฯ 2561 (ต.ค. 60-ม.ค. 61) รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้ารัฐแล้ว 50,646 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 12,994 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% แต่ในส่วนโรงงานยาสูบยังไม่ส่งรายได้เข้าคลัง

ก่อนหน้านี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เคยระบุว่า ในส่วนภาษียาสูบหลังกฎหมายเริ่มใช้ ในเดือนแรกยอดภาษีตกลงแต่ถึงสิ้นเดือน ม.ค.เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้นการเก็บภาษีถือว่าเข้าที่ สะท้อนจากผลการจัดเก็บรายได้ 4 เดือนเก็บภาษียาสูบได้เกินเป้าหมาย 500 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...