โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปยอดเติมน้ำมัน 9 เดือนแรก ปั๊มไหนมีปริมาณขายมากที่สุด?

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 08.18 น. • Maratronman

ปริมาณการสัญจรการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปีนี้ อาจจะเงียบเหงาไปบ้างไม่เหมือนกับช่วงปีก่อนที่ไม่มีการเคอร์ฟิว หรือไม่มีการปิดสถานที่ท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามในช่วงนับต่อจากนี้หลังจากที่ประเทศไทยเข้าสู่โหมดการเปิดเมืองการเปิดประเทศมากขึ้นเชื่อว่าการสัญจรจะเพิ่มมากขึ้น
โดยในงวด 9 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนรู้หรือไม่ว่าสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันของค่ายไหนที่มีปริมาณการเติมแบบค้าปลีกมากที่สุด? และใครเป็นอันดับที่สองรองลงมา รวมถึงลำดับถัดไป และยอดปริมาณการเติมน้ำมันนั้นจะมีปริมาณการเติมอยู่ที่เท่าไหร่บ้างในครั้งนี้ Wealthy Thai จะเฉลยให้ฟัง
ปั๊มน้ำมันที่มีปริมาณการขายในงวด 9 เดือนมากเป็นอันดับหนึ่งคือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ซึ่งมีปริมาณการขายอยู่ที่ 8,520 ล้านลิตร ซึ่งลดลง 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย OR ให้เหตุผลว่าเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ภาครัฐยกระดับมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงมีการประกาศเคอร์ฟิวทำให้ภาพรวมดีเซลและเบนซินลดลง
อันดับที่ 2 คือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ภายใต้แบรนด์ที่หลายคนรู้จักกันในนามปั๊ม PT ซึ่งมีปริมาณเติม จำนวน 3,593 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 3.2% จากปีก่อน โดย PTG มีจำนวนสถานีให้บริการน้ำมันอยู่ที่ 1,925 แห่งสำหรับอันดับที่ 3 คือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ภายใต้แบรนด์ “ปั๊มบางจาก” ซึ่งมียอดการเติมอยู่ที่ 2,919 ล้านลิตร ซึ่งลดลง 5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อันดับสุดท้ายคือ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO บริษัทปั๊มน้ำมันภายใต้แบรนด์ “SUSCO” ซึ่งมีปริมาณจำหน่ายน้ำมันในงวด 9 เดือนอยู่ที่ 578 ล้านลิตร ซึ่งลดลง 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทางบริษัทที่ประกอบธุรกิจปั๊มน้ำมันอีกหนึ่งบริษัทในตลาดหุ้นไทยอย่างบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ไม่ได้ทำการระบุปริมาณการขายในคำอธิบายงบการเงินงวดไตรมาส 3/64

ส่องอนาคตหุ้นปั๊มน้ำมัน

บริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จะเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของ OR ใน 4Q21 จากทั้งธุรกิจน้ำมัน และไม่ใช่น้ำมัน (เช่น Cafe Amazon, พื้นที่ให้เช่า ) หลังมีการเปิดเมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจหากย้อนดูข้อมูลอดีตช่วงเปิดเมืองครั้งก่อนใน 3Q20 ปริมาณขายน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 12% QoQ ส่วนของ margin ใน 4Q21 คาดกระทบจากการชะลอปรับขึ้นราคาน้ำมันหน้าปั๊มอยู่บ้างช่วง ต.ค. แต่ทิศทางกำไรเป็นเม็ดเงินโดยรวมดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจไม่ใช่น้ำมัน
นอกจากนี้ภาพระยะยาวกำไรยังมี Upside การเติบโตจากการลงทุนใหม่ เช่น EV, สุขภาพและธุรกิจ Start-up ทั่วไปลงทุน (ส่วนใหญ่ให้อัตราผลตอบแทน 25-28% สูงกว่าธุรกิจน้ำมันที่ 2-5%) ดังนั้นเราคงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 32 บาท
เช่นเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มองว่าแนวโน้ม 4Q21F ของ PTG จะดีขึ้น หลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ และเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว แต่บางส่วนถูกทอนลงด้วยค่าการตลาดน้ำมันดีเซลที่ต่ำลงเพราะการตรึงราคาของภาครัฐ
โดยราคาหุ้นอ่อนตัวลงรับผลประกอบการ 3Q21 ที่อ่อนแอไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มธุรกิจและกำไรค่อยๆดีขึ้น ประเมินว่ากำไรสุทธิปี 22F จะกลับไปเติบโตได้ 40% (หลัง 25% ในปีนี้) คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 20 บาท (DCF, WACC 7.2%. TG 1%) ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 64-65 ลง 36%/-16% สะท้อนสมมติฐานค่าการตลาดน้ำมันที่ลดจากเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...