โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าเงินบาททรงตัว จับตาการตอบโต้ทางการค้าเพิ่มเติมระหว่างจีน-สหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ส.ค. 2562 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2562 เวลา 11.04 น.
แฟ้มภาพ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/8) ที่ระดับ 30.81/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 30.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังถูกกดดันหลังจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 53.7 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ต่ำกว่าระดับ 55.1 ในเดือน มิ.ย.
และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐจะดีดตัวสู่ระดับ 55.5 โดยการร่วงลงของดัชนี ISM ได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อใหม่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2559

นอกจากนี้นักลงทุนยังหันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ ทองคำและเงินเยน หลังกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ระบุโจมตีประเทศจีนว่าทำการปั่นค่าเงิน และทางสหรัฐจะร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขจัดการแข่งขันที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรมของจีน ทั้งนี้ นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่าจีนได้กระทำการปั่นค่าเงิน ด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ แตะที่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยสหรัฐกล่าวหาว่าธนาคารกลางจีนได้รับรู้มาโดยตลอดว่ามีการปั่นค่าเงินเกิดขึ้น และยังคงเตรียมพร้อมที่จะกระทำการดังกล่าวอีกในอนาคต ซึ่งการทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาที่จีนเคยให้ไว้ว่าจะไม่ใช้วิธีการลดค่าเงินเพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน ในฐานะที่จีนเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม G20 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.74-30.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (6/8) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1237/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 1.1111/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการจากไอเอชเอส มาร์กิตของเยอรมนี ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.5 ในเดือน ก.ค. จากระดับ 55.8 ในเดือน มิ.ย. รวมถึงดัชนีผู้จัดากรฝายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของฝรั่งเศส ขยับลงแตะระดับ 52.6 ในเดือน ก.ค. จากระดับ 52.9 ในเดือน มิ.ย. ตัวเลขที่ย่ำแย่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวในกลุ่มประเทศยูโรโซน และเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินยูโร ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1188-1.1238 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1200/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (6/8) เปิดตลาดที่ระดับ 106.22/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 106.07/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินเยนเพื่อทำกำไร ภายหลังจากเมื่อวานนี้ต่อเนื่องจากช่วงเช้าของวันนี้ นักลงทุนได้เพิ่มการถือครองสกุลเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากกรณีพิพาททางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐที่ระอุขึ้น ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.11-107.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน มิ.ย. (6/8) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (8/8) สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน มิ.ย. (8/8) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค. (9/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.0/-1.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.0/+0.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...